บทที่ 7 .

“ปล่อยนะ!” ฉันพยายามสะบัดตัวให้หลุดพ้นจากมือสากระคายที่กำลังจับยึดต้นแขน พร้อมกับฉุดกระชากให้ลุกขึ้นยืน

แต่ด้วยความที่เรี่ยวแรงนั้นช่างมหาศาล สิ่งที่ฉันทำจึงเปล่าประโยชน์

“ไม่ต้องยิงแล้วพี่ ผมเจอตัวแล้ว!” ชายฉกรรจ์ที่จับกุมฉันอยู่ตะโกนบอกพวกตัวเองเสียงดัง ขณะที่มือก็กระชากลากถูฉันให้เดินตามออกไป

เสียงปืนที่โต้ตอบกันในตอนแรกเงียบสงบลง ก่อนที่ฉันจะถูกลากให้ไปยืนอยู่ตรงกลาง พอเห็นว่าสถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางที่ไม่ดี พี่ภูมิและลูกน้องของแด๊ดจึงปรากฏตัว

ภาพเหตุการณ์ตอนนี้จึงกลายเป็นว่าฉันยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างสองฝ่าย โดยมีปืนกระบอกหนึ่งจ่ออยู่บริเวณขมับ และมันก็พร้อมที่จะลั่นไกได้ทุกเมื่อถ้าหากว่าฉันขัดขืนด้วยวิธีสิ้นคิด

“พี่ภูมิ...เรย์กลัว” ประโยคที่เอื้อนเอ่ยออกไปนั้นค่อนข้างสั่นเครือพอๆ กับร่างกายของฉัน

ถึงจะพยายามปลอบใจตัวเองให้เข้มแข็ง ทว่าพอถูกปืนจ่อหัวอยู่แบบนี้ฉันก็อยากร้องไห้ออกมาเสียดื้อๆ

เชื่อว่าถ้าใครเป็นฉันก็ต้องรู้สึกหวาดกลัวกันทั้งนั้นแหละ เผลอๆ อาจจะหนักกว่าด้วยซ้ำ…

“ไม่ต้องห่วงนะครับคุณหนู ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรคุณหนูเด็ดขาด” แววตาของพี่ภูมิที่มองมาเต็มเปี่ยมไปด้วยความแน่วแน่

ฉันจะไม่หายห่วงถ้าหากแด๊ดไม่มาช่วยฉันด้วยตัวเอง เวลานี้ฉันฝากความหวังไว้ที่แด๊ดแต่เพียงผู้เดียว

ไม่ใช่ว่าฉันไม่เชื่อในฝีมือของพี่ภูมิ แต่สถานการณ์ตอนนี้เราเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

มีแค่ปืนสองกระบอก กับอีกสองคน และฉันที่ถูกจับเป็นตัวประกัน จะไปสามารถต่อกรอะไรกับชายฉกรรจ์ท่าทางน่ากลัวพวกนั้นได้ล่ะ เล่นยกโขยงกันมาเกือบสิบคนแบบนี้ ต่อให้พี่ภูมิเก่งแค่ไหนก็สู้ไม่ไหวหรอก

“จะตายห่ากันอยู่แล้วยังหวังอะไรอยู่อีกวะ” คนที่ล็อกคอฉันอยู่พูดโพล่งขึ้นมา พลางขบขันอยู่ในลำคอ ราวกับเห็นว่าเรื่องตรงหน้าแลดูตลกนักหนา

ปัง!

“เฮ้ย!!” เจ้าของประโยคเมื่อครู่ร้องออกมาเสียงหลง พร้อมกับกระโดดหลบกระสุนที่เฉียดปลายเท้าของเขาไปเพียงเล็กน้อย แน่นอนว่าถึงจะตกใจมากแค่ไหนแต่เขาก็ไม่วายกระชากฉันให้ตามไปด้วย

“ถ้ามึงยังไม่ปล่อยลูกกู มึงก็จะตายห่าเหมือนกัน” เสียงทุ้มคุ้นหูที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้ความหวังของฉันเริ่มสว่างไสว

พอถูกจับหมุนตัวให้หันไปยังทิศทางที่คนพูดยืนอยู่ น้ำตาที่ถูกข่มกลั้นเอาไว้ก็ไหลพรากออกมา เมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ฉันกำลังรอคอย

“แด๊ด...ฮึก...ช่วยหนูด้วย” แม้ว่าตอนแรกจะเข้มแข็ง แต่ยังไงมันก็ต้องมีจุดหนึ่งที่เริ่มรู้สึกว่าตัวเองแบกรับความหวาดกลัวนี้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

ยิ่งเห็นว่าแด๊ดยืนอยู่ตรงหน้าในเวลานี้ ฉันก็ยิ่งอยากให้แด๊ดพาฉันออกไปจากสถานการณ์บ้าๆ นี่เร็วๆ

“จะปล่อยดีๆ หรือจะให้กูยิงกระบาลนายของมึงโชว์” ปลายกระบอกปืนในมือแด๊ดเปลี่ยนทิศทางไปยังผู้ชายร่างสูงคนหนึ่ง ที่กำลังถูกลูกน้องของแด๊ดหิ้วปีกอยู่ “ต่อให้กูไม่พูด ยังไงนายมึงก็ต้องถูกจับอยู่แล้ว ที่เรื่องมันเป็นแบบนี้เพราะพวกมึงแส่หาเรื่องกันเอง”

โทนน้ำเสียงของแด๊ดแม้ว่าจะเรียบเฉย แต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความน่าเกรงขาม

“ไอ้จั๊ด! ปล่อยลูกมันไป” ผู้ชายคนนั้นตะโกนสั่งลูกน้องของตัวเองด้วยน้ำเสียงละล่ำละลัก

ฉันเข้าใจดี ว่าเป็นใครก็ต่างกลัวตายด้วยกันทั้งนั้น

“ติดคุกมึงยังมีสิทธิ์ออกมา แต่ถ้ามึงทำอะไรลูกกู...อย่าหวังว่ากูจะปล่อยพวกมึงไป” ดวงตาคมของแด๊ดตวัดกลับมามองยังชายฉกรรจ์ข้างกายฉัน “พวกมึงก็น่าจะรู้ ว่ากูทำอะไรได้บ้าง”

ผลัก!

สิ้นประโยคสุดท้ายนั้น ร่างบางของฉันก็ถูกผลักไปยังทิศทางที่แด๊ดยืนอยู่ ฉันจะเกือบเสียหลักล้มลงไปที่พื้น แต่นับว่าเป็นโชคดีที่แด๊ดพุ่งตัวออกมารับได้อย่างทันท่วงที

“ฮึก...แด๊ด” เมื่ออยู่ในอ้อมกอดแข็งแกร่ง ฉันก็รับรู้ได้ถึงความปลอดภัย แต่ก็ไม่วายปล่อยโฮออกมาดังลั่น

สองแขนยกขึ้นตวัดกอดรอบเอวของแด๊ดเอาไว้แน่น ขณะที่ใบหน้าเนียนก็ซุกซบลงที่อกแกร่งของแด๊ดเพื่อซับน้ำตา

“โทรเรียกสารวัตรเสือมารับตัวพวกมัน” แด๊ดพูดสั่งลูกน้องของตัวเอง พร้อมกับลูบแผ่นหลังฉันเพื่อปลอบประโลมไปด้วย “ส่วนมึง...เอาปืนจ่อหัวลูกกูขนาดนี้คงต้องอยู่คุยกันหน่อย”

[จบบันทึกพิเศษ: เรย์วี่]

[บันทึกพิเศษ: เจย์]

“ผมจัดการให้เรียบร้อยแล้วนะครับนาย ส่วนคนที่มันทำกับคุณหนูผมกักตัวมันไว้ให้แล้ว”

“ดี” ผมตอบรับเพียงสั้นๆ

ก็เป็นอย่างที่บอกในตอนแรก ว่าพวกมันแส่หาเรื่องกันเอง ถ้านายของมันไม่ใช้ผับของผมเป็นช่องทางทำมาหากินเรื่องก็คงไม่เป็นอย่างนี้หรอก

มีอย่างที่ไหนลักลอบเอายาเสพติดมาปล่อยขายในถิ่นของคนอื่น มันคิดว่าผมไม่รู้หรือไงว่ามันแอบทำชั่วอะไรบ้าง ผมก็แค่ทำเป็นเมินเฉยและปล่อยให้มันทำตามอำเภอใจ แต่ให้ลูกน้องคอยเก็บหลักฐานทุกอย่างเพื่อตลบหลังมันด้วยการส่งหลักฐานที่มีอยู่ในมือให้กับทางตำรวจ ซึ่งตำรวจที่รับเรื่องก็คือเพื่อนสนิทของผมเอง

จะไปทำสันดานแบบนี้ที่ไหนมาก็ช่าง แต่อย่าได้มาทำกับในที่ที่ผมดูแลอยู่…

อันที่จริง ‘ไอ้ก็อต’ มันก็เคยมาคุยเจรจาเรื่องนี้กับผมแล้ว แต่ผมไม่ได้สนใจที่จะนำยาเสพติดมาสร้างเม็ดเงินให้กับตัวเอง

ผมพอใจในชีวิตเทาๆ ของผมตอนนี้ และไม่คิดที่จะเดินไปในทางดำมืดนั้น เพราะมันเสี่ยงเกินไป ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับผม...แล้วน้องเรย์จะอยู่ยังไง

ตอนนี้ผมมีพร้อมทุกอย่างแล้ว มันไม่จำเป็นเลยที่ผมจะเสี่ยงด้วยเรื่องพรรค์นั้น

ดีแค่ไหนที่ผมรู้ทันก่อน ไม่อย่างนั้นคงโดนไปกับไอ้ก็อตด้วย

ก็แค่พ่อค้ายากระจอกๆ ที่โลภมากจนไม่ดูตาม้าตาเรือ ปล่อยให้มันนอนตายอยู่ในคุกนั่นแหละ เพราะผมจะไม่ยอมให้มันออกมาทำเรื่องชั่วๆ ซ้ำสองได้เป็นอันขาด

โดยเฉพาะลูกน้องของมันที่เอาปืนจ่อหัวน้องเรย์ อย่าหวังเลยว่าจะมีชีวิตรอดอยู่ต่อไป

ผมไม่เป่ากระบาลมันตายตรงนั้นก็บุญหัวแล้ว แค่ไม่อยากให้น้องเรย์เห็นภาพโหดร้ายต่างหากล่ะถึงยังไม่จัดการมันในตอนนั้น…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป