บทนำ
ในตอนแรกไม่มีอะไรเกิดขึ้น…
จนผ่านไปสิบห้านาทีก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น…
ริทเริ่มสงสัยว่ามันจะได้ผลอย่างที่จดหมายบอกหรือไม่ เขาจึงพยายามลองมันอีกครั้ง….
อีกสิบห้านาทีต่อมา ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น…
แต่ขณะนั้น ริทยังคงนั่งจดจ่ออยู่กับการปลดล็อกอย่างเต็มที่จนเริ่มเข้าภวังค์สมาธิโดยไม่รู้ตัว ทันใดนั้นเอง เขาก็ได้คล้ายได้ยินเสียงอะไรแตกในหัว ก่อนที่ความเจ็บปวดอันเกินบรรยายจะแล่นเข้าสู่สมองอย่างรวดเร็ว
ราวกับพบโลกใบใหม่ ไม่เพียงแต่สายตาของเขาจะเห็นได้ไกลขึ้น ชัดเจนมากขึ้น แต่ประสาทสัมผัสอื่นๆ ก็พัฒนาขึ้นมากเช่นกัน เขาได้ยินเสียงไกลขึ้น ได้กลิ่นมากขึ้น ประสาทโต้ตอบรวดเร็วขึ้นจนรู้สึกได้ ริทแทบจะไม่เชื่อตัวเองว่าจะเกิดอะไรแบบนี้ได้เพียงแค่ปลดล็อกศักยภาพของสมอง หากเขานำเรื่องนี้ออกป่าวประกาศสู่ชาวโลก คงไม่แคล้วที่เขาจะได้โด่งดังเป็นพลุแตกแน่ๆ
แต่ตอนนี้เด็กหนุ่มมีเรื่องให้อยากรู้และอยากทดลองมากกว่านั้น และแน่นอนว่าเป้าหมายอันสมบูรณ์แบบในการทดลองก็อาศัยอยู่ที่บ้านของเขาเอง ถ้ามันได้ผลอย่างที่พ่อของเขาเขียนบอกไว้ในจดหมาย ริทก็นึกไม่ออกเลยว่าชีวิตต่อจากนี้จะมีความสุขขนาดไหน
รอยยิ้มชั่วร้ายเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม ก่อนเขาจะรีบปั่นจักรยานกลับบ้านด้วยความรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
บท 1
‘ริท’ ลืมตาตื่นขึ้นในเช้าวันเกิดครบรอบสิบแปดปีของเขา
หลังผ่านพ้นฤดูร้อนนี้ไป เด็กหนุ่มก็ต้องเริ่มเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชั้นปีที่หนึ่งแล้ว
แม้ที่ผ่านมาริทจะเคยต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวมาตลอด แต่เขาก็ไม่ได้รังเกียจมันนัก
โชคร้ายที่พ่อแม่ของริทจากไปตั้งแต่เมื่อครั้งยังเยาว์วัย แต่เพียงไม่นาน เด็กหนุ่มก็ถูกรับอุปการะโดยครอบครัวใหม่อันแสนอบอุ่น เว้นไว้เสียแต่ว่า ‘รินรดา’ จะปฏิบัติตัวกับเขาเหมือนคนใช้มากกว่าน้องชายบุญธรรม
แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นริทก็ไม่ได้สนใจนัก เพราะอย่างน้อยมันก็หมายความว่า เขาจะได้พบหน้าพี่สาวคนสวยที่ตัวเองแอบชื่นชมอยู่ทุกวัน
รินรดา หรือ ริน แก่กว่าริทเพียงหนึ่งปี แต่เธอกลับมีรูปร่างหน้าตาที่งดงามมาก
ผมดำสนิทยาวประบ่าตามฉบับสาวมหาวิทยาลัย ดูรับกันกับนัยน์ตากลมโตทรงเสน่ห์ที่คอยใช้จ้องมองเขาอย่างเหนือกว่าอยู่ตลอดเวลา ต่ำลงมาคือริมฝีปากทรงกระจับสีแดงระเรื่อดูอวบอิ่มน่ามอง ไหนจะรูปร่างสมส่วนกับเอวคอดและสะโพกกลมกลึงนั่นอีก ทั้งหมดนั้นทำให้เธอติดหนึ่งในสามสาวงามของมหาวิทยาลัย แม้จะเพิ่งจบชั้นปีที่หนึ่งและกำลังจะขึ้นชั้นปีที่สองเท่านั้น และริทก็ได้เจอเธอทุกวัน แม้จะเป็นตอนที่ถูกใช้ให้ทำงานบ้านหรือไปซื้อของก็ตาม
อันที่จริงแล้ว เมื่อตอนที่เขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้ตอนอายุเพียงสี่ขวบ รินรดาก็ยังปฏิบัติต่อเขาดั่งที่พี่สาวทั่วไปพึงทำอยู่อย่างปกติ
เธอทั้งปลอบโยนดูแลและเอาอกเอาใจริทราวกับน้องในไส้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป มันก็กลายเป็นริทที่อยากดูแลเธอกลับคืน เขาจึงพยายามทำตามแต่ในสิ่งที่รินขอ
ความสวยของรินรดาไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่มันสืบทอดมาจากแม่ของเธอ ‘โศภิตา’ ที่แม้จะมีอายุล่วงสามสิบเจ็ดปีแล้วแต่ก็ยังคงสวยไม่สร่าง
เธอมีผมดำขลับตากลมโตเฉกเช่นเดียวกันกับลูกสาว เปรียบได้ดั่งเป็นร่างอันโตเต็มวัยของรินรดาที่เพิ่มความสวยสง่าและเสน่ห์ของหญิงสาววัยผู้ใหญ่มากขึ้นยิ่งกว่านั่นเอง
เพราะแม้รินรดาจะมีรูปร่างที่ดีมากอยู่แล้ว แต่ผู้เป็นแม่ก็ยังมีความงดงามในแบบของตัวเอง ทุกส่วนสัดยังคงกระชับสมส่วน ไร้ความอ่อนย้วยและไขมันส่วนเกินอย่างที่ควรจะเป็น เหมือนดั่งกาลเวลาจะไม่สามารถแตะต้องเธอได้เลยสักนิด
แม้จะรู้ว่าผิดเพราะเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่เพราะไม่ได้เกี่ยวพันกันทางสายเลือด ริทจึงเคยเผลอคิดเกินเลยกับความงามของพวกเธออยู่บ้าง ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่กล้าแสดงความรู้สึกเหล่านั้นออกมา และทำได้เพียงเก็บมันไว้กับตัวเองเท่านั้น
และยิ่งเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา พ่อของรินรดาและสามีของโศภิตาก็มาด่วนจากไปด้วยอุบัติเหตุ ทำให้ริทเป็นผู้ชายคนเดียวที่ได้อาศัยร่วมชายคาอยู่กับสองสาวงามตามลำพัง เขาจึงกลายเป็นดั่งความฝันใฝ่ของชายทุกคน
แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขาเองก็ทำได้เพียงแค่เฝ้ามองดูพวกเธออยู่ห่างๆ และเก็บความคิดที่ไม่เหมาะสมบางอย่างเอาไว้ในใจเท่านั้น แม้กระนั้นริทก็ยังพอใจอยู่ดี เพราะคงมีผู้ชายน้อยคนนักที่จะโชคดีแบบเขา
ด้วยธรรมชาติของเด็กหนุ่มวัยกลัดมันแบบเขา จึงไม่แปลกที่ริทจะแอบคิดเกินไปไกลกว่านั้นมาก แต่มันไม่มีทางเป็นไปได้เลยสักนิด แม้เขาจะมีความปรารถนาและจินตนาการมากมายอยู่ในหัว แต่กลับเป็นคนขี้อายเกินไป ขี้อายจนแม้แต่เพื่อนหรือแฟนยังไม่มี
แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปในวันครบรอบอายุสิบแปดปีของเขา หลังจากที่โศภิตาอวยพรวันเกิดและฟังรินบ่นกระปอดกระแปดตามปกติ เด็กหนุ่มก็ได้รับจดหมายแปลกๆ มาฉบับหนึ่ง เป็นจดหมายซึ่งไม่ปรากฏชื่อที่อยู่ของผู้ที่ส่งมา
หลังกินมื้อเช้ากับสองสาวเรียบร้อย ริทก็กลับไปยังห้องของตนเพื่อเปิดอ่านจดหมาย เท่าที่ริทรู้ ตอนนี้เขาไม่มีเพื่อนหรือญาติคนอื่นหลงเหลืออยู่อีกแล้ว เด็กหนุ่มจึงไม่รู้เลยว่าใครเป็นคนส่งจดหมายถึงเขา
เมื่อเปิดจดหมายออกด้วยความตื่นเต้น เขาก็พบเข้ากับความตะลึงงันเพียงแค่เห็นประโยคแรก
‘ลูกชายที่รัก..’
ริทขมวดคิ้ว พ่อของเขาตายไปตั้งสิบกว่าปีแล้วทำไมถึงส่งจดหมายมาได้? แล้วเขาก็อ่านต่อ
‘ถ้าลูกได้อ่านจดหมายนี้ แปลว่าพ่อกับแม่ได้ตายไปแล้ว และพ่อก็จะไม่สามารถบอกเรื่องราวของตระกูลเราให้ลูกฟังด้วยตัวเองได้ ก่อนอื่นพ่อขออวยพรให้ลูกมีแต่ความสุขในวันเกิดปีที่สิบแปด และหวังว่าตอนนี้ลูกจะมีชีวิตที่ดีนะลูกรัก เอาล่ะ พ่อจะเล่าเรื่องตระกูลของเราให้ลูกได้รับรู้ไว้....’
ริททั้งตกตะลึงและงุนงงไปหมดหลังอ่านจดหมายฉบับนั้นจบ สิ่งที่พ่อแท้ๆ ของเขากล่าวถึงไม่ใช่แค่การอวยพรวันเกิดและเล่าเรื่องราวของตระกูลให้ฟังธรรมดาๆ แต่มันยังมีเรื่องน่าเหลือเชื่อที่ไม่ควรจะเป็นความจริงอยู่ด้วย
ทีแรกริทคิดว่ารินรดากลั่นแกล้งเขา แต่มันก็ดูตลกจนเขาต้องปฏิเสธความคิดนั้นไป เด็กหนุ่มพยายามนึกแต่ก็นึกไม่ออก อีกทั้งเนื้อความในจดหมายฉบับนี้ก็ดูน่าเชื่อถืออย่างน่าประหลาด อีกทั้งริทเองก็ยังแอบหวังให้มันเป็นความจริง
พ่อของเขาบอกเรื่องราวของตระกูลและความลับให้ริทรับรู้ นั่นก็คือการที่ลูกชายคนแรกทุกคนในตระกูลจะมีความสามารถในการสะกดจิต ถึงอาจจะดูเหลือเชื่อ แต่ถ้านี่เป็นเรื่องจริง นั่นหมายความว่าริทจะสามารถสะกดจิตคนอื่นได้
และนั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด เพราะต้นเหตุของพลังสะกดจิตคือการที่เขาจะสามารถปลดล็อกศักยภาพของสมองได้มากขึ้น แม้จะยังไม่เคยมีงานวิจัยจริงจังในเรื่องนี้หรือมีใครพิสูจน์ได้มาก่อน แต่ริทก็มั่นใจว่า หากทั้งหมดเป็นเรื่องจริง เขาจะกลายเป็นคนที่ฉลาดมากกว่าคนทั่วไปหรืออาจได้รับความสามารถพิเศษอื่นๆ เพิ่มมาอีกด้วย
ในจดหมายมีวิธีการบอกไว้อย่างละเอียด ซึ่งอันที่จริงแล้วมันก็ง่ายดายมากจนริทอยากจะลองทำเสียเดี๋ยวนี้ แต่ในส่วนท้ายยังคงมีคำเตือนเขียนเอาไว้
‘การปลดล็อกอาจจะทำให้รู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก และไม่ควรหยุดชะงักหรือล้มเลิกกลางคัน’
เพื่อป้องกันการถูกรบกวน ริทจึงตัดสินใจที่จะไม่ลองทำมันที่บ้าน เขาปั่นจักรยานออกไปยังสถานที่อันห่างไกลผู้คนที่สุด หลังหาที่ได้บริเวณโคนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ริทก็นั่งขัดสมาธิและพยายามทำจิตใจให้ว่าง
ในตอนแรกไม่มีอะไรเกิดขึ้น…
จนผ่านไปสิบห้านาทีก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น…
ริทลืมตาขึ้นอย่างผิดหวัง เขาเริ่มสงสัยว่าตัวเองกำลังหลงเชื่อเรื่องไร้สาระจากจดหมายปริศนาอยู่หรือเปล่า
แต่เมื่อนึกถึงข้อความของพ่อ เขาก็ตัดสินใจลองอีกครั้ง
แต่อีกสิบห้านาทีต่อมา ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น…
ทว่า ขณะที่ริทยังคงนั่งจดจ่ออยู่กับการปลดล็อกอย่างเต็มที่จนเริ่มเข้าภวังค์สมาธิโดยไม่รู้ตัว ทันใดนั้นเอง เขาก็คล้ายได้ยินเสียงอะไรแตกในหัว ก่อนที่ความเจ็บปวดอันเกินบรรยายจะแล่นเข้าสู่สมองอย่างรวดเร็ว
"อ๊ากกกกกกกกกกกกก!!"
แม้จะพยายามแล้ว แต่ริทก็ยังคงล้มลงดิ้นพล่านราวถูกน้ำร้อนลวกในขณะที่ปากก็ส่งเสียงกรีดร้องไม่หยุด เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ เขาทำได้เพียงพยายามอดทนต่อความเจ็บปวดให้มากที่สุด
ผ่านไปหนึ่งนาทีที่ยาวนานราวชั่วโมงสำหรับเด็กหนุ่ม ความรู้สึกเจ็บปวดที่ได้รับก็เริ่มบรรเทาลงเรื่อยๆ หลังจากนั้นไม่กี่นาที ริทก็ลืมตาขึ้น
ราวกับพบโลกใบใหม่ ไม่เพียงแต่สายตาของเขาจะเห็นได้ไกลขึ้น ชัดเจนมากขึ้น แต่ประสาทสัมผัสอื่นๆ ก็พัฒนาขึ้นมากเช่นกัน เขาได้ยินเสียงไกลขึ้น ได้กลิ่นมากขึ้น ประสาทโต้ตอบรวดเร็วขึ้นจนรู้สึกได้ ริทแทบจะไม่เชื่อตัวเองว่าจะเกิดอะไรแบบนี้ได้เพียงแค่ปลดล็อกศักยภาพของสมอง หากเขานำเรื่องนี้ออกป่าวประกาศสู่ชาวโลก คงไม่แคล้วที่เขาจะได้โด่งดังเป็นพลุแตกแน่ๆ
แต่ตอนนี้เด็กหนุ่มมีเรื่องให้อยากรู้และอยากทดลองมากกว่านั้น และแน่นอนว่าเป้าหมายอันสมบูรณ์แบบในการทดลองก็อาศัยอยู่ที่บ้านของเขาเอง ถ้ามันได้ผลอย่างที่พ่อของเขาเขียนบอกไว้ในจดหมาย ริทก็นึกไม่ออกเลยว่าชีวิตต่อจากนี้จะมีความสุขขนาดไหน
ริทก้มมองสองมือของตนเอง ก่อนจะกำมันเข้าหากันช้าๆ
ตลอดสิบแปดปีที่ผ่านมา เขาเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่กล้าแม้แต่จะปฏิเสธคำสั่งของพี่สาว
แต่ตอนนี้ทุกอย่างต่างออกไปแล้ว
เด็กหนุ่มยิ้มกับตัวเองก่อนจะขึ้นคร่อมจักรยาน เขายังไม่รู้ว่าความสามารถนี้มีขอบเขตมากเพียงใด แต่มีเรื่องหนึ่งที่เขาตั้งใจจะค้นหาให้แน่ชัด
และคนที่จะช่วยให้เขาได้คำตอบก็กำลังรออยู่ที่บ้านของเขาเอง
บทล่าสุด
#16 บทที่ 16 EP 14 "มาโซคิสม์" (2)
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#15 บทที่ 15 EP 14 "มาโซคิสม์" (1)
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#14 บทที่ 14 EP 13 "เริ่มยอมรับ"
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#13 บทที่ 13 EP 12 "อม?"
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#12 บทที่ 12 EP 11 "บอดี้สูท"
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#11 บทที่ 11 EP 10 "อีกครั้งกับม่ายสาว"
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#10 บทที่ 10 EP 9 "มันเกิดขึ้นอีก"
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#9 บทที่ 9 EP 8 "ไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว"
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#8 บทที่ 8 EP 7 "ครั้งแรก" (2)
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026#7 บทที่ 7 EP 7 "ครั้งแรก" (1)
อัปเดตล่าสุด: 11/3/2026
คุณอาจชอบ 😍
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
แสร้งรักเมียหย่า
เธอยอมบอกลาผู้ชายที่รัก และยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อแลกกับ ‘อิสระ’ ที่พ่อกับแม่สัญญาว่าจะคืนให้หลังจากนี้
แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย...
ผู้ชายที่นั่งรอเธออยู่กลับไม่ใช่คิมหันต์
“เอ่อ ... คุณไม่ใช่คิมหันต์”
“แล้ว ...?”
‘เหมันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ลูกชายคนกลางที่หายไปจากครอบครัวนานกว่าหกปี และถูกเรียกตัวกลับมาเพียงเพราะพี่ชายปฏิเสธการแต่งงาน
เมื่อเธอต้องแต่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว
ส่วนเขาต้องแต่งเพราะเป็นเพียง ‘ตัวแทน’ ของใครอีกคน
การแต่งงานที่ไม่มีความรักตั้งแต่แรก
จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับข้อตกลงของคนสองคน
โดยไม่มีใครรู้ว่า เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดลง
ใครกันแน่ ... ที่จะยังแสร้งทำเป็นว่าไม่รัก
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!













