บทที่ 14 เพราะน้ำเมา [NC+]
เจ้าของใบหน้าพริ้มเพรานิ่งสงัด ปล่อยหยาดน้ำเมาไหลหยดลงจากปลายคาง เขาไม่ได้โกรธจนตัวสั่นหรือร้องไห้ออกมาเหมือนวันแรก ๆ อีกแล้ว ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ความรู้สึกในอก มันเปลี่ยนเป็นความชินชาที่ลึกสุดหยั่ง ยามต้องรองรับอารมณ์ร้ายของชายผู้นี้
นัยน์ตาโศกจ้องมองเสือกาฬที่กำลังรินเหล้าลงแก้วใหม่ด้วยแววว่างเปล่า
"ฉันขอโทษที่ทำให้รำคาญจ๊ะ" สิ้นน้ำเสียงเรียบเฉยนั้น
คำอินเพียงหมุนกายเดินจากไปทันที โดยไม่แม้แต่จะหันหลังกลับมามองว่าเสือกาฬได้ชะงักมือซึ่งกำลังจะยกแก้วดื่มไป
พยัคฆ์ร้ายกัดฟันกรอดจนเป็นสันนูน ไอ้อารมณ์ขัดใจที่ไร้เหตุผลนี่มันพลุ่งพล่านไปทั่วสรรพางค์กายจนแทบอดไม่ไหวแล้ว
ทั้งที่เขาเอาแต่คิดถึงคำอินจนต้องใช้เหล้าย้อมใจให้ลืมภาพมันในหัวเขา แต่เจ้าตัวมันกลับระรื่นออกไปหาคนอื่น แถมยังได้ดอกไม้กลับมาเป็นพยานรักตอกหน้าเขาเสียอีก!
ฝ่ามือหนากระดกเหล้าในแก้วเข้าปากรวดเดียวหมด ก่อนเสือกาฬจะคว้าขวดเหล้าขึ้นมาถือติดมือ พาร่างกำยำของตนลงจากแคร่เดินดุ่ม ๆ ตามหลังใครอีกคนขึ้นไปบนเรือนพักทันที
มือก็ปาดเช็ดคราบเหล้าที่เปื้อนปากออกอย่างลวก ๆ ดวงตาทั้งสองคู่วาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ
ดูจะใช้ชีวิตได้สุขสบายเหลือเกิน เห็นทีคืนนี้กูคงจะสั่งสอนให้มึงรู้ซึ้งเสียที...
ว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของมึง!
ภายในห้องหลับนอนที่สลัวรางจากแสงตะเกียง คำอินกำลังขยับมือ หมายจะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ชุ่มไปด้วยกลิ่นสุราเพื่อไปชำระกาย แต่แล้วเสียงทุ้มพร่าที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามกลับดังขึ้นกระแทกโสตประสาท
"ได้ผัวมากี่คนแล้วล่ะ?“
เด็กหนุ่มสะดุ้งสุดตัว รีบรวบสาบเสื้อเข้าหากันด้วยความตระหนก
“ป่านนี้รูมึงไม่บานหมดแล้วรึ ออกไปหาเศษหาเลยทุกวี่ทุกวันขนาดนั้น คงได้ไปทั้งชุมชนแล้วล่ะมั้ง!"
เมื่อหันไปก็พบว่าเป็นเสือกาฬที่มายืนกอดอกพิงขอบประตูอยู่ตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ นัยน์ตาแดงก่ำคู่นั้นจ้องมองมายังเขาอย่างจาบจ้วง ในมือชายคนนั้นยังถือขวดเหล้าติดกาย
เจ้าของใบหน้าหวานขบกรามแน่น พยายามสะกดกั้นอารมณ์ที่แล่นริ้วขึ้นมา คำอินเลือกที่จะไม่โต้ตอบให้เสียเวลาจึงคว้าเอาผ้าสำหรับผลัดเปลี่ยนและข้าวของ หมายจะเลี่ยงออกไปพ้นจากหน้าใครอีกคนให้เร็วที่สุด
"ฉันจะไปอาบน้ำก่อนนะ" ริมฝีปากสวยขยับขึ้นลง
สิ้นคำปลายเท้าเล็กก็สาวตรงไปยังประตูห้องนอน ทว่าก็ติดที่ร่างกำยำของเสือกาฬยังคงยืนขวางทางไว้ไม่ขยับ คำอินทำได้เพียงต้องหลบสายตา เอ่ยขอทางอย่างเจียมตัว
"ขอทางฉัน..."
ความเงียบที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมจนเขาเองก็เริ่มลำบากใจที่จะต้องยืนประจันหน้ากับใครอีกคนเช่นนี้เข้าไปใหญ่
คำอินจนใจ ยอมช้อนดวงตาคู่โศกขึ้นสบกับพยัคฆ์ร้าย
"หากไม่ชอบใจมากขนาดนั้น ฉันจะนำดอกไม้พวกนั้นไปทิ้งเองจ้ะ ตอนนี้ขอฉันไป… จ… จะทำ… อ๊ะ!"
พูดไม่ทันจบประโยค ขวดเหล้าในมือหนาก็ถูกปล่อยทิ้งลงพื้นจนเสียงดังเคร้ง!
ก่อนที่เสือกาฬจะปราดเข้าคว้าข้อมือเล็กไว้มั่น แรงบีบมหาศาลส่งให้เจ้าตัวต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ ปากยังไม่ทันได้ประท้วงออกมา ร่างทั้งร่างก็ถูกชายเอาแต่ใจยกขึ้นอุ้มพาดบ่า
"ค... คุณ! จะทำอะไร?! ปล่อยนะ!"
คำอินตกใจสุดขีด สองมือพยายามทุบตีและดิ้นรนหนี โชคร้ายที่เรี่ยวแรงของเขามันไม่ต่างอะไรจากแรงของลูกแมวตัวน้อย
เจ้าของใบหน้าคมคายไม่พูดพร่ำทำเพลง สาวเท้าตรงไปยังตั่งเตียงไม้หนาแล้วโยนร่างเด็กหนุ่มในโอวาทลงไปเต็มแรง
“อั่ก...!”
คำอินจุกจนเปร่งเสียงไม่ออก เสื้อผ้าบนกายหลุดลุ่ยไม่เป็นทรง เผยให้เห็นช่วงต่อระหว่างลำคอยาวหนาและแผงอกสีน้ำผึ้ง
ในจังหวะที่เหยื่ออันโอชะพยายามยันกายจะหนีเงื้อมมือ เสือกาฬก็ถาโถมร่างเข้าตะครุบและขึ้นคร่อมทับไว้ทันควัน มือหนารวบข้อมือบางทั้งสองขึ้นไปตรึงไว้เหนือหัว
"ปล่อยฉันนะ! คุณจะทำบ้าอะไร?!" เด็กหนุ่มตะโกนก้องทั้งน้ำตาที่เริ่มนองหน้า
“อื้อ...!”
ชายโตกว่าเมามายจนขาดสติยั้งคิด เสือกาฬบีบแก้มกลม ๆ ทั้งสองไว้จนใบหน้าหวานพริ้มยู่ยี่ นัยน์วาวโรจน์ด้วยความคั่งแค้นและแรงปรารถนาที่เก็บกดมานาน
"กูก็จะสอนให้มึงจำไง... ว่ามึงเป็นคนของใคร!" เขาแผดตะโกนกลับลั่น จนคำอินชะงักนิ่งไปทั้งร่าง หวาดกลัวต่อสัมผัสรุนแรงจนแทบสิ้นสติ
"จำใส่หัวมึงเอาไว้ว่ามึงเป็นของกู! และกูไม่มีทางแบ่งของใช้ร่วมกับหมาตัวไหนเด็ดขาด!" สิ้นคำประกาศกร้าว
“อื้อ!”
เสือร้ายก็โน้มใบหน้าลงมาบดขยี้ริมฝีปากสวยอย่างป่าเถื่อนในทัน
ความรุนแรงในครานี้ไม่ใช่เพียงการประกาศศักดิ์ศรี ทว่ามันคือการตีตราจองด้วยอารมณ์งี่เง่าที่เขาต้องทนสู้รบกับมันมาตลอดสัปดาห์
เขาไม่สนแล้วว่าคำอินจะกำลังสะอื้นไห้อย่างหนักแค่ไหน รู้แต่ว่ากลีบดอกพุดพิชญาจะต้องถูกบดขยี้ให้แหลกลาญในค่ำคืนนี้!
“อ...อื้อ...!” เสียงหวานหลุดเค้นดังในลำคอ
ยามที่ฟันคมกริบของชายโตกว่าขบกัดปากจนเนื้อฉีกขาด เลือดอุ่น ๆ ซึมซาบออกมาช้า ส่งกลิ่นโลหิตคาว ๆ ปะปนกับกลิ่นเหล้าที่อบอวลจากลมหายใจร้อนผ่าวของเสือกาฬ จนคำอินสะดุ้งเฮือกพลางสำลักเสียงร้องในลำคอ
“อึก…!”
พะอืดพะอมกลิ่นคาวจนหยาดน้ำตาร้อนผ่าวไหลพรากสองพวงแก้ม
ทว่าเสือกาฬก็ไม่ได้นำพา ยังดูดดึงแรงขึ้น แทรกลิ้นร้อนฉ่าตวัดไล้เลียของเหลวที่ยังไหลซึม ก่อนจะขบกัดซ้ำจนปากสวย ๆ บวมช้ำแดงฉาน
คำอินตัวสั่นเทิ้ม หายใจติดขัดจนต้องทุบกำปั้นลงบนอกแกร่ง หวีดเสียงครางดังอู้อี้อยู่ในลำคอนั่นอย่างน่าเวทนา กระทั่งชายเอาแต่ใจยอมผละออกในที่สุด
“แฮ่ก…! อึก...”
“ปากมึงเลียของใครมาบ้างวันนี้”
ไม่รอให้เด็กหนุ่มได้พักเหนื่อย เสียงทุ้มแหบพร่าก็กระซิบชิดใบหูร้อนผ่าวจนขนเส้นเล็กทั่วร่างเล็กลุกพรือ ซ้ำบังส่งปากร้อนเลื่อนลงไปขบเม้มซอกคอขาวผ่อง
“อ...อ๊ะ...!”
เขากรีดฟันคมครูดผิวเนื้อนุ่มจนเกิดรอยแดงเป็นทางยาว
เสือกาฬสูดดมลึก ๆ ราวกับจะกลืนกินกลิ่นรัญจวนทั้งหมดของโกสุมหนุ่มที่มั่นใจว่าไร้กลิ่นตรงหน้า มือหยาบกร้านพลันสอดลึกลงใต้เสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยไม่เป็นชิ้นดี
เขาลูบไล้แผงอกขาวเนียนอย่างหยาบคาย ถูไถกับยอดอกสีหวานอ่อนที่แข็งชันขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ ก่อนนิ้วสากจะบีบบี้ยอดอกชูชันสีน้ำตาลเข้มไปตามแรงอารมณ์
“อ...อย่า...อ๊ะ…! อื้อ…”
เสียงครางเปล่งตามแรงของยอดปทุมที่ถูกบดบี้ดึงทึ้งจนยืดด้วยนิ้วหยาบระคาย
“หัวนมมึงแข็งเป็นไตขนาดนี้ คงยังไม่ลืมสถานะเก่าสินะฮึ?”
เสือร้ายสาดวาจาจาบจ้วง มือก็บีบเคล้นจุดเดิมซ้ำ ๆ แรงจนผิวอ่อนแดงช้ำ
“อย่า…จ้ะ”
“มึงจะร้องไห้ทั้งๆ ที่ทำหน้าเสียวซ่านขนาดนั้นน่ะเหรอคำอิน ชอบให้คนอื่นเอาไม่ใช่? วันนี้กูจะเอาให้มึงจำจนตายว่าร่างกายมึง… มันเป็นของใคร…”
ใบหน้าพริ้มเพราส่ายไปมาอย่างแรง น้ำตาร้อนผ่าว ๆ ก็ไหลไม่หยุด
“ไม่... ไม่เอา... ปล่อยฉันเถิดนะจ๊ะ...! ฮึก!” เสียงสั่นเครือปนสะอื้น
ไม่ได้ส่งให้เสือกาฬสำนึก เขายิ่งเค้นหัวเราะในอย่างชอบใจ มือก็เลื่อนลงต่ำกว่าเดิมลูบไล้ผ่านหน้าท้องเรียบเนียนที่สั่นระริกไปที่ขอบกางเกง
ร่างกำยำถอนตัวขึ้นเล็กน้อย มือทั้งสองข้างกระชากกางเกงผ้าบางลงอย่างแรงจนขาดเสียงดังแคว่ก ก่อนจะมันโยนทิ้ง คำอินตัวสั่นเทิ้มพยายามจะบิดกายปกปิดส่วนนั้นจากสวยตาหื่นกระหาย
“รูมึงเล็กแค่นี้ยังจะร่านไปตะลอนหาคนเสียบอยู่อีกหรือไง?”
เสือร้ายยิ้มเยาะ ก่อนจะยกมือขวาขึ้นยัดเอานิ้วชี้และนิ้วกลางเข้าไปในปากเล็ก
“เลียให้มันดีๆ”
เจ้าของดวงตาคู่สวยสำลักน้ำตาไหลพราก แต่ก็จำต้องยอมใช้ลิ้นเลียวนรอบนิ้วหนา ชโลมจนหยาดน้ำลายอุ่น ๆ ไหลย้อยตามนิ้ว ขณะที่ชายผู้กุมอำนาจยังคงจ้องมองด้วยภาพนั้นไม่วางตา
เพียงครู่ เขาก็ดึงนิ้วออกมาแล้วเลื่อนมือลงต่ำทันทีสอดแทรกมันเข้าไปตามร่องนุ่มที่ปิดสนิททันที
“อ...อึก...!”
ความร้อนชื้นจากภายในโอบรัดสิ่งแปลกปลอมไว้แน่น คำอินสะดุ้งเฮือกสะอึกสะอื้น
“อ๊ะ... ม...ไม่... ฉ...ฉันขอโทษ...ป...ปล่อยฉันเถอะ...!” เสียงนั้นยิ่งส่งให้ชายอีกคนดันนิ้วเข้าไปลึกขึ้น
“รัดกูแน่นขนาดนี้ ยังมาตีหน้าซื่อได้อีกนะมึง” เสือกาฬกระซิบจาบจ้วง เป็นจังหวะเดียวกับที่นิ้วข้างในงอเกี่ยวจุดเสียวเข้าอย่างแม่นยำจนร่างล่ำสันต้องเกรงแอ่นขึ้นในทัน
“อ๊าาาส์!”
ทันใดนั้น ชายโตกว่าก็ชะงัก หยุดนิ้วค้างไว้ข้างใน ขณะที่คำอินกระตุกเฮือก สะอื้นหนักขึ้นด้วยความค้างคาที่จุกแน่นเต็มท้องน้อย
เสือกาฬถอนนิ้วออกช้า ๆ ก่อนจะกรีดยิ้มมุมปาก มือหนาข้างหนึ่งลูบไล้ไปตามต้นขาขาวเนียน อีกข้างก็เลื่อนไปจัดการกางเกงของตัวเอง นิ้วเปียกชื้นเกี่ยวมันดึงลงเพียงนิด
ท่อนลำที่แข็งขึงเต็มที่ก็ผงาดตีรั้งขึ้นมาแสดงตน เด็กหนุ่มที่ขวัญเสียได้แต่เบิกตากว้าง แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องร่วมหลับนอนกับคนอื่น ทว่าเขาไม่เคยเจอใครใหญ่ยาวเช่นนี้มาก่อน
“กลัวเหรอ...”
เสือกาฬกระซิบเสียงแหบต่ำ มือข้างหนึ่งก็จับคางคำอินให้เงยหน้าขึ้นสบตา
“หรือว่ามึงอยากได้จนทนไม่ไหวแล้ว?”
สิ้นคำ เรียวขาทั้งสองก็ถูกจับแยกออกกว้าง ก่อนจะตามมาด้วยร่างกำยำที่ขึ้นคร่อมทับอินไว้ทันที
เจ้าของใบหน้าพริ้มเพราที่พึ่งได้สติส่ายหน้ารัว หมายจะรั้งห้ามใครอีกคน ด้วยรู้ว่าเขาไม่อาจรับขนาดเท่านั้นได้แน่ ๆ
“ไม่... ไม่ได้...”
แต่มันก็สายไปเสียแล้ว
“อ...อ๊ะ...!”
เพราะชายเอาแต่ใจไม่เสียเวลาแม้เพียงนิด ดันตัวเองเข้าไปกล่างหว่างขาและสอดกระซวกลึกสุดลำในคราวเดียว!
“อึกกก…!”
ความคับแน่นรัดรึงทำให้ทั้งคู่ต่างก็ครางออกมาพร้อมกัน จากนั้นเขาถึงได้เริ่มขยับ รุนแรงและไร้ซึ่งความปรานี
“มึงนี่มัน... ร่านสมเป็นพวกขายตัวจริง ๆ” เสียงเร้ากระซิบข้างใบหูแดงฉ่า ขณะที่สะโพกหนายังคงโยกเข้าออกไม่หยุด
“มึงคงรอเวลานี้มาตั้งแต่วันแรกเลยใช่ไหมฮึ?”
คนถูกกระทำตัวสั่นระริก หน้าท้องเกร็งแน่น ปรากฏส่วนที่นูนผิดปรกติ จุดเสียวภายในมันถูกกระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเขาเองก็แทบจะหลั่งออกไปทุกครั้ง
“ระ รออะไร… อื้อ…“
“รอที่จะถูกกูเอาอย่างนี้น่ะ!”
เขาไม่เคยเจอใครทำได้แบบเสือกาฬมาก่อนชายโตกว่าเร่งจังหวะหนักขึ้นอีก มืออีกหนึ่งข้างจับเอาสะโพกอวบยกขึ้นให้กินแก่นกายของตนไปลึกกว่าเดิม
เขาเร่งจังหวะสุดท้ายอย่างบ้าคลั่ง ตอกอัดสะโพกกระแทกหนักหน่วงเข้าหาความอุ่นชื้นที่รัดรึงแน่นจนแทบขาดใจ
สวบ… สวบ…
เสียงเนื้อกระทบเนื้อฉ่ำ ๆ ก็ดังซะน่าละอาย สอดประสานกับเสียงร้องครวญครางหวานพร่าของคำอินที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ
“อ๊ะ… อ๊ะ… เบาหน่อย… ช่วยเบาหน่อยเถอะ…”
ท่อนลำร้อนระอุบดเบียดผนังภายในอย่างหนักหน่วง
“อ๊ะๆๆ อ๊ะ...!”
ปั่ก… ปั่ก… ปั่ก… ปั่ก…!
จังหวะสามสี่ครั้งสุดท้ายนั้น เสือกาฬใส่เต็มอย่างรุนแรงจนส่งคนทั้งสองให้มุ่งสู่ปลายทางได้พอดิบพอดีกัน
“ซี๊ดดด ข้างในมึงตอดกูแน่นเชียว กะจะรัดให้ขาดเลยรึไง”
ปึก…!
ความร้อนอุ่นพุ่งทะลักเข้าไปลึกสุดทาง ปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นฉีดรดเข้าไปเต็มจนเอ่อล้นออกมาเปรอะเปื้อนต้นขานวลเนียนและฟูกนอน
พร้อมกันนั้นเอง ร่างของคำอินก็กระตุกเฮือกสุดแรงแอ่นกายโก่งขึ้นสูง ความเสียวซ่านที่สะสมมานานระเบิดออกเป็นคลื่นยักษ์
ทั้งตัวสั่นระริกฉีดของเหลวให้พุ่งกระฉอกจนเปรอะไปทั่วบริเวณ ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะทรุดลงนอนหอบถี่ หายใจรัวไม่เป็นจังหวะ
“ฮึก...”
“เอามันดีนี่”
ความเงียบเข้ามาปกคลุมเพียงชั่วครู่ ก่อนที่คำอินจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดหน้า น้ำตาร้อนผ่าวไหลอาบพวกแก้มอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะว่าเจ็บกายอย่างเดียวแต่เพราะความน้อยเนื้อต่ำใจที่มันพรั่งพรูออกมา
ท้ายที่สุดเขาก็หนีชะตาชีวิตที่จะต้องถูกมองว่าเป็นของตาย ถูกใครต่อใครกระทำย่ำยีไม่มีวันหลุดพ้นได้
ภาพนั้นไม่ถูกใจใครอีกคนที่กำลังนอนทับร่างของคำอินอยู่เอาเสียเลย
เสือกาฬมองตามหยาดน้ำตาที่ไหลซึมข้างแก้มต่างแรงโน้มถ่วงก็นึกหงุดหงิดใจขึ้นมาอย่างประหลาด ได้หลับนอนกับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผัวตัวเองอย่างถูกต้องแท้ ๆ แต่มันกลับร้องไห้งั้นรึ?
ทั้งที่เมื่อกี้ก็ตอดแน่นจนของเขาแทบจะขาดอยู่รอมร่อ
“มึงจะร้องไห้ทำไมวะ?!”
ชายโตกว่าตวาดเสียงเข้ม มือหนาก็ดึงเอาข้อมือคำอินที่ปิดหน้าออกอย่างแรง แล้วรวบมันทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะตรึงไว้แน่น นัยน์ตาแดงก่ำจดจ้องเพียงใบหน้าหวานที่เปียกเปื้อนไปด้วยน้ำตา
“มึงเสียใจอะไรนักหนา กูเพิ่งทำให้มึงเสร็จสมใจ หรือยังไม่พออีก”
คำอินสะอึกสะอื้น ได้แต่ส่ายหน้าช้า ๆ
“เปล่า… ฉ... ฉันแค่...”
“แค่อะไร!”
ชายผู้กุมบังเหียนขยับตัวเพียงนิด
“หึ! อยากจะร้องมึงก็ร้องให้ตายไปเลย อย่าคิดว่าน้ำตามึงจะหยุดกูได้”
ชิ้นส่วนที่ยังแข็งขืนไม่ยอมอ่อนลงซึ่งฝังตัวลึกอยู่ข้างในพลันขยับตามไปด้วยจนบุบฝางามใต้ร่างสะดุ้งเฮือก
“คืนนี้ กูจะเอาให้มึงไม่กล้าไปคุยกับผู้ชายคนไหนอีกเลย มึงจะได้จำใส่หัวเอาไว้ว่ามึงเป็นของกูคนเดียว!”
