บทนำ
บท 1
“เอ้า! ยก... ยกเข้าไปพวกมึง วันนี้กูได้ยินข่าวดี พวกร้านยาเขาว่าไอ้พวกยุ่นมันเตรียมขนเสบียงผ่านมาทางนี้อีกแล้ว เหล้ายาดี ๆ ก็คงจะมาถึงปากกูด้วย ฮะๆๆ”
ชายวัยกลางคนหัวเราะจนไอ คว้าบุหรี่ขี้โยขึ้นมาสูบอัดเข้าไปเต็มปอด ก่อนพ่นควันขาวขุ่นออกมาเสียจนคนข้าง ๆ ต้องยกมือปัด
เพลานี้ที่อัสดงทอดแสงสีส้มหม่นเหนือแผ่นดินสิงห์บุรี บรรยากาศโดยทั่วไป ในยุคสมัยที่สงครามยังคงมีแต่จะรุนแรงขึ้นทุกเชื่อเมื่อ จึงวังเวงและน่าหวาดหวั่น ด้วยอำนาจที่เหนือกว่า คอยกดทับชาวบ้านไว้ใต้ฝ่าเท้า เว้นเสียก็แต่ใจกลางเมือง ย่านสีและสันแห่งนี้ที่แม้จะมีกองทัพทหารญี่ปุ่นเดินลาดตระเวนอยู่บนถนนดินลูกรังด้านนอกรอบข้าง ทว่าผู้ชายในร้านกลับนั่งอ้าขาเอกเขนก ราวกับสงครามกับความอดอยากเป็นเรื่องของคนอื่น
พวกเขายังคงกระเดือกเหล้ายาลงคอ ขับไล่ความกลัวและความทุกข์ยากออกไปจากอก ปากที่เหม็นน้ำเมาก็ส่งเสียงสบถ ด่าทอถึงโชคชะตาและกฎเกณฑ์ในช่วงสงครามเช่นนี้ ก่อนที่หัวข้อสนทนาจะเริ่มไหลลื่นไปสู่เรื่องที่น่าอภิรมย์ยิ่งกว่า นั่นคือความคาวราคีในย่านโคมแดงซึ่งไม่ไกลจากที่นี่นัก
“พุธโถ... พูดเหมือนไอ้พวกยุ่นมันจะใจดี แบ่งให้มึงสักแก้วง่าย ๆ ไปได้”
“เอาหน่า มึงจะไปใส่ใจพวกมันทำไมวะ ยิ่งคิด ก็ยิ่งหงุดหงิดเปล่าๆ สู้เอาเวลามาคิด มามองเรื่องเจริญหู เจริญตาในย่านแถวนี้ยังสบายใจกว่า”
ใบหน้ากร้านแดดจนร่องรอยเหี่ยวย่นลึกขยับยิ้ม ครั้นเห็นว่าคำของตน เรียกสายตาของเพื่อนทั้งวงให้หันมาจ้องมองเป็นตาเดียว
ยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ สถานเริงรมณ์แห่งนั้นไม่ต่างอะไรจากวิมานบนดินที่ใครก็อยากจะลองเข้าไปสัมผัสดูสักครั้ง
“ว่าแต่มึงเคยเห็นไอ้โกสุมเขาเล่าลือกันไหม” คนเดิมเริ่มอีกคราวนี้น้ำเสียงต่ำลงเหมือนจะเล่าเรื่องขบขัน
“หมายถึงไอ้เด็กนั่นน่ะหรือ เห็นสิวะ จะไม่เห็นได้ยังไง ของแปลกประจำซ่องเชียวนา” อีกคนถามสวนทันควัน เหมือนอยากเร่งเข้าสู่บทสนทนาใจจะขาด
“เออๆ มันชื่อไอ้คำอะไรสักอย่าง ผิวพรรณมันก็พอได้อยู่หร๊อก แต่ตัวมันหนาไปเวลากระแทกมันเหมือนเอากับควาย ไม่สะใจเท่าไหร่ กลิ่นก็ไม่มีแปลกชะมัด”
“ข้าล่ะสงสัย ไม่มีดีสักอย่าง แล้วขายออกเหรอวะ เห็นจะมีแต่ไอ้เรียบที่เรียกใช้มันบ่อยๆ”
เขาเริ่มเปิดประเด็นด้วยความคึกคะนอง กระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมดจอก ก่อนจะร่ายยาวต่อ พลางพ่นควันยาสูบพวยพุ่งออกมา ขณะที่ประเด็นถึง ‘ของแปลก’ แห่งซ่องโคมแดง
“ยิ่งกส่าขายออกเสียอีก กูได้ยินมาว่านายแม่ที่ซ่องนั่นใช้งานมันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม ออกรับแขกไม่เว้นแต่ละวัน ป่านนี้ข้างในมันคงบานเบอะไปถึงไหนต่อไหนแล้วมั้ง ฮะๆๆ” ว่าแล้วก็หัวเราะร่วนจนพุงโตกระเพื่อม
“จริงอย่างเอ็งว่า ข้าล่ะงงใจนักว่าทำไมคนพวกนั้นถึงชอบของพิลึกพิลั่นเช่นนั้น” เพื่อนอีกคนตบโต๊ะเสียงดังพลางว่าเสริม
“สงสัยลีลามันจะเด็ดดวงเอาเรื่องเลยว่ะ~ หรือมันมีมนต์ดำคุณไสยอะไรหรือเปล่าวะ มัดใจพวกภูบาลได้เก่งนัก ทั้งที่กลิ่นก็ไม่มี พวกขายตัวที่หน้าตาดีกว่ามัน หอมกว่ามันก็มีถมไปทั่วเมือง”
“พูดแล้วก็พิลึกจริงเว้ย ว่าแต่กูเมารึยังวะเนี่ย ฮะๆๆ” ชายร่างผอมบางในวงเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะ พลางเคี้ยวหยับ ๆ
“เออ เผื่อเมาๆ แล้วลองหลับตาคลำๆ ไปหามันดู เห็นชอบมาซื้อของแถวๆ นี้ อาจได้เอาสักทีสองทีถือว่าได้ปล่อยน้ำแบบไม่เสียกะตังสักแดง”
ไม่มีใครบอกว่าคำพูดพวกนั้นต่ำทรามเพียงใด มีแต่เสียงหัวเราะกับกลิ่นเหล้าเหม็นเปรี้ยวที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ
เป็นความจริงอันโหดร้ายที่ว่าในยุคสมัยที่สงครามโหมกระหน่ำจนขวัญผู้คนแตกกระเจิงเช่นนี้ กามารมณ์ก็ย่อมเป็นสรณะเพียงหนึ่งเดียว สังคมรุมล้อมบุปผาที่หอมหวนและงดงาม หากโกสุม มันไร้ซึ่งรูปโฉมพึงใจและกลิ่นจรุงรัญจวน ประหนึ่งท่อนไม้จืดชืด ย่อมไร้ค่าไม่ต่างอะไรจากเศษเดนที่ถูกเขี่ยทิ้งไว้
เพราะในยุคสมัยเช่นนี้ ไม่มีผู้ใดจักเจียดเสี้ยวเวลาอันน้อยนิดมาเวทนาผู้ที่ไร้ผลประโยชน์ แม้กระทั่งในเชิงกามกิจได้หรอก
ห่างจากวงล้อมของกลุ่มชายฉกรรจ์ที่กำลังสำราญใจกับการได้รุมทึ้งศักดิ์ศรีของผู้อื่นเพียงหนึ่งช่วงตึก ร้านขายยาสมุนไพรเก่าแก่กลับเงียบราวอยู่อีกโลกหนึ่ง มีเพียงเสียงครกตำยาแว่วเป็นจังหวะอยู่หลังฉากไม้ และกลิ่นสมุนไพรขมฝาดที่อบอวลอยู่ในอากาศ
โกสุมหนุ่มวัยยี่สิบสองปีผู้หนึ่ง ยืนนิ่งงันอยู่ตรงนั้นมาได้พักใหญ่ ห่อผ้าสีหม่นแนบชิดอก แผ่นหลังหนาปึกในเสื้อผ้าฝ้ายสีจืดดูซีดกว่าทุกวัน ดวงตาสีดำขลับเพียงแต่ทอดมองพื้นไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมองอะไรทั้งนั้น
คำอินไม่ใช่เด็กน้อยผู้ไม่รู้ความที่จะไม่เข้าใจความหมายของคำที่พวกเขาสาดซัดออกมาอย่างคึกคะนอง พวกมันพูดดังกันซะขนาดนั้นเป็นใครก็ต้องได้ยิน
ร่างหนายืนสั่นน้อย ๆ รอรับห่อสมุนไพรบำรุงและยาระงับโรค สำหรับเหล่าโสเภณีที่แม่นายสั่งให้มารับ ปลายนิ้วที่กำกันแน่นเริ่มซีดขาว คำอินลอบสูดลมหายใจลึกครั้งหนึ่งและอีกครั้ง เหมือนคนที่พยายามกลืนของขมลงคอ
คำดูถูกประหนึ่งเขาเคยไปฆ่าญาติติโกโหติกาฝั่งนั้นตาย เขาได้ยินมันมานับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่วันแรกที่ถูกแม่เลี้ยงใจร้ายขายมายังขุมนรกแห่งนี้
น้อยเนื้อต่ำใจก็จริงอยู่ ทว่าคำอินกลับทำได้เพียงต้องทนรับฟังมัน...
เกิดเป็นชายที่มีเพศรองเป็นโกสุมก็นับว่าอัปโชคแล้ว แต่ยิ่งเกิดมาไร้กลิ่นจรุงชวนดอมดม สังคมก็ตราหน้าไปแล้วว่านั้นไร้ราคายิ่งกว่าเศษใบไม้แห้งที่ปลิวตกข้างถนน
การจะออกไปเอ่ยปากโต้แย้งหรือเรียกร้องศักดิ์ศรีของตนคืนมา มันก็ย่อมเป็นได้แค่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อม
โชคดีที่ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าของหญิงเจ้าของร้านยาก็เดินกลับมา พร้อมห่อสมุนไพรชุดใหญ่ที่มัดด้วยเชือกป่านอย่างแน่นหนา เธอหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นแผ่นหลังที่ลู่ลงของเด็กหนุ่มตรงหน้า สีหน้าลำบากใจและระอาอย่างเห็นได้ชัด วงเหล้าข้างร้านนั้นมันปากหมาดังลั่นจนเธอที่อยู่หลังร้านได้ยินทุกคำ นับประสาอะไรกับเด็กหนุ่มคนนี้
หญิงเจ้าของร้านยาถอนหายใจยาว ขณะยื่นห่อถุงยาให้ สายตาก็เหลือบมองไปด้านนอกแล้วสบถผ่วเบาด้วยความรำคาญใจ
“พวกปากไม่มีหูรูดเอ๊ยยย วัน ๆ ก็ดีแต่เห่าหอนเรื่องชาวบ้าน”
คำอินรับยามาก่อนจะเงยหน้าขึ้น พลางปั้นยิ้มหวานส่งให้ ด้วยเกรงใจและเจียมตน แม้สีหน้าจะบอกชัดว่าไม่สู้ดีก็ตาม
“เอ็งก็เหมือนกันนะคำอิน อย่าไปเก็บเอาคำคนพวกนั้นมาใส่ใจไปเลย เคยได้ยินไหมอย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา”
เธอรู้จักเด็กหนุ่มคนนี้ดี เพราะคำอินมักจะเป็นคนที่ถูกส่งมารับยาที่ร้านนี้อยู่เป็นประจำ แม้จะรู้เต็มอกว่าเขาทำงานอยู่ในซ่องที่คนดี ๆ ย่อมเบือนหน้าหนี แต่การวางตัวที่สุภาพเรียบร้อยและคำพูดคำจาอ่อนน้อมของคำอิน มันแตกต่างจากโสเภณีหลายคนที่เธอเคยเจอมา จึงไม่เคยนึกรังเกียจเด็กคนนี้ลงเลย
เจ้าตัวเพียงแต่ยิ้มรับด้วยดวงตาที่หม่นแสงลงอีกระดับ
“ฉันชินแล้วจ้ะป้า เขาจะพูดอย่างไรก็ช่างเถอะ ฉันก็เป็นอย่างที่พวกลุงแกพูด จะไปว่าอะไรได้ล่ะจ๊ะ”
หญิงเจ้าของร้านยาถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่ยืนมองชายหนุ่มที่กราบลาเธอด้วยกิริยาที่อ่อนช้อยที่สุดเท่าที่โสเภณีชั้นต่ำคนหนึ่งจะพึงกระทำได้
เวลาที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปเช่นนี้นั้น ถือเป็นอันตรายสำหรับคนในซ่องที่ต้องออกมาข้างนอกลำพัง เจ้าของดวงหน้าหวานก้มหน้าต่ำจนคางชิดอก สองเท้าก้าวเดินอย่างรวดเร็ว ผ่านหน้ากลุ่มผู้ชายพวกนั้นไป ปลายทางของเขาคือโรงน้ำชาโคมแดง สถานที่ซึ่งหลายปากอาจเรียกได้ว่าวิมานบนดิน
แต่สำหรับคำอินและพี่น้องโสเภณีแล้ว มันคือกรงขังซึ่งโอบอุ้มชีวิตไม่ให้อดตายอย่างหมาข้างถนน
ที่ถ้าไม่ตายก็ออกไปไม่ได้…
ร่างกำยำเดินเหม่อลอย ประคองห่อสมุนไพรไว้แนบอกกลับมาถึงเรือนโคมแดงในที่สุด จิตใจล่องลอยไปไกลถึงไหนต่อไหน ทว่าในขณะที่ฝีเท้ายังคงก้าวเดินไปตามสัญชาตญาณ
เสียงอื้ออึงขฬะก็แว่วมากระทบโสตประสาท ยิ่งคำอินก้าวเข้าใกล้เรือนโคมแดงมากเท่าใด เสียงความวุ่นวายนั้นก็ยิ่งทวีความรุนแรงจนน่าใจหาย
ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูเข้าไปในโถงกว้าง กลิ่นเหล้าขาวฉุนกึกและควันยาสูบที่คุ้นเคยก็พุ่งเข้าปะทะจมูกอย่างแรง บรรยากาศในซ่องคืนนี้ กลับต่างออกไป เบื้องหน้าเขาขณะนี้ มีกลุ่มคนเริ่มรุมล้อมเป็นวงกว้าง ส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันขนานใหญ่
ตอนนั้นเองที่นางสาย โสเภณีรุ่นพี่ที่ยืนพะหว้าพะวงอยู่รอบนอดวง ดันเห็นว่าคำอินเดินเข้ามาพอดี หล่อนจึงได้รีบปราดเข้าไปหา
"คำอิน! มึงไปไหนมาฮึ! ไอ้ระยำนั่นมาถึงแล้วไม่เจอตัวมึง อาละวาดจนซ่องจะแตกแล้วนั่น!" หญิงรุ่นพี่ละล่ำละลักบอก พลางกระชากแขนเล็กด้วยความร้อนใจ
“ใครหรือ”
"เอาเถอะน่า รีบไปห้ามมันเร็วเข้า เดี๋ยวอีสร้อยมันจะตายเสียก่อน มันไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยแท้ ๆ"
เด็กหนุ่มใจหายวาบ เขาไม่ได้เอ่ยคำใด เพียงแต่รีบยัดถุงยาสมุนไพรใส่มือสายไว้
"งั้นฝากยาให้แม่นายด้วยนะจ๊ะ พี่สาย เดี๋ยวฉันเข้าไปดูก่อน"
ก่อนจะพาร่างสัดทัดแต่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของตนแทรกตัวผ่านฝูงชนเข้าไปยังกลางโถง
“กูถามว่ามันหายหัวไปไหน?!”
ภาพที่คำอินได้เห็นที่แท้ก็คือ นายเรียบ ลูกค้าขาประจำของเขาที่กำลังแผดเสียงอาละวาด ราวกับสัตว์ร้าย
ใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุราและโทสะ บีบข้อมือของสร้อยไว้แน่นจนหญิงสาวร้องไห้โฮด้วยความเจ็บปวด หมายจะระบายอารมณ์ฉุนเฉียวใส่คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เพียงเพราะสินค้าที่เขาปรารถนาไม่อยู่
"คุณท่าน! ฉันกลับมาแล้วจ้ะ อย่าได้ลงมือกับพี่สร้อยเลยนะจ๊ะ ฉันผิดเองจ้ะ"
คำอินถลาเข้าไปขวางกั้นอย่างไม่ห่วงตัวกลัวตาย สายตาหวาดหวั่นสบมองกับเรียบ ดวงตาเหี้ยมเกรียมนั้นฉายแววอำมหิตยิ่งกว่าเดิม
"มึงมาแล้วรึอีตัวดี! มึงกล้าดียังไงปล่อยให้กูคอยเช่นนี้ฮะ!"
เพี๊ยะ!
ฝ่ามือหนักฟาดลงเต็มหน้าเสียจนคำอินเซไปทั้งตัว แก้มซ้ายชาวาบ หูอื้อไปชั่วขณะหนึ่ง ครั้นความเจ็บปวดแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจนการมองเห็นพร่ามัวไปชั่วขณะ เขารู้สึกรสคาวเลือดอบอวลขึ้นมาที่ปลายลิ้น ก่อนนายเรียบมันยังไม่หนำใจ ก้าวเข้ามาบีบคางคำอินให้เงยขึ้นสบตา
คำอินเจ็บจนตาพร่า แต่ยังไม่กล้าหลบสายตา เขาเห็นสร้อยยืนร้องไห้อยู่ด้านหลัง เห็นสายยืนหน้าซีดอยู่ไม่ไกล เห็นคนทั้งโถงเงียบลงราวกับกำลังกลัวว่าใครจะเป็นรายต่อไป
"จำใส่หัวไว้ มึงมีหน้าที่รอกู ไม่ใช่ปล่อยให้กูมารอ แล้วต้องออกมาตามหาจนเสียอารมณ์"
“...”
ด้วยความอัปยศที่สาดซัดเข้าใส่ไม่หยุดหย่อน ทว่าในโลกที่เงินเป็นเจ้าชีวิต เขาหาได้มีสิทธิ์ร่ำไห้ดั่งใจปรารถนา โกสุมหนุ่มสะกดกลั้น พยายามปั้นยิ้มประจบที่ขมขื่นที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้
"ฉันผิดไปแล้วจริง ๆ จ้ะ อย่าได้ถือสาฉันเลยนะจ๊ะ”
ริมฝีปากที่คาวเลือดคละคลุ้งก็ยังต้องเปล่งถ้อยคำหวานหูชโลมใจเพื่อดับไฟโทสะออกมา
“ขึ้นห้องก่อนเถิดจ้ะ ฉันขอไปเตรียมของแล้วจะรีบตามไปนวดเนื้อนวดตัวให้คุณเรียบเอง จะได้ผ่อนคลาย"
มือสองข้างยกขึ้นไหว้ วาจาอ่อนหวานที่ถูกกลั่นออกมาจากใจอันบอบช้ำเริ่มเห็นผล เรียบพ่นลมหายใจฟืดฟาด ท่าทีที่ขึงขังก็เริ่มอ่อนลง เมื่อเห็นกิริยาโอนอ่อนดั่งพยับแดดของโสเภณีคนโปรดอย่างคำอินเข้า เขาแสยะยิ้มอย่างพึงใจในอำนาจ
"เออ ถ้ารู้ตัวว่าผิดก็ดี รีบตามมาเร็วๆ กูปวดท่อนลำไปหมดแล้ว อย่าให้กูเสียเวลามากกว่านี้" สิ้นเสียงตวาดทิ้งท้าย เจ้าตัวก็สะบัดตัวจากไปอย่างไม่แยแส
คำอินยังคงคุกเข่าอยู่อย่างนั้นอีกครู่หนึ่ง เลือดตรงมุมปากไหลอุ่นลงมาถึงคาง สร้อยขยับเหมือนจะเข้ามาแต่ก็ชะงัก พี่น้องร่วมอาชีพที่ต่างก็เฝ้ามองด้วยความเวทนาจับใจ คำอินเองก็รู้ว่ามันเวทนาแค่ไหน
เขายกหลังมือขึ้นเช็ดเลือดลวก ๆ แล้วสูดหายใจเข้าลึก จากนั้นจึงลุกตามขึ้นไปเงียบ ๆ โดยไม่หันมองผู้ใดอีก
ไม่ว่าจะเป็นการกระทำเลวทรามที่เพิ่งได้รับมา หรือการที่ต้องก้มหัวให้คนย่ำยีดูแคลนเหมือนเขาไม่ใช่คนก็ตาม เขาก็ทนได้ทั้งนั้น เพราะคำอินรู้ดีว่าตนไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องกัดฟันข่มใจให้ทุกอย่างมันผ่านพ้นไป รวมถึงยอมรับรับคำพูดและการกระทำต่ำช้าพวกนั้น เพื่อรักษาลมหายใจและปากท้องของตัวเอง
ก็ได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่งเขาจะได้พาตัวเองออกไปจากสถานที่เลวทรามแห่งนี้ ไม่ว่าจะที่ไหนเขาก็อยู่ได้ทั้งนั้น
หรือเขาควรภาวนาให้หมดลมหายใจไปเร็วๆ ขอแค่ได้ออกไปตากที่นี่ แม้ไปแต่ร่างกายก็ยังดี
บทล่าสุด
#35 บทที่ 35 ตอนพิเศษ 2
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#34 บทที่ 34 ตอนพิเศษ 1
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#33 บทที่ 33 คำอินเก่งไหมจ๊ะ
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#32 บทที่ 32 งานแต่งของคำอิน
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#31 บทที่ 31 เสือกาฬเป็นแมวของคำอินคนเดียว
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#30 บทที่ 30 คำอินสู้ตาย
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#29 บทที่ 29 คำอินหายไป
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#28 บทที่ 28 เสือไม่กลัวตำรวจ เพราะเสือกลัวเมีย
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#27 บทที่ 27 น้ำหมดตัว [NC]
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#26 บทที่ 26 คำอินไม่ลืม
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026
คุณอาจชอบ 😍
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ใต้เงาเสน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
รักระรินใจ
บ่วงรักสายใยพิศวาส: Oath of Love
เธอคือดาราสาวที่โลกรู้จักในฐานะนางร้าย แต่หัวใจข้างในเก็บรักชายคนเดียวมาทั้งชีวิต
ไฟระหว่างพวกเขาปะทุขึ้นคืนหนึ่งที่สมุย และมันก็ไม่มีวันดับลงได้อีกแล้ว แม้เขาจะพยายามบอกตัวเองว่า "ไม่รัก" สักแค่ไหนก็ตาม
แต่แล้วคำพูดที่โหดเหี้ยมที่สุดในชีวิตเธอก็หลุดออกมาจากปากเขา
"ต่อให้แพมเป็นผู้หญิงคนเดียวในโลกนี้ พี่ก็ไม่เอาแพมมาเป็นแม่ของลูก"
เธอเก็บคำนั้นไว้ในใจ พร้อมกับชีวิตน้อยๆ ในท้องที่เขาไม่รู้ แล้วหายตัวไปจากชีวิตเขาสามปีเต็มๆ
สามปีต่อมา เธอกลับมาพร้อมบุตรสาวตัวน้อยที่มีดวงหน้าเหมือนเขาราวกับแกะ
และในที่สุด อนาวรรธน์ก็รู้ว่าตัวเองรักเธอ
แต่กว่าจะรู้...มันสายไปแล้วหรือเปล่า?
บ่วงรักสายใยพิศวาส — เรื่องราวของรัก ความเจ็บ สัญญา และสายใยที่ไม่มีสิ่งใดตัดขาดได้
![เมียหน้าบากแสนบัดซบของเสือกาฬ [omegaverse]](https://oss.novelago.app/prod/img/cover/a318e27bfa4f4e6b82ddeed924105202.jpg?x-oss-process=image/format,webp/resize,m_fill,w_240,h_320)












