บทที่ 4 คำอินเลือกช่วยเสือเติง 2

ทว่าพยัคฆ์หนุ่มจากแดนเหนือกลับต้องหยุดชะงัก เมื่อพบว่าทางเข้าออกในซ่องนี้ทุกจุดถูกพวกมันปิดล้อมไว้แล้ว พวกลูกน้องต่างคอยคุ้มกันให้หัวหน้าใหญ่ทั้งหน้าและหลังเตรียมตัวรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น เวลาเดียวกันนั้น คำอินที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ตลอดพลันตัดสินใจทำในสิ่งที่อุกอาจที่สุดในชีวิต

"จะไปไหนของมึง! ไอ้คำอิน!"

มือเรียวซีดสะบัดจากการเกาะกุมของนายเรียบอย่างแรงจนอีกฝ่ายเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น เด็กหนุ่มไม่ได้สนใจเสียงทัดทานหรือคำด่าทอที่ไล่หลังมาแม้แต่น้อยพุ่งตัวมุดฝ่าฝูงชนที่กำลังแตกตื่น โดยสายตาจับจ้องเพียงร่างสูงใหญ่ของกลุ่มชายลึกลับที่กำลังถูกต้อนให้จนมุมอยู่

ฝั่งเสือเติงลูกน้องถูกยิงล้มลงจนเหลือเขาเพียงคนเดียว หัวหน้าจอมโจรภาคเหนือได้แต่ยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมที่บีบกระชับเข้ามาทุกขณะ ถอยหนีจนแผ่นหลังพิงติดผนังไม้ แต่แล้วในจังหวะที่กำลังหมดหนทางไปต่อนั้นเอง

หมับ!

สัมผัสเย็นเยียบจากปลายนิ้วเรียวเล็กก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือหนาของเขาไว้แน่นจนเสือร้ายสะดุ้งสุดตัว ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความระแวงวูบหนึ่ง หมายจะสะบัดเด็กหนุ่มร่างเล็กกว่าให้พ้นทาง แต่คำอินไม่ถอยหนี กลับกันยังดั้งด้นขยับกายเข้าไปประชิด ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว ผิดกับใบหน้าหวานพริ้ม

“ตามฉันมา!”

เติงชะงักไปครู่ มองสบเข้าไปในดวงตาคู่เศร้าที่วาวโรจน์ด้วยปณิธานบางอย่าง สลับกับภาพวงล้อมของทหารญี่ปุ่นและตำรวจที่หนาตา ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นตาย พยัคฆ์แดนเหนือผู้ทรงอิทธิพลไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากต้องฝากลมหายใจไว้กับโสเภณีไร้ค่าผู้นี้ เขาขบกรามแน่น ยอมทิ้งตัวไปตามแรงฉุดกระชากของคำอิน หายลับเข้าไปในม่านเงาทึบเบื้องหลังอย่างว่องไว

“มุดรูออกตรงนี้ไป จะมีซอยที่ลัดไปถนนใหญ่ได้จ้ะ”

ชายร่างเล็กกว่าสาวเท้านำใครอีกคนลัดเลาะไปตามช่องทางลับใต้ถุนเรือนโคมแดง คำอินฉวยโอกาสชี้ช่องทางที่พวกคนในซ่องไว้ใช้ในการหนีออกไป ถึงจะเป็นช่องทางที่รู้กันในหมู่โสเภณีแต่ก็ไม่ได้มีใครเคยใช้ เพราะต่อให้หนีออกไปได้ก็จะถูกจับกลับมาแล้วซ้อมจนปางตาย จึงไม่มีใครคิดจะหนีสักคน

ความตายที่ไล่หลังเติงมา ดูเหมือนจะเริ่มจางลงไปบ้าง ชายโตกว่าที่ปิดปากเงียบมาตลอดทางมองตามแผ่นหลังหนาที่ก้าวเดินอย่างมั่นคง ด้วยรู้สึกสงสัยในตัวตนและเหตุผลที่เด็กคนนี้ยอมมาช่วยโจรอย่างเขาเอาไว้

กระนั้น ความเบาใจก็คงอยู่ได้เพียงชั่วครู่ เมื่อพวกเขากำลังจะถึงทางออกสู่พงหญ้ารกชัฏด้านหลัง เด็กหนุ่มพลันชะงักฝีเท้าเพราะเห็นแสงไฟฉายของทหารญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้าตรงมายังจุดที่พวกเขาอยู่ 

หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินไปเช่นนี้ ไม่เกินอึดใจ ทั้งเขาและพยัคฆ์หนุ่มก็คงต้องจนมุมเป็นแน่ เจ้าของใบหน้าหวานพริ้มหันกลับมามองใครอีกคนเพียงเสี้ยว

"พวกนั้นคงรู้แล้วว่ามีเส้นทางนี้ คุณเข้าไปซ่อนในกองฟางนั้นก่อนนะ" 

เสือเติงขมวดคิ้วแน่นด้วยความฉงน ยอมเปิดปากพูดจนได้

"แล้วเอ็งล่ะ จะให้ข้าทิ้งเอ็งไว้ที่นี่คนเดียวรึ"

"ฉันจะไปล่อความสนใจให้เอง ถ้าพวกมันเห็นฉันวิ่งไปอีกทาง มันคงนึกว่าเป็นคุณ แล้วทางของคุณก็จะหนีได้สะดวกขึ้น" เสียงหวานติดทุ้มสวนตอบทันควัน

ชายโตกว่าได้ฟังดังนั้นก็ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง มือหนาเอื้อมไปคว้าต้นแขนของคำอิน หมายจะรั้งร่างหนานั้นไว้

"ไม่ได้! พวกมันมีอาวุธครบมือ ไม่รู้รึ... หากเอ็งพลาดมีแต่ตายกับตาย!"

เด็กหนุ่มกลับเพียงแต่คลี่ยิ้มจาง มองคนที่ส่งความห่วงใยมาให้แม้จะยังไม่รู้จักกันเลย เขาคิดได้ทันทีว่าช่วยไม่ผิดคน ถึงจะเป็นโจรแต่ดีกว่าพวกคนในเครื่องแบบนั้นเป็นไหนๆ ที่เขาว่าโจรคุณธรรมเป็นอย่างนี้เองสินะ

"ความตายไม่น่ากลัวเท่าการอยู่ที่นี่ แต่ฉันก็ยังอยู่รอดในที่แห่งนี้มาได้ตั้งหลายปี แค่หนีพวกหลวงไม่กี่คน ฉันจัดการได้ คุณรีบไปเถอะ..."

สิ้นเสียงเจ้าตัวก็ไม่คิดรอคำตอบจากชายโตกว่าอีก เขาอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังตกอยู่ในภวังค์ความสับสนนั่นสะบัดกายออกจากการเกาะกุมแล้วพุ่งตัวออกไปในทิศตรงข้ามทันที

"เฮ้ย! ทางนั้น! มันหนีไปทางนั้นแล้ว!"

คำอินวิ่งกระแทกเข้ากับสังกะสีเก่าให้เกิดเสียงดังลั่นเพื่อเรียกความสนใจ ก่อนจะเร่งฝีเท้าฝ่าความมืดออกไปสู่ที่แจ้ง ทิ้งให้เสือเติงได้แต่ยืนอยู่ในเงามือ มองตามแผ่นหลังบางที่กำลังเดิมพันชีวิตตัวเองเพื่อช่วยเขาไปจนลับสายตา...

“ทางนั้น! จับมันไว้!”

เสียงตะโกนภาษาญี่ปุ่นดังก้อง พร้อมกับแสงไฟฉายหลายดวงที่สาดส่องมารวมกันที่ร่างของเด็กหนุ่มซึ่งกำลังวิ่งหอบหายใจจนอกกระเพื่อม ถึงร่างกายจะไม่ได้บอบบางอย่างคณิกาคนอื่นแถมยังรองรับอารมณ์กลัดมันได้อยู่ค่อนคืน ความอึดทนของเขาทำให้ยังพอขายออกโดยเฉพาะกับนายเรียบ แต่พอวิ่งนานเข้าก็ชักเหนื่อยและล้า 

“อ๊ะ...!”

ท้ายที่สุด แข้งขาที่อ่อนแรงก็ส่งให้คำอินสะดุดล้มลงกับพื้นดินที่แข็งกระด้างจนได้ ไม่นานจากนั้น ทหารญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่งก็รุดเข้ามาล้อมร่างเขาไว้ทุกทิศทาง มือหนาหยาบกร้านกระชากคอเสื้อผ้าฝ้ายขึ้นอย่างแรง ก่อนจะเหวี่ยงร่างกำยำไปกระแทกกับผนังไม้เก่าจนคำอินจุกเสียดไปทั้งทรวงอก

“มึง!” นายทหารคนหนึ่งตวาดกร้าว พลางก้าวเข้าประชิดตัว คว้าหมับเข้าที่กลุ่มผมสีขลับเข้มกระชากขึ้นจนใบหน้าหวานแหงนรั้ง

“มึงพาไอ้โจรนั่นไปซ่อนไว้ที่ไหน! บอกมาเดี๋ยวนี้!” นายตำรวจที่มาด้วยกันเอ่ยถามในภาษาที่คำอินเข้าใจ เป็นคนไทยด้วยกันแต่นายตำรวจผู้นั้นก็ปล่อยให้พวกทหารญี่ปุ่นสืบสวนคำอิน

ร่างหนาสั่นระริกไปทั้งตัว ปากคอสั่นเครือสะอื้นไห้เมื่อถูกจับได้ แต่เขาพนันกับตัวเองเอาไว้ ถ้ารอดก็จะขอให้โจรผู้นั้นช่วยเขาหลบหนีออกจากซ่อง แต่ถ้าไม่ก็แค่ตายด้วยน้ำมือพวกยุ่นนี่แหละ

“ฮึก... ฉ... ฉันไม่รู้เลย ฉันก็แค่ตกใจเลยวิ่งหนีมา...”

“อย่ามาโกหก!” ยังไม่ทันสิ้นเสียงดี นายทหารผู้นั้นก็เงื้อปืนยาวในมือขึ้นสูงและฟาดสันปืนเหล็กกล้าลงบนใบหน้าของคำอินอย่างถนัดถนี่

“อั่ก!”

ความเจ็บแปล๊บแล่นผ่านโหนกแก้มลากยาวไปจนถึงริมฝีปาก หยาดเลือดสีแดงสดก็ทะลักไหลออกมานองไปทั่วใบหน้าในเสี้ยววินาทีจากนั้น ร่างผ่ายผอมทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ

“ไอ้เติงอยู่ไหน จะตอบกูมาดีๆ หรือจะให้กูระเบิดหัวมึงทิ้งเสียตรงนี้!”

ปลายกระบอกปืนที่ยังร้อนฉ่ากดลงบนแผลสดที่กำลังเลือดนอง คำอินกัดฟันข่มความเจ็บปวดที่เจียนจะขาดใจ

“อ๊ากกก ฉะ...ฉัน...ไม่รู้จริง ๆ ฮึก... ฉันมันก็แค่คนขายตัวในซ่อง จะไปรู้จักกับพวกโจรได้อย่างไร... ปล่อยฉันไปเถอะนะจ๊ะ...”

เขาร้องไห้โวยวายประหนึ่งคนสติฟั่นเฟือน ปล่อยให้น้ำตาผสมปนเปไปกับเลือดที่ไหลไม่หยุดจนแสบแผล เพราะถูกกระชากเสื้อบ้างกระชากหัวบ้าง เสื้อผ้าเขาหลุดลุ่ยจนเผยให้เห็นรอยขบรอยกัดเต็มอกไปหมด สภาพที่ดูน่าสมเพชนั้นทำให้พวกทหารตำรวจเริ่มแสดงท่าทีหมดความสงสัย

“หึ ถ้ากูไม่ติดกำลังทำภารกิจกูจะจัดมึงสักน้ำแน่ หรือจะจัดก่อนไปดีวะ” นายตำรวจอีกคนสบถ ก่อนจะเอามือเอื้อมมาขยำบีีบหน้าอกของคำอินแรงๆ จนเขาเจ็บไปหมด

“อึก...!”

“เห้ย มึงอย่าพึ่งเงี่ยน เรามีงานต้องทำ ไปๆ เดี๋ยวท่านตามยังไงต้องเร่งหาไอ้เสือเติงให้เจอ ไม่งั้นท่านเล่นงานเราเละแน่”

เพียงเท่านั้น พวกมันก็พากันผละจากไป ปล่อยให้คำอินที่ยังนอนนิ่งสนิทต้องคร่ำครวญออกมาด้วยความเจ็บปวด สองมือกุมใบหน้าซีกซ้ายที่พังยับเยิน แผนการล่อลวงสัมฤทธิผลแล้ว แม้เขาจะต้องแลกมันมาด้วยหน้าที่เสียโฉมไปตลอดกาลก็ตาม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป