บทที่ 4 Arc 1 ประธานอีนิกม่าและเลขาเบต้า 🔥(3/6)

แสงแดดยามเช้าส่องผ่านกระจกหน้าต่างของสำนักงานใหญ่ คีรินเดินเข้ามาในห้องทำงานของเขาพร้อมแก้วกาแฟในมือและกองเอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับประชุมในเช้านี้ เขาพยายามทำตัวให้ปกติมากที่สุด แม้หัวใจจะยังเต้นไม่เป็นจังหวะจากเหตุการณ์เมื่อคืน

“ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีอะไรเกิดขึ้น...” คีรินพึมพำกับตัวเองขณะนั่งลงที่โต๊ะทำงาน เขาจงใจเพ่งสมาธิไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า

เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของ ติณณ์ ที่เดินเข้ามาในห้องทำงานของตัวเองซึ่งอยู่ถัดไปไม่ไกล คีรินเผลอกลืนน้ำลายเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นใบหน้าคมของประธานหนุ่ม

เมื่อคืน... มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?เขาคิดในใจ

แม้ระบบจะลบความทรงจำบางส่วนของติณณ์ไปแล้ว แต่กลิ่นฟีโรโมนเมื่อคืนยังคงอยู่ในความรู้สึกของคีริน เสียงหัวใจที่เต้นแรงไม่หยุดเตือนเขาให้ระวังตัว

[คำแนะนำ: ทำตัวปกติที่สุด เพื่อให้ภารกิจดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น]

“ทำตัวปกติ?ให้มันง่ายแบบนั้นสิ...” คีรินบ่นเบา ๆ พลางลุกขึ้นยืนพร้อมกับกองเอกสารในมือ

คีรินเดินเข้าไปในห้องประชุมที่เต็มไปด้วยเหล่าผู้บริหารระดับสูง เขาเลี่ยงการสบตากับติณณ์อย่างตั้งใจ และพยายามจัดการทุกอย่างอย่างมืออาชีพ

“นี่คือรายงานประจำเดือนครับ” คีรินวางแฟ้มเอกสารลงตรงหน้าของติณณ์ ก่อนจะรีบถอยออกมาโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง

แต่ก่อนที่เขาจะเดินกลับไปนั่งที่มุมห้อง เสียงของติณณ์ก็ดังขึ้น

“คีริน”

เสียงทุ้มต่ำที่แฝงความจริงจังทำให้ทุกคนในห้องประชุมเงียบกริบ คีรินชะงัก ฝืนยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไป “ครับ บอส?”

“เมื่อคืน...” ติณณ์พูดขึ้น ทำให้ทั้งห้องประชุมจับจ้องมาที่พวกเขา

คีรินหน้าเหวอ มือกำแฟ้มเอกสารแน่น “เอ่อ...เมื่อคืน?”

“นายจัดการเรื่องเอกสารในลิฟต์ได้ดีมาก” ติณณ์พูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่สายตาของเขาที่มองมายังคงแฝงความลึกลับบางอย่าง

คีรินโล่งอกเกือบจะในทันที แต่ก็ยังไม่วายรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของอีกฝ่าย

“ครับ ขอบคุณครับ” เขาตอบกลับด้วยรอยยิ้มจาง ๆ

ติณณ์มองเขาอีกครู่หนึ่งก่อนจะเบนสายตากลับไปที่เอกสารในมือ

หลังประชุมเสร็จ คีรินกำลังจะเดินกลับไปที่ห้องทำงานของตัวเอง แต่ยังไม่ทันจะพ้นระยะห้องประชุม เสียงทุ้มต่ำของติณณ์ก็เรียกเขาอีกครั้ง

“คีริน มาที่ห้องฉันหน่อย”

เขาชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะสูดลมหายใจลึกและพยักหน้า “ครับ บอส”

เมื่อเดินเข้ามาในห้องทำงานของติณณ์ ความกดดันในบรรยากาศก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน คีรินยืนอยู่หน้าประตู ขณะที่ติณณ์นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ดวงตาคมเข้มจ้องมองเขาอย่างไม่ลดละ

“เมื่อคืน... นายไม่คิดว่ามันแปลกเหรอ?”

คำถามนั้นทำให้คีรินหัวใจเต้นรัวอีกครั้ง

“อะไรแปลกครับ?” คีรินพยายามตอบด้วยเสียงเรียบนิ่งที่สุด

“กลิ่นของนาย” ติณณ์พูดพลางลุกขึ้นยืน เดินเข้ามาใกล้จนคีรินต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติ

“ผมว่าเราอาจจะเข้าใจผิด...” คีรินพูดเร็วขึ้น แต่ก่อนที่เขาจะได้อธิบายต่อ ติณณ์ก็ก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างแทบไม่มี

“กลิ่นนั้น... ฉันลืมมันไม่ได้”

“กลิ่นที่ทำให้ฉันหลุดจากการควบคุม และ...”

“ภาพที่นายอมดุ้นของฉัน”

“!!!”

ระบบ!ไหนมึงบอกว่าลบความทรงจำแล้วไง!?

[ขออภัย เนื่องจากมีไวรัสแทรกซึมเข้ามาในระบบทำให้มีบางส่วนที่จัดการไม่ได้]

[และเพื่อเป็นบทลงโทษที่ตัวเอกสนใจ NPC คีรินมากกว่านายเอก ระบบจึงจำเป็นต้องให้ตัวเอง OOC ชั่วคราว เพื่อให้ NPC ได้จดจำว่าต้องทำงานให้สำเร็จ]

ห้ะ?

คีรินยืนตัวแข็งค้าง ราวกับร่างกายถูกแช่แข็งด้วยคำพูดที่ไม่คาดคิด ดวงตาเบิกกว้างมองหน้าติณณ์ที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ รัศมีอันตรายแผ่ออกมาจากตัวอีนิกม่าหนุ่มอย่างชัดเจน

“ดะ...ดุ้นอะไรครับ!?ผมไม่รู้ว่าคุณพูดถึงอะไรเลย!” คีรินรีบพูดแก้ตัว แต่เสียงของเขาสั่นไหวจนดูไม่น่าเชื่อถือ

ติณณ์ยิ้มบาง ๆ แต่ในแววตากลับไม่มีความอ่อนโยนเหลืออยู่ “นายจะบอกว่ามันไม่จริงเหรอ?เพราะฉันจำได้แม่นยำ ทุกสัมผัส ทุกกลิ่น...”

ติณณ์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีก จนคีรินถอยหลังไปติดผนัง มือใหญ่ของเขายกขึ้นมากั้นไม่ให้คีรินหนีไปไหน

[คำเตือน: สถานการณ์หลุดจากการควบคุม]

[ระบบ OOC ชั่วคราว ตัวเอกจะไม่มีการยับยั้งชั่งใจในช่วงเวลานี้]

ระบบ! มึงทำงานยังไงวะ!?คีรินสบถในใจ ขณะพยายามรวบรวมสติที่เหลืออยู่

ติณณ์ใช้มือดันผนังเหนือหัวคีรินไว้ ใบหน้าคมโน้มลงมาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวสัมผัสได้ถึงผิวหน้า “บอกฉันมา ว่าทำไมนายถึงมีอิทธิพลต่อฉันได้ขนาดนี้?หรือ...นายจงใจ?”

“ผมไม่ได้ตั้งใจอะไรทั้งนั้น!” คีรินรีบตอบ แต่คำพูดของเขากลับเหมือนเชื้อไฟที่กระตุ้นให้อีกฝ่ายยิ่งเร่งเร้า

“ไม่ตั้งใจเหรอ?” ติณณ์เลิกคิ้ว ดวงตาคมจ้องเขาราวกับจะมองทะลุความคิดของคีริน ก่อนจะโน้มตัวลงมาแนบชิด “แต่ร่างกายของนายมันบอกฉันตรงข้าม...”

ติณณ์จับข้อมือของคีรินดึงให้เขาออกห่างจากผนัง แล้วผลักเขาไปนั่งลงบนโซฟาในห้องทำงาน ร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มยืนค้ำร่างของเขาไว้ สายตาดุดันเหมือนนักล่าที่กำลังจ้องเหยื่อ

“บอส... ผมว่าคุณอาจจะสับสนเพราะเมื่อคืน...” คีรินพยายามพูด แต่คำพูดของเขาถูกขัดด้วยเสียงหัวเราะในลำคอของติณณ์

“สับสน?ฉันไม่เคยสับสนกับสิ่งที่ตัวเองต้องการ”

เขาก้าวเข้าไปนั่งลงข้าง ๆ คีริน มือใหญ่คว้าคางของคีรินให้เงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาสบตาอย่างลึกล้ำ

“นายกำลังจะบอกฉันว่า เมื่อคืน...นายไม่ได้รู้สึกอะไรเลย?”

“ผม...” คีรินพยายามหาคำตอบ แต่ทุกคำพูดกลับกลืนหายไปเมื่อดวงตาของติณณ์จ้องมองเขาด้วยแรงกดดันมหาศาล

[ตัวเอกยังคง OOC และความปรารถนาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง]

[คำแนะนำ: รับมือสถานการณ์ตามความเหมาะสม]

“เหมาะสมบ้านมึงสิ!” คีรินคิดในใจ แต่ยังไม่ทันจะหาทางแก้ไข ติณณ์ก็โน้มตัวเข้ามาใกล้ ริมฝีปากของเขาเกือบจะสัมผัสกับคีรินอีกครั้ง

“ถ้านายไม่พูด ฉันจะทำให้นายยอมรับเอง...”

ติณณ์ดึงคีรินให้ล้มลงนั่งบนโซฟาในห้อง มือใหญ่ของเขาประคองใบหน้าของคีรินไว้แน่น ดวงตาคมกริบสบมองด้วยความปรารถนาที่ท่วมท้น

“นายรู้ไหม ฉันไม่เคยต้องการใครมากขนาดนี้...” เสียงทุ้มต่ำของติณณ์ทำให้หัวใจของคีรินเต้นกระหน่ำ

ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร ริมฝีปากของติณณ์ก็ทาบลงมาอีกครั้ง จูบที่หนักหน่วงและเร่าร้อนลิ้นหนากวาดไล่ต้อนลิ้นเรียวเล็ก ดูดเลียไปทั่วโพรงปากไม่เว้นแม้กระทั่งฟันขาวที่เรียงเป็นระเบียบของคีริน เสียงจูบดังไปทั่วห้องทำงานหรู ทำให้สมองของคีรินว่างเปล่า ลิ้นร้อนที่แทรกเข้ามาเรียกร้องทุกสัมผัสที่เขามี

มือของติณณ์เลื่อนลงมาที่เอวของคีริน บีบแน่นราวกับต้องการย้ำว่าเขาจะไม่มีทางปล่อยให้ร่างเล็กหนีไปไหน ความใกล้ชิดที่ไร้ช่องว่างทำให้บรรยากาศในห้องร้อนระอุจนแทบลุกเป็นไฟ

จมูกโด่งคลอเคลียไปตามต้นคอขาว สูดดมกลิ่นฟีโรโมนหอมที่เบต้าไม่ควรมี ปากหนากดจูบดอมดมลดเลี่ยลงมาเรื่อย ๆ จนถึงแผ่นอกบางที่หายใจกระเพื่อม ก่อนจะแลบลิ้นโลมเลียจนน้ำลายเปียกชุ่มเสื้อเชิ้ตตัวบางที่สามารถเห็นยอดอกเล็กได้อย่างชัดเจน ก่อนจะกลัดเม็ดกระดุมเสื้อเชิ้ตขาวของเลขาเบต้าด้วยความชำนาญ เปิดเปลือยแผ่นอกสีขาวเนียนที่มีจุกชมพูน่ารักกระแทกตา

“หืม นี่ร่างกายของเบต้าเหรอ”

“ทำไมมันน่าเย็ดขนาดนี้”

“บอสครับ!อ้ะ!” คีรินยังไม่ทันได้กล่าวปากหนาของอีนิกม่าก็เข้าครอบครองจุกชมพูที่ว่าทันที ปลายลิ้นสะกิดเลีย และดูดรังแกยอดถันสีสวยบวมเต่ง มือหนาก็อีกข้างก็เอื้อมไปสะกิดจุกอีกข้างไม่ให้น้อยใจ

“อื้อ อึก บอส” คีรินนอนกัดปากครางเสียงเครือ

“จ๊วบ!อยากให้มีน้ำนมออกมาเสียจริง” เมื่อเล่นกับจุกน่ารักพอสมควร ก็ได้เวลาจัดการกับกางเกงสแล็คสีดำที่เจ้าตัวใส่อยู่ให้ออกไปพ้นทาง รวมไปถึงอันเดอร์แวร์เช่นกัน

กึ่งกลางลำตัวมีขนาดพอเหมาะกับเจ้าตัว หัวสีชมพูสดสวยน่ารัก ไม่มีกลุ่มขนให้รกสายตา ดูสะอาดตาและสวยงามอย่างยิ่งในสายตาของติณณ์ ก่อนจะคุกเข่าและใช้มือหนาแบะเรียวขาออกกว้างจนเห็นรูจีบสีชมพูที่มีน้ำเมือกเปียกซึมเล็กน้อย

“รูร่าน ๆ นี่น่ารักจริง ๆ” ปากหนาดูดงับเม้มต้นขาขาวจนขึ้นรอยสีกุหลาบอย่างหมั่นเขี้ยว แล้วมุดหน้าเข้าหารูจีบ แลบลิ้นเลียรูร่านรัว ๆ จนน้ำหวานหล่อลื่นออกมามากมาย

“ฮึก เสียว”

คีรินก้มลงมองกลุ่มผมหนาสีดำเข้มที่มุดอยู่ตรงส่วนสงวนของเขาที่กำลังเลียรูด้วยความเสียวซ่านจนใจเต้นระรัว

“อ่า จะ ส... เสร็จ” ลิ้นหนาที่กำลังทำหน้าที่อย่างแข็งขันพร้อมกับเลขาเบต้าที่ครางออกมาอย่างสุขสม

ประธานหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองร่างขาวผ่องที่กระตุกเกร็งปล่อยน้ำขาวขุ่นออกมาจากหัวสีชมพูสด ก่อนจะกระตุกยิ้มร้าย รีบปลดชุดของตนเองที่ใส่อยู่ร่างรวดเร็วจนร่างกายหนาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสีแทนอย่างสุขภาพดี และดุ้นที่คีรินเคยอม เปิดเปลือยให้เท่าเทียมกับคนตัวขาวที่นอนบิดเร่าอยู่บนโซฟาเบด

“แฉะขนาดนี้แล้วสินะ” นิ้วแกร่งเกลี่ยไปมาตรงปากทางรัก จากนั้นกดนิ้วเข้าไปในรูจีบที่ขมิบเชิญชวน รูจีบกระตุกตอดรัดนิ้วแน่นทันที

“ฉันต้องเตรียมรูนายให้พร้อมกับดุ้นของฉันก่อน” นิ้วแกร่งเริ่มสอดใส่เข้าไปอีกสองนิ้ว จนตอนนี้รูน้อยก็รับได้เป็นสามนิ้ว แล้วนิ้วทั้งสามก็เริ่มกระแทกกระทันเรียวนิ้วจนได้ยินเสียงน้ำกระฉอกอยู่ด้านใน

“บอส ผ... ผมจะเสร็จ อิ้” และน้ำสีขุ่นก็ถูกปล่อยออกมาจากท่อนลำเล็กอีกครั้ง

คีรินที่เหงื่อท่วมตัวหายใจเข้าปอดไม่ทัน ปรือตามองตัวเอกที่กำลังยืนชักท่อนลำอยู่ตรงหน้าเขา ก่อนจะนำดุ้นสีเข้มมาจดจ่อตรงรูร่านแล้วกดตัวตนลงไปจนมิดลำ

สวบ!

“บอส!ฮึก ฮือ เจ็บ ผมเจ็บ”

“ชู่ แลบลิ้นนะเด็กดี”

คีรินที่ไม่มีสติกำลังสะอื้นเจ็บจากการถูกสอดใส่มาทีเดียวทั้งลำจนหน้าท้องของตนนูนและแน่นไปหมด จึงแลบลิ้นออกมาทำตามคำสั่งโดยไม่รู้ตัว

“อ่า อืม จ๊วบ” ลิ้นหนาดูดดึงลิ้นเล็กที่แลบออกมาเพื่อดึงความสนใจของเบต้าหนุ่มที่กำลังเจ็บ พร้อมค่อย ๆ ขยับสะโพกกระแทกเบา ๆ เมื่อรู้สึกว่าช่องทางนั้นเริ่มคลายตัวลง

“อ่า โคตรแน่นเลยเด็กดี” ติณณ์เงยหน้าครางด้วยความเสียว

เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังไปทั่วห้องทำงานหรู คีรินเสียวจนแทบขาดใจ น้ำตาแห่งความสุขสมไหลไม่หยุด ได้แต่มองอ้าปากครางจนเสียงแหบแห้ง

ติณณ์ที่กำลังกระแทกสะโพกเข้าออกอยู่นั้นก้มมองร่างบางที่โงนเงนตามแรงขยับสะโพกเขาตาลอยอย่างไม่มีสติ

น่าเอ็นดูจริง ๆ

ก่อนจะเร่งสะโพกรัวเร็วเมื่อใกล้ถึงปลายทาง น้ำกามข้นหนืดพุ่งออกจากปลายหัวเห็ดสีเข็มเข้าสู่ช่องทางรักของเบต้าจนท้องขาวป่องขึ้นมา อีนิกม่าถอดถอนตัวออก มือหนาจับอ้าขาเรียวให้แบะออกมามองช่องทางกลวงโบ๋ที่เต็มไปด้วยน้ำรักของเขา และบางส่วนที่ไหลเปรอะเปื้อนบั้นท้ายงอนงามอย่างพอใจ

คีรินปรือตามองท่าทางนั้นก็ได้แต่สบถอยู่ในใจ

ไอ้ระบบเฮงซวย!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป