บทที่ 5 คำอินหน้าบาก 1

สามราตรีผันผ่านไป ราวกับฝันร้ายที่ไม่อาจเลือนหาย แม้กระทั่งลืมตาตื่น ในห้องพักเล็กแคบที่มีเพียงฟูกเก่า ๆ และกลิ่นอับชื้นยามนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศสลดหดหู่ แสงตะวันช่วงสายส่องผ่านรอยแตกของฝาไม้เป็นลำ ตกกระทบกับร่างผ่ายผอมที่นั่งนิ่งสนิท ปล่อยให้นางสายและนางพิกุลช่วยกันนำลูกประคบสมุนไพรที่ยังส่งควันกรุ่นประคบไปตามผิวเนื้อที่บวมช้ำ

ร่างกายของคำอินมีแต่รอยเขียวจ้ำเป็นทางยาวปรากฏ ทั้งจากแรงเตะถีบของทหารในคืนนั้น และที่ซ้ำร้ายกว่าคือรอยมือ รอยเท้าของไอ้เหี้ยมอย่างเรียบที่มันลุ้มคลั่งย้อนกลับมาอาละวาดทุบตีเขา 

ชายผู้นั้นมันโกรธแค้นจนหน้ามืดที่ถูกทิ้งไว้กลางคัน จึงระบายความหงุดหงิดทั้งหมดลงบนร่างคนที่ไร้ทางสู้ประหนึ่งเป็นกระสอบทราย

“บ...เบาให้หน่อยนะจ๊ะ พี่สาย... ฉันเจ็บ” เสียงหวานเปล่งออกมาแผ่ว ยามลูกประคบร้อนจัดแตะลงบนรอยช้ำที่สีข้าง

“โถ่... คำอินเอ๊ย ใจคอไอ้เรียบมันทำด้วยอะไรกัน” พิกุลเอ่ยเสียงเครือ น้ำตาก็คลอหน่วยอย่างนึกสงสารจับใจ 

“มันเห็นเอ็งเจ็บขนาดนี้ยังจะลงมือลงไม้อีก รอยแผลที่หน้านี่ก็ยังไม่ทันแห้งดีแท้ ๆ”

เด็กหนุ่มไม่ได้ตอบกลับคำใด ดวงตาคู่โศกผินไปมองเงาสะท้อนของตนในกระจกบานเล็กที่แตกร้าวราน ไม่ต่างจากชีวิตของเขาเท่าไหร่ ใบหน้าที่เคยนวลเนียน กลับปรากฏรอยแผลเป็นลากยาวพาดผ่านโหนกแก้มลงมายันมุมปาก หลังจากถูกสันปืนของพวกทหารญี่ปุ่นฟาดเข้าในคืนนั้น

มันทิ้งตราบาปสีแดงก่ำไว้ถาวร ความงามที่เคยเป็นต้นทุนเดียวในการหาเลี้ยงปากท้อง จึงถูกพรากไป

“พวกข้าสงสารเอ็งจับใจนัก คำอินเอ๊ย ต่อไปนี้ เอ็งจะทำอย่างไรหน้าตาพังยับเยินเช่นนี้”

สายที่นั่งประคบแผลอยู่อีกฝั่งสำทับออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ทว่าแม้จะได้รับสายตาที่เต็มไปด้วยความเวทนาจากพี่สาวร่วมซ่องทั้งสอง คำอินก็ยังคงคลี่ยิ้มจาง ๆ ตอบกลับไปเหมือนเคย

“ยังไงร่างกายมันก็เป็นเพียงของนอกกายไม่จีรัง เสียไปแล้วก็ช่างมันเถิดจ้ะ ขอแค่ลมหายใจยังอยู่ ฉันก็คงจะหาทางรอดไปได้เอง”

ปากว่าไปอย่างนั้น แต่ดวงตาหม่นแสงที่จ้องมองเงาหน้าบากของตนเองในกระจกกลับตรงกันข้าม

คำอินย่อมรู้ดีกว่าใครว่าหนทางข้างหน้า จะมืดมนกว่าเดิมหลายเท่าตัว แต่เสี้ยวหนึ่งของความทรงจำ 

ยามที่เขาหวนนึกถึงพยัคฆ์ร้ายที่เขาได้ช่วยชีวิตไว้ก็พอใจชื้นขึ้นมาบ้าง หากรอยแผลนี้ แลกมาด้วยการที่คนผู้หนึ่งไม่ต้องจบชีวิตลง เขาก็พร้อมจะแบกรับมันไว้ด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่นที่สุดนี้ต่อไปนั่นแล

แล้วไม่แน่ถ้าเป็นอย่างกิตติศักดิ์ของเสือเติงที่เขาได้ยินมา ถึงจะขึ้นชื่อว่าโจรแต่ไม่ลืมบุญคุณคน พวกชาวบ้านก็ได้บรรดาโจรคุณธรรมช่วยเอาไว้เยอะจนทางการไม่อาจจับตัวได้

 ก็คงพอจะมีทางได้รอดออกไปจากที่นี่ ได้โปรดกลับมาฉุดเขาทีเถอะ ไปตายในรังโจรอาจจะดีกว่า เพราะถ้าหน้าเขาเสียโฉมแล้ว สิ่งที่เขาต้องเจออาจจะหนักกว่าที่แล้วมา

ช่วงเวลาค่ำมาถึง เสียงดนตรีปี่พาทย์กลั้วเสียงเจือแจ้วของบรรดานักเที่ยวก็กลับมาดังระงมไปทั่วซ่องโคมแดงอีกครั้ง สวนทางกับความเงียบเหงาในใจของใครบางคน รอยแผลเป็นที่ลากยาวพาดกิ่งแก้มยังคงส่งความเจ็บแปลบประท้วงอยู่เป็นระยะ แต่ถึงสังขารมันจะบอบช้ำเพียงไหน สินค้าที่ยังมีลมหายใจอย่างเขาก็ไม่มีสิทธิ์พักผ่อนได้

คำอินจึงต้องจำใจแต้มแป้งร่ำเสียหนาเตอะ หวังจะพรางรอยหน้าบากเพื่อออกมารับแขกหน้าใหม่ตามคำสั่งเด็ดขาดของนายแม่อย่างเสียไม่ได้ ระหว่างที่เจ้าตัวเดินก้มหน้าเลี่ยงจะสบสายตาผู้คน มุ่งไปยังโต๊ะของลูกค้าคนใหม่ที่เรียกตัว ไอ้คนที่คุ้นเคยอย่างเรียบ มันก็ดันปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับควงโสเภณีสาวนางหนึ่งเดินสวนทางมาพอดี

“...!” 

ชายผู้นั้นหยุดชะงักฝีเท้าลง ทันทีที่ได้เห็นหน้าคำอิน มันระเบิดเสียงหัวเราะเสียดังลั่นโถงจนแขกเหรื่อรอบข้างต่างพากันสะดุ้ง

“เฮ้ย! ดูนี่สิพวกมึง!”

มันว่าพลางบุยปากไปทางใบหน้าของเด็กหนุ่ม แสดงท่าทีเหยียดหยามกันอย่างเปิดเผย

“ซ่องนี้มันไม่มีคนอื่นแล้วหรือไง ถึงได้เอาของมีตำหนิหน้าตาอัปลักษณ์เช่นนี้ออกมารับแขกฮะ! ใครเห็นก็เสียอารมณ์กันหมดพอดี!”

เพราะได้ยินคำเช่นนั้น แผลมันจึงยิ่งเจ็บทวีคูณขึ้นราวถูกเกลือสาดซ้ำ คำอินหน้าถอดสี ครั้นเห็นว่าชายลูกค้าที่นั่งรอตนอยู่ก็เริ่มแสดงสีหน้ากระอักกระอ่วนใจ

เขาชายตาดูรอยแผลที่พาดผ่านนวลแก้มของโสเภณีหนุ่ม พลันอับอายที่ต้องมานั่งร่วมโต๊ะกับคนเสียโฉม ท่ามกลางสายตานับสิบที่จดจ้องมาเช่นนี้ ก่อนจะรีบผลุนผลันลุกขึ้นหนีไป พร้อมกับคำทิ้งท้ายที่กรีดลึกถึงก้นบึ้งใจคนฟังว่า

“เสียเที่ยวกูชะมัด! หน้าตาแบบนี้ใครจะไปเอาได้ลงคอ!”

ทว่าชายโฉดอย่างเรียบกลับยังไม่ยอมหยุดปาก

“นั่น...! ฮะๆๆๆ ดูท่าคราวนี้มึงจะฉิบหายจริงแล้วว่ะ คำอิน แล้วมึงจะหากินอย่างไรต่อเล่า? มาเป็นคนคอยเลียตีนให้กูดีหรือไม่ กูจะจ่ายให้งาม ๆ ฮะๆๆๆ“

แต่ละถ้อยคำที่หลุดจากปากมีแต่จะหยาบคายและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนแขกคนอื่นที่มองอยู่เริ่มสมเพชระคนนึกรำคาญเต็มทน

คนที่ไร้ปากเสียงก็ได้เพียงต้องก้มหน้าต่ำจนคางชิดอก คำอินพยายามสะกดกลั้นหยาดน้ำตาที่จวนเจียนจะไหลริน ต่อให้เรียบหรือใครจะดูถูกเขาอย่างไร คำอินก็ทนได้เสมอ หากแต่มาก่อเรื่องที่กลางโถงรับรองเช่นนี้อีกครั้ง แม่นายรู้เข้าคงไม่พอใจเป็นแน่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป