บทที่ 2 Arc 1 ประธานอีนิกม่ากับเลขาเบต้า (1/6)

เสียงเคาะรองเท้าดังสะท้อนในโถงสำนักงานใหญ่สุดหรูของบริษัท คีรินพบว่าตัวเองยืนอยู่หน้าประตูห้องประชุม ใบหน้าในกระจกที่สะท้อนอยู่ข้างลิฟต์ทำให้เขาถึงกับนิ่งไปพักหนึ่ง มันก็หน้าตาเดิมของเขานั่นแหละ แต่รู้สึกว่าละมุนขึ้น ไม่อยากจะพูดหรอก แต่โลกเก่าเขารู้สึกว่าตัวเองก็ฮอตพอตัว แต่มองมาตอนนี้นั้นจากผิวที่ขาวซีดเป็นขาวอมชมพูดูสุขภาพดี แถมรูปร่าง และส่วนสูง 178 เซนติเมตรก็เหมือนเดิม จะมีเพียงแค่หุ่นดูลีนและกระชับขึ้นนิดหน่อย เพราะแต่เดิมก็เอาแต่เล่นเกมอยู่ที่ห้องไม่ค่อยได้ออกกำลังกายมากนัก ดังนั้นร่างกายเขาจึงไม่มีกล้ามเนื้อแข็ง ๆ มีแต่เนื้อนุ่มนิ่มภายใต้ร่มผ้าที่สวมใส่อยู่

“แหม หล่อจริง ๆ แต่เป็นเลขาก็ต้องเนี้ยบสินะ” เขาพึมพำ พลางดึงสูทให้เข้าที่

แต่ก่อนที่เขาจะทันตั้งตัว ประตูห้องประชุมก็เปิดออก และเขาก็พบกับชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีดำเนี้ยบ ดวงตาสีเข้มของติณณ์ จ้องมองมาอย่างเย็นชา

โห้ นี่คือตัวเอกในโลกนี้เหรอ โคตรหล่อเลย

ดวงหน้าคมเข้มได้สัดส่วนเหมือนรูปสลักจากศิลปินชั้นเอก ผิวสีแทนที่ดูสุขภาพดีสะท้อนกับแสงไฟในห้องทำงานยิ่งเสริมให้เขาดูสง่างาม ดวงตาสีเข้มของเขามีเสน่ห์ดึงดูดจนยากจะละสายตา แฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นและเฉียบคมราวกับมองทะลุถึงจิตใจของคนตรงหน้า คิ้วหนาเรียงตัวอย่างสมบูรณ์แบบเสริมความเข้มขรึมให้ใบหน้า จมูกโด่งได้รูป และริมฝีปากที่หยักเล็กน้อย ยามที่เขาเผยรอยยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อยกลับทำให้ผู้คนรอบตัวรู้สึกเหมือนถูกสะกด เรือนผมสีดำสนิทของเขาจัดแต่งอย่างเรียบร้อย เพิ่มความหรูหราและภูมิฐาน เสื้อสูทตัดเย็บอย่างประณีตเข้ากับร่างสูงโปร่ง มีกลิ่นอายของความทรงพลังและอำนาจที่ยากจะลบล้างของอีนิกม่า

แต่สูงชะมัด คีรินมองหน้าต่างสถานะของประธานหนุ่มด้วยความอิจฉา

[สถานะ : พระเอก

ชื่อ : ติณณ์ อัครเดชพิพัฒน์

เพศรอง : อีนิกม่า อายุ : 35 ปี

ส่วนสูง : 191 cm น้ำหนัก : 82 kg]

“ช้าไปหน่อยนะ” ประธานหนุ่มพูดพร้อมกับขยับเนคไทให้เข้าที่

“ขอโทษครับบอส” คีรินหลุดจะภวังค์พยายามพูดอย่างสุภาพที่สุด พลางยื่นเอกสารไปให้

ติณณ์เลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือมารับเอกสารไป “ดี... นายทำงานได้ดีเหมือนเคย แต่คืนนี้ ฉันมีงานสำคัญที่ต้องไป นายช่วยเตรียมรายละเอียดเกี่ยวกับแขกให้พร้อมด้วย”

“ได้ครับ” คีรินตอบรับโดยพยายามเก็บความตื่นเต้นเอาไว้

ขณะที่ติณณ์เดินจากไป คีรินอดไม่ได้ที่จะหันไปมองหน้าจอระบบที่ลอยอยู่ด้านข้าง

[ภารกิจย่อย: ช่วยประธานอีนิกมาเตรียมแผนการเพื่อเอาชนะใจเป้าหมายในงานเลี้ยงคืนนี้]

“นี่แค่เริ่มก็วุ่นขนาดนี้แล้วเหรอ…” คีรินถอนหายใจ พลางคิดในใจว่า งานนี้คงไม่ง่ายอย่างที่คิด

แต่เขายังไม่รู้เลยว่าปัญหาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การช่วยให้ติณณ์เอาชนะใจเป้าหมาย หากแต่อยู่ที่การทำให้ประธานสุดหล่อเลิกสนใจตัวเลขาของเขาต่างหาก!

ในค่ำคืนนั้น คีรินยืนอยู่หน้ากระจกในห้องทำงานเล็ก ๆ ที่เป็นของเขาเอง สูทสีเข้มถูกจัดแต่งอย่างเรียบร้อย

"โอเค นายเป็นเลขามืออาชีพ นายไม่ใช่เกมเมอร์ที่นอนขลุกอยู่ในห้องอีกแล้ว" เขาพูดกับตัวเองเพื่อเรียกความมั่นใจ แม้ว่าภายในใจจะเต็มไปด้วยความกังวล

เสียงเตือนจากหน้าจอระบบปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง

[ข้อควรระวัง: หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เป้าหมายเข้าใจผิดในความสัมพันธ์ระหว่างตัวเอกและผู้ช่วย]

"หลีกเลี่ยง?นี่มันพูดเหมือนฉันเป็นปัญหาซะเอง" คีรินบ่นเบา ๆ

สถานที่จัดงานเลี้ยงเป็นโรงแรมหรูในย่านใจกลางเมือง โถงขนาดใหญ่ประดับด้วยแชนเดอเลียร์ระยิบระยับ เสียงดนตรีบรรเลงคลอเบา ๆ ท่ามกลางกลุ่มแขกในชุดสูทและเดรสหรูที่เดินพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

คีรินยืนอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง ดวงตาสอดส่องไปยังโต๊ะของติณณ์ที่นั่งอยู่ใกล้เวทีประดับดอกไม้ เขาสังเกตเห็นชายหนุ่มร่างสูงผู้เต็มไปด้วยเสน่ห์ยังคงสงบนิ่ง ขณะพูดคุยกับกลุ่มนักธุรกิจที่มาร่วมงาน

[คำแนะนำ: กระตุ้นให้ติณณ์เข้าใกล้เป้าหมายโดยการสร้างโอกาสพูดคุย]

คีรินมองไปยังเป้าหมายของระบบ ลูน่า โอเมก้าหนุ่มหน้าหวานเจ้าของร้านคาเฟ่ดัง ผู้กำลังยืนเสิร์ฟกาแฟและของหวานที่โต๊ะข้าง ๆ ด้วยรอยยิ้มสุภาพ

[สถานะ : นายเอก (เป้าหมาย)

ชื่อ : ลูน่า

เพศรอง : โอเมก้า อายุ : 26 ปี

ส่วนสูง : 172 cm น้ำหนัก : 65 kg]

สมกับเป็นนายเอกจริง ๆ โอเมก้าหน้าหวาน ดวงตาราวกับกวางแสนสวย และหุ่นเล็ก ๆ เอวบางอ้อนแอ้นนั่นอีก นายเอกในนิยายชัด ๆ

“งานฉันก็คือสร้างโอกาสให้พวกเขาได้คุยกันสินะ…” คีรินสูดหายใจลึก ก่อนจะเดินเข้าไปหาติณณ์

“บอสครับ แขกของเราท่านนั้น...เจ้าของร้านคาเฟ่ที่คุณเคยชมเรื่องกาแฟ จำได้ไหมครับ?” คีรินถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ พร้อมส่งสายตาไปยังลูน่าที่อยู่ไม่ไกล

ติณณ์หันไปมองตามทิศทางที่คีรินส่งสายตา เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า "อ๋อ..."

"ใช่ครับ ลองเข้าไปพูดคุยดูไหมครับ?ถือโอกาสเชิญมาเป็นคู่ค้าธุรกิจเพิ่มเติม" คีรินแนะนำ

ติณณ์ยิ้มมุมปาก และลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างสง่างาม "ก็เป็นความคิดที่ดี"

[ความคืบหน้า: 5%]

เยส!ยอดไปเลย

ขณะที่ติณณ์เดินตรงไปหาเป้าหมาย คีรินถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พักสมอง เสียงเรียกเบา ๆ ดังขึ้นข้างหลัง

"คุณเลขาคะ ช่วยหยิบแฟ้มเอกสารที่ท่านประธานลืมไว้บนโต๊ะให้หน่อยค่ะ"

คีรินรีบวิ่งกลับไปที่โต๊ะของติณณ์เพื่อหยิบเอกสาร ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกถึงเงาที่สูงใหญ่ของติณณ์ที่ปรากฏอยู่ด้านหลัง

"นายดูยุ่งดีนะ" เสียงทุ้มต่ำของติณณ์ดังขึ้น

คีรินสะดุ้งน้อย ๆ ก่อนหันไปตอบ “อ้อ แค่ทำหน้าที่ครับ คุณติณณ์คุยกับคุณลูน่าเป็นยังไงบ้างครับ?”

แต่แทนที่จะตอบคำถาม ติณณ์กลับจ้องมองเขานิ่ง ๆ รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้า "น่าสนใจ นายดูเก่งกว่าที่ฉันคิด"

คีรินรู้สึกถึงบางสิ่งที่เปลี่ยนไปในสายตาของติณณ์ ราวกับว่าประธานหนุ่มไม่ได้มองเขาแค่ในฐานะเลขาอีกต่อไป

[คำเตือน: ตัวเอกเริ่มสนใจผู้ช่วย]

[ค่าความคืบหน้า: ติดลบ 10%]

“เดี๋ยวก่อน! ไม่นะ!” คีรินอุทานในใจ แต่ใบหน้ายังพยายามรักษาความสงบ

“เอาล่ะ คืนนี้ก็ทำหน้าที่ของนายต่อไป” ติณณ์พูดเสียงเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความหมายบางอย่างที่ทำให้คีรินรู้สึกหวั่น ๆ

“ครับ...บอส” คีรินตอบเสียงแผ่ว พลางคิดในใจว่า งานนี้มันไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้จริง ๆ!

หลังงานเลี้ยงในค่ำคืนนั้น ติณณ์และคีรินขึ้นลิฟต์ส่วนตัวเพื่อกลับไปยังห้องทำงานชั้นบนสุดของบริษัท คีรินที่กำลังถือเอกสารบางอย่างเดินตามหลังประธานหนุ่มไปอย่างเงียบ ๆ ความเหนื่อยล้าจากงานเลี้ยงทำให้เขาแทบจะหมดแรง

“บอสครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” คีรินพูดพลางมองนาฬิกาข้อมือ

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะก้าวออกจากลิฟต์ ติณณ์ที่ยืนอยู่ข้างหน้า หันมาจ้องเขาด้วยสายตาแปลกประหลาด

“กลิ่นของนาย...” ติณณ์พึมพำเบา ๆ

คีรินชะงัก เขาเลิกคิ้วด้วยความงุนงง “กลิ่น?คุณพูดถึงอะไรครับ?” เขาไม่มีกลิ่นสักหน่อย

แต่ก่อนที่เขาจะได้รับคำตอบ บรรยากาศในลิฟต์กลับเต็มไปด้วยความกดดัน ติณณ์เดินเข้ามาใกล้เขา ร่างสูงใหญ่บดบังทางออกทั้งหมด ดวงตาคมเข้มของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย

“บอส...” คีรินถอยหลังจนติดผนังลิฟต์ หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบทะลุอก

กลิ่นฟีโรโมนเหล้ารัมเริ่มอบอวลในอากาศ กลิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของอีนิกม่าอันทรงพลัง ทำให้คีรินรู้สึกหน้ามืดเล็กน้อย

“บอส... คุณกำลังเข้าสู่ช่วงรัทงั้นเหรอครับ?” คีรินพึมพำด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น

ติณณ์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย แต่แววตาของเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป “แล้วนายคิดว่ายังไงล่ะ?”

ชิบหายละ! ไอ้ระบบนี่มันหมายความว่ายังไง!?

บทก่อนหน้า
บทถัดไป