บทที่ 13 Oops! เขาหล่อ แต่แปลกนิดหน่อย 13
Oops! เขาหล่อ แต่แปลกนิดหน่อย 13
ช่วงสายของวันถัดมา นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่ฉันตื่นสายมากขนาดนี้ เวลาเก้าโมงครึ่งฉันตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการสดชื่น เสียงนาฬิกาปลุกถูกกดปิดไว้แล้วเรียบร้อย ฉันเดินเข้าไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันเป็นสิ่งแรกเพื่อเรียกความสดชื่นให้กับตัวเอง
จากนั้นถึงได้เดินไปเปิดผ้าม่านและประตูระเบียงเพื่อรับลมเย็น ๆ บนชั้นสาม ก็เย็นนิดหน่อยนั่นแหละ แต่ช่วงบ่ายห้องฉันจะเย็นมาก เพราะโซนห้องพักอยู่ทางทิศตะวันออก เวลาบ่ายเลยไม่ค่อยร้อนสักเท่าไหร่ แค่เปิดพัดลมก็อยู่ได้แล้ว
เกือบสิบเอ็ดโมงคนที่บอกว่าจะมารับก็โทร. มาหาบอกว่ารอที่หน้าหอพักแล้ว นั่นจึงทำให้ฉันรีบปิดประตูระเบียงห้องปิดผ้าม่านและหยิบกระเป๋าแล็ปท็อปของตัวเองมาอย่างรวดเร็ว และแม้ว่าจะอยู่ที่นี่มานานก็จริง แต่ฉันก็ไม่ได้ผูกมิตรกับใครเลย นั่นจึงทำให้ไม่ต้องแวะทักทายใคร รีบเดินดุ่มๆ ลงบันไดมาจนถึงชั้นหนึ่งก็เห็นว่ามีรถคันคุ้นตาจอดอยู่ ถึงได้ค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ เสียงปลดล็อกประตูดังขึ้นเบา ๆ ฉันถึงได้กล้าเปิดประตูแล้วขึ้นไปนั่ง
“เดี๋ยวจะพาไปซื้อใหม่นะ”
“คะ? ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องซื้อก็ได้ แค่พาไปร้านซ่อมก็พอค่ะ” รีบบอกปฏิเสธอย่างไม่สบายใจ เพราะแล็ปท็อปของฉันมันเก่าแล้ว จึงไม่อยากให้อีกฝ่ายเสียเงินซื้อให้จากความซุ่มซ่ามของตัวเอง อีกอย่างพี่ ๆ ก็ไม่ได้ผิดอะไร ที่ฉันล้มก็เป็นเพราะประมาทเอง ไม่รู้ว่าค่าซ่อมนี่พี่เรียวจะหักจากเงินค่าจ้างพี่คนนั้นไหมนะ
“ไปดูก่อน ถ้าค่าซ่อมมันแพงกว่าซื้อใหม่ จะซื้อใหม่ให้”
“ไม่เอาค่ะ ถ้าพี่จะซื้อให้ใหม่ หนูไม่ไปแล้ว”
“อย่าเพิ่งปฏิเสธสิ ไปดูก่อน” คนที่ขับรถเอ่ยบอกอย่างจำยอม เขาไม่ได้ดุแต่ก็เหมือนจะเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย เพราะฉันเห็นเขาทำหน้าครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ที่เจอหน้ากัน จวบจนถึงห้างฯ แห่งหนึ่ง เราเดินเข้าไปยังโซนอุปกรณ์ไอทีที่มีบริการรับซ่อมด้วย
“อ่า เครื่องมันเก่าแล้วครับ ราคาเปลี่ยนจอพอๆ กับซื้อใหม่เลยนะครับ อะไหล่รุ่นนี้หายากแล้วด้วย” พี่ช่างที่ร้านแนะนำหลังจากที่ได้เห็นสภาพแล็ปท็อปของฉัน
“ขอบคุณครับ งั้นเดี๋ยวขอเดินดูก่อน” ยังไม่ทันเอ่ยปาก คนข้าง ๆ ฉันก็เป็นคนเอ่ยบอกพี่ช่างก่อน พร้อมกับยื่นมือไปเก็บแล็ปท็อปของฉันใส่กระเป๋า
“ไปกัน” พี่เรียวหันมามองหน้าฉันแล้วเอ่ยชวน
“ไปไหนคะ?” ฉันถามด้วยความสงสัย
“ซื้อใหม่ครับ” เอ่ยจบก็ยื่นมือข้างหนึ่งมาจับมือฉันไว้แล้วดึงให้เดินตามเขาไป แม้จะขืนแรงดึงไว้ แต่อีกฝ่ายก็ยังพาฉันเดินไปยังช็อปไอทีแบรนด์ดังอย่างหน้าตาเฉย
“พี่เรียว” กระซิบเรียกเจ้าของชื่อและพยายามจะดึงเขาให้ออกจากช็อป
“อย่าเพิ่งซน”
“สวัสดีค่ะ สอบถามได้นะคะ” ยังไม่ทันจะลากคนตัวโตออกไป ก็มีพนักงานเดินเข้ามาใกล้และเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรเสียก่อน
“อยากได้แล็ปท็อปรุ่นใหม่ครับ ที่นี่โอนย้ายข้อมูลจากเครื่องเก่าลงเครื่องใหม่ให้ด้วยไหมครับ พอดีเครื่องเก่าพัง” พี่เรียวยังคุยกับพนักงานราวกับตนเองเป็นเจ้าของแล็ปท็อปที่พัง จนฉันต้องบีบมือใหญ่ที่กุมกันไว้อยู่เบาๆ เพื่อเตือนให้เขาหยุดถามพนักงาน
“มีค่ะ เชิญทางนี้ได้เลยค่ะ”
“ครับ เดี๋ยวตามไป” พี่เรียวบอกพนักงานก่อนจะหันมามองหน้าฉัน
“ไม่เอานะคะ มันแพงนะ หนูไม่มีเงินเยอะขนาดนั้น” ท้ายประโยคฉันกระซิบบอกพี่เรียวอย่างตกใจ ฉันคิดไว้แล้วว่าถ้าค่าซ่อมแพงจะไปหาโน้ตบุ๊กรุ่นถูก ๆ หรือเครื่องมือสองมาใช้สักเครื่อง แต่ไม่ใช่แบรนด์หรูแบบนี้
“พี่จะซื้อให้”
“แต่ว่า...”
“นี่รับผิดชอบเอง ไม่ต้องกังวล ไม่ได้จะหักเงินใครด้วย” พี่เรียวบอกไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะดึงมือฉันให้เดินไปมุมหนึ่งของร้านที่มีพนักงานยืนรออยู่ก่อนแล้ว และเขายังคงตั้งมั่นว่าจะซื้อแล็ปท็อปเครื่องใหม่ให้ฉัน โดยที่ไม่สนใจเลยว่าฉันส่ายหน้าจนหัวแทบจะหลุดอยู่แล้ว ดูเอาเถอะเห็นฉันเป็นแบบนี้ เขาก็ยังเอาแต่ยิ้มขำ ดูสนุกมากที่เห็นฉันเป็นแบบนี้
ฉันจะไม่เชื่ออะไรเขาแล้ว ปากบอกว่าจะพามาซ่อมดูก่อน แต่อยู่ในร้านซ่อมได้ไม่ถึงห้านาทีดี เขากลับลากฉันมาเลือกแล็ปท็อปเครื่องใหม่เสียอย่างนั้น!
