บทที่ 6 Arc 1 ประธานอีนิกม่ากับเลขาเบต้า (5/6)

ยามเช้าหลังจากค่ำคืนแห่งความเร่าร้อนที่เพนต์เฮาส์ แสงอาทิตย์ลอดผ่านม่านบาง ๆ เข้ามาในห้องนอนกว้าง ติณณ์นอนหลับอย่างสงบโดยมีร่างเล็กของคีรินขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของเขา

แม้จะมีความสงบในช่วงเวลานี้ แต่ในใจของคีรินกลับเต็มไปด้วยความว้าวุ่น “ฉันทำอะไรลงไป...?” เขามองมือของตัวเองที่ยกขึ้นมากุมหน้าผากอย่างเหนื่อยล้า ขณะสายตาเหลือบมองติณณ์ที่ยังหลับสนิท

[สถานะของผู้ใช้งาน: ร่างกายเปลี่ยนผ่านสำเร็จ 80%]

[ผลกระทบเพิ่มเติม: ตัวเอก (ติณณ์) เริ่มมองผู้ใช้งานเป็น "คู่ชีวิตที่เหมาะสม"]

[โปรดระวัง: สถานะความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปอาจส่งผลต่อภารกิจหลัก]

“คู่ชีวิต? นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันอีก!?” คีรินสบถในใจ ก่อนจะถอนหายใจยาว

“รอบนี้สามารถลบความทรงจำได้ไหม?”

[คำขอลบความทรงจำของตัวเอกได้รับการอนุมัติ]

[สถานะ: ลบความทรงจำแบบมีเงื่อนไข]

“มีเงื่อนไข?” เขาพึมพำ แต่ระบบไม่ได้ให้คำตอบเพิ่มเติมร่างกายที่อ่อนล้าและความรู้สึกสับสนยังคงกัดกินจิตใจ เขาลุกขึ้นแต่งตัวอย่างเร่งรีบ ก่อนจะเดินออกจากเพนต์เฮาส์ของติณณ์ไปโดยไม่เหลียวหลัง

ติณณ์ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งในหัว ร่างกายเปลือยเปล่าใต้ผ้าห่มทำให้เขาขมวดคิ้ว ดวงตาคมกวาดมองไปรอบห้อง แต่ไม่มีร่องรอยของคีริน

“นี่มันอะไรกัน?” เขาพึมพำ ขณะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง

ความทรงจำเกี่ยวกับคืนที่ผ่านมาช่างพร่าเลือน เขาจำได้เพียงเศษเสี้ยวของสัมผัสที่ร้อนแรงและเสียงครางแผ่วเบา แต่เมื่อลองนึกทบทวน ภาพเหล่านั้นกลับหลุดลอยไปเหมือนฝัน

ติณณ์สลัดความคิดในหัวออก ก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำ แต่งตัว และมุ่งหน้าไปทำงานตามปกติ

ในห้องทำงาน ติณณ์นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน สายตาจับจ้องไปยังเอกสารตรงหน้า แต่สมองกลับปั่นป่วนไปด้วยความคิดเกี่ยวกับคืนที่ผ่านมา

เมื่อคีรินเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับเอกสารรายงานตามปกติ ติณณ์เงยหน้าขึ้นมองทันที สายตาคมกริบสังเกตทุกท่าทางของเลขาหนุ่ม

“นี่ครับ รายงานที่คุณต้องการ” คีรินพูดเสียงเรียบ รักษามืออาชีพเต็มที่

ติณณ์รับแฟ้มมา แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปที่ใบหน้าของคีรินนานกว่าปกติ เขาสังเกตเห็นว่าคีรินพยายามหลบสายตาเขาและดูเหมือนจะรีบออกจากห้องหลังจากส่งเอกสารเสร็จ

“คีริน” เสียงทุ้มต่ำของเขาเอ่ยเรียก

“ครับ?” คีรินชะงัก แต่ยังไม่หันมามอง

“เมื่อคืน... นายกลับบ้านตอนไหน?” คำถามนั้นทำให้คีรินชะงักไปชั่วขณะ แต่เขารีบตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“ผมไม่ได้กลับบ้านครับ พักที่บริษัทเหมือนทุกที”

คำตอบนั้นทำให้ติณณ์ขมวดคิ้ว นิ้วแกร่งเคาะโต๊ะเบา ๆ เป็นจังหวะ แต่เขาเลือกที่จะไม่พูดอะไรต่อ

เสียงกระดิ่งที่ประตูดังขึ้นเบา ๆ เมื่อคีรินที่ใช้เวลาพักเที่ยงในวันนี้ก้าวเข้ามาในร้านคาเฟ่ของลูน่า กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นอบอวลไปทั่ว ร้านตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลอ่อนตัดกับสีเขียวของต้นไม้ที่จัดวางอย่างลงตัว โต๊ะไม้เล็ก ๆ ถูกจัดเรียงอย่างมีระเบียบ ลูกค้าหลายคนกำลังนั่งเพลิดเพลินกับกาแฟและขนมอบสดใหม่

“คุณคีริน! สวัสดีครับ” ลูน่าทักทายด้วยน้ำเสียงสดใส ขณะยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์

คีรินส่งยิ้มอ่อนโยนกลับไป “สวัสดีครับคุณลูน่า วันนี้ยุ่งไหมครับ?”

“ก็พอสมควรครับ แต่ผมจัดการได้” ลูน่าตอบพร้อมหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินไปด้านหลังเคาน์เตอร์ “เหมือนเดิมใช่ไหมครับ เอสเปรสโซ่เย็น?”

“ครับ แต่เพิ่มขนมปังอบด้วยนะครับ” คีรินตอบ เขาเดินไปนั่งที่โต๊ะใกล้หน้าต่าง มองดูบรรยากาศภายในร้านอย่างสบายใจ

ไม่นานลูน่าก็เดินมาพร้อมถาดที่มีกาแฟและขนมปังอบหอมกรุ่น วางลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง

“นี่ครับ”

“ขอบคุณมากครับ” คีรินยิ้มให้ก่อนจะเริ่มพูดคุย “ร้านคุณดูอบอุ่นขึ้นทุกครั้งที่ผมมาที่นี่เลยนะครับ”

“คุณคีรินชมเกินไปแล้วครับ” ลูน่าตอบ แต่สีหน้าเขากลับดูมีความสุขที่ได้ยินคำชมนั้น

[ความคืบหน้า: 15%]

คีรินพยายามเข้าหาลูน่าอย่างแนบเนียนในทุกครั้งที่มาเยือนร้าน เขาพูดคุยถึงเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อสร้างความสนิทสนม และยังพยายามเชื่อมโยงลูน่ากับติณณ์โดยไม่ให้ดูผิดปกติ

“คุณลูน่า เคยคิดไหมครับว่าคาเฟ่ของคุณน่าจะเหมาะกับการเป็นจุดนัดพบของนักธุรกิจ?”

“เอ่อ... ก็เคยคิดอยู่ครับ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง” ลูน่าตอบพร้อมยิ้มเล็ก ๆ

“ถ้างั้น ผมคิดว่าคุณน่าจะลองสร้างโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้ากลุ่มนั้นดูนะครับ อย่างกาแฟเซ็ตพิเศษสำหรับการประชุมเล็ก ๆ อะไรแบบนี้” คีรินพูดอย่างตั้งใจ

“ฟังดูน่าสนใจนะครับ คุณคีรินมีไอเดียดีมาก”

“ผมก็แค่ช่วยแนะนำครับ แต่จริง ๆ แล้ว ถ้าได้คนที่เหมาะสมมาให้คำปรึกษาเพิ่มเติม น่าจะช่วยได้มากกว่านี้” คีรินพูด พลางพยายามเชื่อมโยงถึงติณณ์

อีกมุมหนึ่งหนุ่งของร้าน เขาไม่รู้เลยว่าติณณ์แอบเดินเข้ามาในร้านและเห็นเขากำลังนั่งคุยกับลูน่าอย่างสนิทสนม

ติณณ์ยืนมองจากมุมหนึ่งในร้าน ดวงตาคมจ้องคีรินที่ดูผ่อนคลายและพูดคุยอย่างเป็นธรรมชาติ สายตาของเขาฉายแววไม่พอใจเล็กน้อย

“เลขาของฉันดูสนิทสนมกับคนคนนี้เกินไปแล้ว...” เขาคิดในใจ

ติณณ์เดินออกจากร้านไปเงียบ ๆ ก่อนจะเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจ

หลายวันต่อมาขณะที่คีรินกำลังคุยกับลูน่า ติณณ์ก็เดินเข้ามาในร้านอีกครั้ง คราวนี้เขาตรงเข้ามานั่งที่โต๊ะข้าง ๆ คีรินทันที

“อ้าว...บอส” คีรินพูดเสียงแผ่วเมื่อเห็นเจ้านายของเขานั่งลง ดวงตาของติณณ์จับจ้องลูน่าอย่างเยือกเย็น

“เลขาของผมมาที่นี่บ่อยนะครับ” ติณณ์พูดพลางมองลูน่าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “คงจะสนิทกันมาก”

“บอส... ผมแค่มาซื้อกาแฟครับ” คีรินรีบแก้ตัว

ลูน่าดูประหม่าเล็กน้อย แต่ยังคงยิ้มสุภาพ “ครับ คุณคีรินเป็นลูกค้าประจำที่น่ารักมากเลยครับ”

คำพูดนั้นทำให้สายตาของติณณ์เปลี่ยนไปเล็กน้อย ดวงตาที่เคยเฉยชาเริ่มฉายแววบางอย่างที่ทำให้คีรินรู้สึกอึดอัด

ขณะที่บรรยากาศในร้านเริ่มอึดอัดเพราะสายตาของติณณ์ที่จ้องมองลูน่าอย่างเยือกเย็น หน้าจอโปร่งแสงของระบบก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าคีริน

[คำเตือน: ตัวเอกกำลังมองเป้าหมายหลักในฐานะศัตรู]

[สถานะ: ตัวเอกกำลังแสดงอารมณ์หวงแหนต่อ NPC คีริน]

[ความคืบหน้า: -20%]

คีรินสูดลมหายใจลึก ก่อนจะหันมามองลูน่าพร้อมรอยยิ้มที่พยายามให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด “คุณลูน่า ร้านของคุณยังคงอบอุ่นและน่ารักมากเหมือนเดิมเลยนะครับ”

ลูน่ายิ้มตอบ “ขอบคุณครับ คุณคีรินช่วยสนับสนุนผมมาตลอดเลย”

“จริง ๆ แล้วคุณลูน่าเป็นคนที่มีความสามารถมากนะครับ คุณติณณ์” คีรินหันไปพูดกับติณณ์ “ผมคิดว่าร้านนี้สะท้อนตัวตนของเขาได้ดีมากเลย”

ติณณ์ที่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ “งั้นเหรอ...”

สายตาที่เขามองลูน่าเต็มไปด้วยความสงสัยมากกว่าความสนใจ ขณะที่สายตาที่จ้องคีรินกลับแฝงไปด้วยความไม่พอใจ

ติณณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเย็นชา “นายดูจะสนิทกับเขามากนะคีริน”

“ก็...เขาเป็นคนที่ดีครับ” คีรินตอบเบา ๆ พยายามไม่สบสายตากับเจ้านาย

ลูน่าที่ฟังอยู่หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดเสริม “คุณคีรินเป็นลูกค้าประจำที่ช่วยสนับสนุนร้านของผมเสมอครับ ผมรู้สึกโชคดีมากที่ได้รู้จักเขา”

คำพูดนั้นทำให้สายตาของติณณ์เย็นเยียบลงกว่าเดิม เขาไม่พูดอะไร แต่กลับจ้องมองคีรินจนคนตัวเล็กเริ่มรู้สึกเหมือนหายใจลำบาก

[คำแนะนำ: โปรดทำให้ตัวเอกเกิดความสนใจในเป้าหมายมากขึ้นด้วยการสร้างสถานการณ์ที่ทั้งสองมีปฏิสัมพันธ์อย่างลึกซึ้ง]

“ระบบ นี่มันจะยากไปแล้วนะ! ติณณ์ไม่แม้แต่จะสนใจลูน่าด้วยซ้ำ!” คีรินคิดในใจขณะพยายามรักษาสีหน้าให้นิ่งที่สุด

ติณณ์ที่นั่งอยู่ดูเหมือนจะจับสังเกตได้ถึงความผิดปกติในท่าทีของคีริน เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้เล็กน้อย สายตาคมจ้องมองอย่างไม่ลดละ

“นายมีอะไรที่ยังไม่ได้บอกฉันไหม?”

คำถามนั้นทำให้คีรินสะอึก ความกดดันจากทั้งติณณ์และระบบทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกต้อนจนมุม

ในที่สุด คีรินก็ต้องลุกขึ้น “ผมว่า...เราน่าจะกลับไปทำงานกันต่อดีกว่าครับ”

ลูน่ามองตามอย่างประหลาดใจ แต่ยังคงยิ้ม “ถ้าอย่างนั้น ผมหวังว่าจะได้เจอคุณทั้งสองอีกนะครับ”

ติณณ์มองตามคีรินที่รีบเดินออกจากร้านอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกถึงความไม่ปกติในท่าทีของเลขาของเขา และในใจก็อดสงสัยไม่ได้ว่าคีรินกำลังปิดบังอะไรบางอย่าง

“นายกำลังเล่นอะไรอยู่กันแน่...คีริน”

หลังจากกลับจากร้านคาเฟ่ ติณณ์นั่งอยู่ในห้องทำงานของเขา ท่ามกลางความเงียบสงัดของห้อง ภาพเหตุการณ์บางอย่างเริ่มปรากฏขึ้นในหัว ราวกับเป็นชิ้นส่วนของจิ๊กซอว์ที่ค่อย ๆ ประกอบกัน

เขาจำได้ถึงสัมผัสที่ร้อนแรง กลิ่นหอมหวานที่ชวนให้หลงใหล และเสียงครางแผ่วเบาของใครบางคน

“คีริน...” เขาพึมพำออกมาอย่างไม่รู้ตัว

ความทรงจำในคืนนั้นชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เขาจำได้ถึงร่างกายของคีรินที่สั่นสะท้านใต้การสัมผัสของเขา

เขาพยายามไล่ตามภาพเหล่านั้นในหัว แต่ยิ่งพยายามนึกเท่าไหร่ มันก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับเป็นจิ๊กซอว์ที่ค่อย ๆ ถูกประกอบจนสมบูรณ์

เขาจำได้แล้ว ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนเร่าร้อนที่เพนต์เฮาส์ ภาพของคีรินที่อ่อนระทวยใต้ร่างเขา เสียงเรียกชื่อของเขาด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน และแววตาฉ่ำวาวที่ทำให้เขาแทบคลั่ง

ดวงตาคมของติณณ์ฉายแววโกรธจัด แต่ไม่ได้โกรธที่สิ่งนั้นเกิดขึ้น หากแต่โกรธที่คีรินพยายามปกปิดทุกอย่าง และพยายามผลักเขาไปหาคนอื่น

“นายคิดว่านายจะหนีฉันได้งั้นเหรอ?” ติณณ์พูดเสียงต่ำในห้องที่ว่างเปล่า ในหัวครุ่นคิดไปถึงแผนการที่จะจับเลขาที่กลายเป็นเมียของเขา

ในเย็นวันนั้น หลังจากที่ทุกคนในบริษัททยอยกลับบ้าน ติณณ์เดินตรงไปที่ห้องทำงานของคีรินโดยไม่มีการบอกกล่าว

เมื่อเปิดประตูเข้าไป เขาพบคีรินที่กำลังนั่งจัดการเอกสารอยู่

“บอส? มีอะไรหรือเปล่าครับ?” คีรินเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย

ติณณ์ไม่พูดอะไร แต่เดินตรงเข้ามา มือใหญ่คว้าข้อมือของคีรินดึงให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้

“บอส! คุณทำอะไรครับ?” คีรินถามเสียงตื่นตระหนก

“ฉันจำทุกอย่างได้แล้ว” ติณณ์พูดเสียงเย็น ดวงตาคมจ้องมองเขาราวกับจะทะลุถึงจิตใจ

คำพูดนั้นทำให้คีรินนิ่งค้าง ความตกใจและความกลัวแผ่ซ่านไปทั่วร่าง

“บอสหมายถึงอะไรเหรอครับ?” คีรินพยายามพูดเสียงเบากลบเกลื่อน

“หืม? หมายถึงอะไรงั้นเหรอ” ติณณ์โน้มตัวลงไปกระซิบที่ข้างใบหูของคีริน

“คืนนั้นที่ฉันเย็ดนาย นายขย่มดุ้นของฉันอย่างหิวกระหาย รูร่านของนายรับน้ำของฉันได้หลายรอบจนท้องป่องไปหมด”

“ไม่แน่ว่าร่างกายของนายในตอนนี้อาจจะเป็นโอเมก้าไปแล้วก็ได้นะ หึ”

ระบบตอนนี้ฉันยังเป็นเบต้าอยู่เหมือนเดิมใช่ไหม!? คีรินหน้าซีดเผือดรีบถามระบบอย่างรัวเร็ว

[เพศรองของ NPC คีรินในตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงกระบวนการเปลี่ยนแปลงเพศรองจากเบต้าเป็นโอเมก้า 90%]

อะไรนะ! แล้วฉันกลับไปเป็นเบต้าเหมือนเดิมไม่ได้รึไง!?

[เนื่องจากร่างกายของ NPC คีรินมีการสร้างระบบสืบพันธุ์ของโอเมก้าขึ้นมาแล้ว ระบบไม่สามารถทำให้โอเมก้ากลับไปเป็นเบต้าได้]

แล้วทำไมนายถึงไม่บอกฉัน!

[เนื่องจากตอนนั้น NPC คีรินกำลังทำกิจกรรมกระบวนการสืบพันธุ์กับตัวเอกอยู่] คีรินได้ยินดังนั้นก็ปวดหัวขึ้นมาเล็กน้อย

“เอาล่ะ ตอนนี้ได้เวลาทำโทษเมียตัวดีที่พยายามจะยกผัวให้คนอื่นได้แล้ว” ติณณ์กระตุกยิ้มมองคีรินที่ยืนหน้าซีดยิ้มเจื่อนใส่เขาอยู่

ไอ้ระบบเวร!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป