บทที่ 8 .

“มีอะไรให้ผมจัดการอีกหรือเปล่าครับนาย” เมฆเอ่ยถามอย่างหยั่งเชิง เมื่อเห็นท่าทีนิ่งเงียบของผม

“ไม่มีแล้ว มึงไปพักผ่อนเถอะ ขอบใจมาก”

“ครับ” ลูกน้องคนสนิทก้มหัวรับคำ ก่อนจะเดินปลีกตัวออกไป

ผมกลับเข้าไปหาน้องเรย์ที่นอนขดตัวอยู่บนโซฟาภายในห้องนั่งเล่นอีกครั้ง เพื่อพาคนตัวเล็กขึ้นไปนอนบนห้องดีๆ

“ตัวหนักขึ้นเยอะเลยนะเรา” ผมสอดแขนเข้าไปช้อนร่างบางขึ้นอุ้ม น้องเรย์ร้องไห้จนผล็อยหลับไป ด้วยความที่ไม่อยากปลุกให้คนตัวเล็กตื่นขึ้นมาแผมจึงเลือกที่จะอุ้มน้องเรย์ขึ้นไปบนห้องซะเอง

เพราะกลัวว่าถ้าเกิดน้องเรย์ตื่น จะพานทำให้คนตัวเล็กนึกถึงเหตุการณ์เลวร้ายนั้นอีก แล้วจะหลับต่อไม่ได้ เผลอๆ อาจจะร้องไห้อีกครั้งจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน

อันที่จริงน้องเรย์ก็ไม่ได้ตัวหนักอะไรมากมายนัก แต่เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ เธอดูโตขึ้นเยอะเลย

แกร๊ก...

บานประตูถูกดันให้เปิดออกกว้าง และปิดลงโดยอัตโนมัติ ผมค่อยๆ วางคนตัวเล็กให้นอนบนเตียงแผ่วเบา ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าผ้ามาห่มให้ถึงลำคอ แล้วทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียง

“ต่อไปแด๊ดจะไม่ปล่อยให้ใครมาทำอะไรหนูอีกแล้ว” มือใหญ่วางทาบไปบนศีรษะเล็ก แล้วลูบเส้นผมนุ่มแผ่วเบา

ผมไม่รู้ว่าจะขอโทษน้องเรย์ยังไง ที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้คนตัวเล็กต้องมาเจอเรื่องแบบนี้

“แด๊ด...” อาจเป็นเพราะมัวแต่นั่งเหม่อและจมปลักอยู่กับความคิดของตัวเอง ผมจึงไม่รู้ตัวเลยว่าน้องเรย์ลืมตาตื่นขึ้นมามองจ้องผมตาแป๋วตั้งแต่เมื่อไหร่

“แด๊ดทำให้หนูตื่นเหรอ” ทันทีที่รู้ตัวผมก็เตรียมจะชักมือกลับ ทว่าน้องเรย์ก็คว้าเอาไว้ซะก่อน

ฝ่ามือเล็กๆ ข้างนั้นแทบจะจับยึดมือของผมไว้ไม่หมด น้องเรย์จึงเลือกที่จะกำรอบนิ้วโป้งของผมแทน

“เปล่าค่ะ หนูแค่...”

“แค่?” ผมเลิกคิ้วขึ้นสูงพลางถามย้ำ เมื่อเห็นท่าทีอึกอักคล้ายไม่อยากจะพูดของน้องเรย์

“หิว” คนตัวเล็กตอบเสียงอ้อมแอ้ม พร้อมกับส่งยิ้มอ้อนเล็กๆ มาให้ “หนูคงใช้พลังงานเยอะไปหน่อย ก็เลยหิวอีกแล้ว”

สงสัยคงจะเป็นอย่างที่น้องเรย์บอก วันนี้คนตัวเล็กใช้พลังงานหมดไปกับการร้องไห้เยอะจริงๆ

“งั้นเดี๋ยวแด๊ดลงไปทำอะไรขึ้นมาให้ทาน”

“หนูลงไปด้วยดีกว่า แด๊ดจะได้ไม่ต้องถือให้หนัก” ผมเกือบจะหลุดยิ้มให้กับประโยคที่ดูเหมือนจะเป็นห่วงเป็นใยนั้น หากว่าริมฝีปากเล็กไม่เอ่ยคำพูดถัดมา “แด๊ดแก่แล้วเดี๋ยวจะปวดแขน”

[จบบันทึกพิเศษ: เจย์]

[บันทึกพิเศษ: เรย์วี่]

“พูดแบบนี้ไปทำกินเองเลยมั้ย?” ฉันรับรู้ได้ถึงกระแสความขุ่นเคืองเล็กๆ ในน้ำเสียงของแด๊ด หลังจากที่พลั้งปากพูดออกไปว่าแด๊ดแก่

“หนูแค่พูดเล่นเฉยๆ เอง ยังไงแด๊ดดี้ก็หล่ออยู่แล้ว ยิ่งแก่ยิ่งหล่อ” ฉันรีบพูดแก้ไขสถานการณ์ เพราะกลัวว่าจะได้ทำอาหารทานเองจริงๆ

ไม่อยากพูดให้แม่ครัวน้อยใจหรอกนะ แต่อาหารที่แด๊ดทำน่ะอร่อยสำหรับฉันที่สุดแล้ว แถมโอกาสจะได้ทานฝีมือแด๊ดไม่ได้มีบ่อยๆ ด้วย ดังนั้นในเมื่อแด๊ดอาสาขึ้นมาเองฉันก็ควรที่จะคว้าเอาไว้สิ

“...”

“นะคะ...ทำให้หนูทานเถอะน้า~” ฉันรีบยันตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะพุ่งเข้าไปกอดแด๊ดอย่างที่ชอบทำ

แด๊ดแพ้ลูกอ้อนของฉัน ดังนั้นวิธีนี้เหมาะที่สุดแล้วล่ะ

“โอเคๆ” แด๊ดดี้รีบรับคำ เมื่อได้คำตอบที่พอใจฉันจึงผละออกมา และโน้มหน้าเข้าไปหอมแก้มแด๊ดฟอดใหญ่

“ขอบคุณค่ะ” รอยยิ้มกว้างเผยกว้างบนใบหน้า ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นว่าแด๊ดนิ่งงันผิดปกติ คล้ายกับว่ามีเรื่องอะไรให้คิด “แด๊ดเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”

“เปล่าหรอก ลงไปกันเถอะเดี๋ยวมันจะดึก”

ถึงแด๊ดจะบอกแบบนั้นแต่ฉันก็เชื่อไม่ลงอยู่ดี มีอย่างที่ไหนรีบเดินออกจากห้องแล้วปล่อยให้ฉันวิ่งตามหลังต้อยๆ โดยไม่รอ ทั้งที่ปกติแด๊ดไม่เคยเป็นแบบนี้สักหน่อย

“แด๊ดรอหนูด้วยสิคะ” ฉันรีบนำพาสองขาของตัวเองวิ่งไปเดินอยู่ข้างร่างสูง

บางครั้งก็นึกอิจฉาผู้ชายที่มีขาเรียวยาวกว่าผู้หญิง เผลอๆ ขาสวยกว่าด้วยซ้ำ

“ไม่ต้องวิ่งก็ได้ แด๊ดไม่หายไปไหนหรอก” แด๊ดหันกลับมามองหน้าฉัน และเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบตามฉบับ ขณะที่ขายาวก็ก้าวเดินช้าลงเพื่อให้ฉันตามทัน

“ก็หนูอยากอยู่ใกล้ๆ แด๊ดนี่นา”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป