บทที่ 3 แล้วมึงจะให้กูทำยังไง

สองร่างเล็กเดินทอดน่องกลับมายังที่จอดรถด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน เบต้าสาวพยายามครุ่นคิดอย่างหนักเพื่อช่วยให้พี่โชได้มีโอกาสทำคะแนนซึ่งต่างจากโอเมก้าข้างกายที่คิดหาวิธีที่จะทำยังไงให้รุ่นพี่ที่ตนเคารพตัดใจได้เสียทีจะได้ไม่ต้องมาผิดใจกันในภายหลัง

“นี่รถมึงจอดอยู่แถวไหนเนี่ย” ไนล์หันมาถามเพื่อนเพราะตอนนี้ทั้งคู่เดินกันมาจนถึงรถของเขาแล้ว

“ถัดจากตรงนี้ไปอีกนิดหน่อย” ศิวภัทรบอกเพื่อน มือเรียวชี้ไปยังแถวบริเวณที่ตนจอดซึ่งไม่ไกลจากตรงนี้มากนัก

“แล้วเอาไง ให้กูขับพาไปส่งตรงรถมึงไหม”

“ไม่เป็นไร มึงกลับเถอะ กูเดินไปได้แค่นี้เอง ขับรถดี ๆ นะถึงแล้วทักมาบอกด้วย” ศิวภัทรเปิดประตูก่อนที่จะดันหลังเล็กให้เพื่อนขึ้นรถ เขายืนส่งจนรถเคลื่อนตัวออกไปแล้วจึงเดินต่อไปยังรถตนเอง

ในขณะที่ร่างบางก้าวเดินจนเกือบจะรถตนเองที่จอดอยู่ซึ่งตอนนี้เหลืออยู่แค่เพียงสองคันเท่านั้น เพราะเขามาถึงช้าจึงได้ที่จอดรถค่อนข้างไกลจากตรงอื่น แต่แล้วอยู่ ๆ ก็มีกลุ่มอัลฟ่าชายสามคนเดินตรงเข้ามาหาเขาพร้อมกับฟีโรโมนกดข่มที่ส่งกลิ่นฉุนจนร่างบางเบ้หน้าเพราะทนกลิ่นเหม็นไม่ไหว

“น้องคนสวยเป็นเมียไอ้โชมันใช่ไหม” หนึ่งในอัลฟ่าตรงหน้าที่มีแผลเป็นใต้คางกล่าวขึ้น

“ไม่ใช่ครับ แล้วพวกคุณมีธุระอะไรกับเราหรือเปล่า” ศิวภัทรกล่าวปฏิเสธ 

“มึงจะไม่ใช่เมียมันได้ยังไง ก็กูเห็นมันแข่งเสร็จก็รีบเดินหน้าระรื่นเอาดอกไม้มาให้มึง” อัลฟ่าที่มีผมสีน้ำเงินพูดสวนขึ้นมา

“ก็เราบอกว่าไม่ใช่ไงครับ เราขอตัวก่อน” ศิวภัทรปฏิเสธออกไปอีกครั้งก่อนที่จะเดินอ้อมอัลฟ่าตรงหน้าเพื่อที่จะเดินไปยังรถของตน ตอนนี้เขารู้สึกพะอืดพะอมกับฟีโรโมนของทั้งสามคนนี้มากจึงอยากรีบเลี่ยงออกไปอีกทาง

“ตอแหล มึงนี่แหละเมียไอ้โช มึงรู้ไหมว่าคืนนี้พวกกูหมดเงินกันไปตั้งเท่าไหร่เพราะผัวมึงแข่งแพ้ ผัวมึงชิงกลับไปก่อนแล้วงั้นคืนนี้มึงก็ชดใช้แทนมันก็แล้วกัน!” อัลฟ่าที่ตัวใหญ่ที่สุดเอื้อมมือมาจิกหัวร่างบางจนเซถลาถอยหลังไปหลายก้าว

ศิวภัทรรู้สึกตกใจไม่น้อยแต่เมื่อตั้งสติได้จึงยกขาขึ้นถีบไปที่ยอดหน้าของอัลฟ่าที่มีแผลใต้คาง ขาเรียวยกขึ้นเตะไปที่สีข้างของอัลฟ่าผมสีน้ำเงิน และพยายามจะสะบัดตัวให้หลุดจากการโดนจิกผม แต่ด้วยขนาดตัวที่มีขนาดต่างกัน พละกำลังก็ต่างกันทำให้ศิวภัทรเสียเปรียบค่อนข้างมาก

ผลัวะ

ชายอัลฟ่าที่โดนถีบไปในตอนแรกเมื่อลุกขึ้นมาได้ก็รีบเดินตรงมาปล่อยหมัดต่อยเข้าที่บริเวณท้องของโอเมก้าตรงหน้าทันที

“อุก” ศิวภัทรจุกจนตัวงอ เรี่ยวแรงที่มีน้อยนิดอยู่แล้วในตอนแรกปลิดปลิวไปหลังจากที่โดนต่อยจนแทบไม่มีเหลือ ขาทั้งสองข้างหมดแรงจนต้องลงไปนอนคุดคู้อยู่ที่พื้น

เพี๊ยะ เพี๊ยะ

ชายผมสีน้ำเงินรีบปรี่เข้ามาจิกดึงผมของร่างเล็กขึ้นมาก่อนที่จะฟาดมือสากไปบนแก้มขาวสองครั้งติดกัน ฝ่ามือหนาฟาดกระทบแก้มเนียนจนขึ้นสีเข้มอย่างเห็นได้ชัด เลือดสีสดไหลซึมออกมุมปาก

ผลัวะ

ศิวภัทรล้มลงไปกองที่พื้นอีกครั้ง เขาสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะตั้งหลักใช้มือยันพื้นก่อนที่จะยกเท้าถีบไปบริเวณช่วงท้องของชายผมน้ำเงินที่จิกผมเขา ร่างเล็กหันหลังเตรียมจะวิ่งหนีออกจากวงล้อมของอัลฟ่าทั้งสาม เรียวขาเล็กที่กำลังจะออกวิ่งโดนมือสากหยาบกร้านคว้าเอาไว้และกระชากดึงรั้งจนศิวภัทรเสียหลักล้มลง เขาใช้ขาข้างที่ไม่ได้ถูกดึงถีบยันไปที่ใบหน้าของคนที่จับขาเขาไว้จนเลือดกำเดาจากจมูกติดรองเท้าสีขาวของเขากลับมา ศิวภัทรไม่ได้รั้งรอนานเขารีบลุกขึ้นอีกครั้ง

หมับ

“อึก แค่ก ๆ” อัลฟ่าแผลเป็นใต้คางอ้อมมาด้านหลังของศิวภัทรก่อนที่จะใช้แขนตวัดมารัดรอบคอของเขาจากด้านหลังแล้วดึงรัดเข้าหาตัว ด้วยเรี่ยวแรงของอัลฟ่าทำให้ศิวภัทรเริ่มหายใจลำบาก คอเรียวเริ่มขึ้นรอยแดงอย่างเห็นได้ชัด

“แค่ก ปะ ปล่อยเรานะ” ศิวภัทรพยายามดิ้นให้หลุดจากวงแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม เขาใช้เล็บทั้งจิกทั้งข่วนแขนจนได้เลือดแต่ก็ยังดิ้นไม่หลุดเสียที

ผลัวะ พลั่ก

ศิวภัทรโดนต่อยที่ท้องอีกครั้ง ครั้งนี้จุกจนตัวงอน้ำตาคลอหน่วยจากความจุกที่ได้รับแข้งขาอ่อนแรงจนล้มลงไปกองที่พื้นอีกครั้ง 

“ฤทธิ์เยอะนักนะมึง” อัลฟ่าผมสีน้ำเงินเดินมาจิกหัวโอเมก้าตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะนำเอายาเม็ดสีขาวจำนวนสองเม็ดยัดเข้าไปในปากอิ่ม

ศิวภัทรได้แต่พยายามเม้มปากและหันหน้าหนี ก่อนที่ชายคนที่ตัวใหญ่ที่สุดจะบีบจมูกศิวภัทรเพื่อบังคับให้อ้าปากกลืนยาลงไปได้สำเร็จ

“เฮือก แค่ก ๆ อ่อก” เมื่อมือสากที่บีบจมูกได้ปล่อยออก ศิวภัทรรีบกอบโกยอากาศเข้าปอดอีกครั้งและพยายามใช้มือล้วงคอเพื่อเอายาเม็ดที่ถูกบังคับกลืนไปให้อาเจียนออกมา

“ยังไม่หมดฤทธิ์อีกนะมึง ดี! พยศเยอะ ๆ แบบนี้กูชอบ เดี๋ยวคืนนี้พวกกูสามคนจะยัดเยียดความเป็นผัวให้มึงจนมึงไม่มีแรงจะหายใจเลย” ชายแผลเป็นใต้คางกล่าวพลางยื่นมือลูบไปตามเรียวขาของร่างเล็กแล้วบีบเคล้นอย่างจาบจ้วง นี่ขนาดเขาลูบผ่านกางเกงขายาวนะ ถ้าได้สัมผัสผิวเนื้อจริง ๆ คงจะฟินน่าดู แค่คิดก็ตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว

“ชดใช้แทนผัวมึงหน่อยก็แล้วกัน มันเสือกแข่งแพ้จนพวกกูแทบจะหมดตัวเลยแม่ง”

“ลากมันเป็นเอานอกสนามดีกว่า ทำตรงนี้เดี๋ยวมีใครมาเห็น ยาใกล้ออกฤทธิ์แล้วด้วย ตัวเล็ก ๆ แบบนี้กูว่าอีกไม่เกิน 20 นาทีหรอก” อัลฟ่าร่างหนาหันไปคุยกับเพื่อน

“เออ ไป ๆ หิ้วมันไปที่รถ” อัลฟ่าที่ร่างหนาที่สุดเป็นคนอุ้มศิวภัทรขึ้นมาบนแขนก่อนที่จะรีบก้าวเท้ายาว ๆ เพื่อพากลับไปยังรถของพวกตนที่จอดอีกทางด้านหนึ่งของสนาม ในตอนนี้สนามแทบจะไม่เหลือผู้ชมแล้วจึงสะดวกต่อการที่พวกเขาได้ลงมือจัดการร่างในอ้อมแขน

ศิวภัทรหมดเรี่ยวแรงขัดขืนแต่ก็ไม่ได้คิดจะยอมแพ้แต่อย่างใด สายตาคมไล่กวาดมองหาทางหนีทีไล่ไว้เพื่อรอจังหวะขอความช่วยเหลือ พลันสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับคนที่เขาพึ่งจะปะทะฝีปากไปที่หน้าห้องน้ำกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่รถหรู

ร่างเล็กเริ่มมีความหวังที่จะรอดพ้นจากสถานการณ์แย่ ๆ ในครั้งนี้อีกครั้ง เขาพยายามหาจังหวะในช่วงที่ร่างหนาที่อุ้มเขาเผลอเพื่อทำให้ตัวเองรอดจากตรงนี้ไปให้ได้

“อ้ากกกกกกก ตากู ตากู” เสียงของอัลฟ่าร่างใหญ่ร้องลั่นทำให้อัลฟ่าเจ้าของกลิ่นไวท์มัสก์หันมาสนใจพวกเขาทันที

ศิวภัทรที่ใช้แรงที่เหลืออันน้อยนิดยกมือขึ้นจิ้มทะลวงเข้าไปนัยน์ตาของอัลฟ่าที่อุ้มตนอยู่ ก่อนจะดึงนิ้วที่เปื้อนเลือดออกมาและข่วนไปที่ใบหน้าหยาบกร้านอย่างแรงก่อนจะดิ้นจนหลุดร่วงลงมา

ตุ๊บ

นาทีนี้เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้นว่าคนเลวคนนั้นจะตาบอดหรือไม่ เขาต้องรอดไปให้ได้ ศิวภัทรพยายามคลานไปทางธนกฤตอย่างทุลักทุเล เขารวบรวมแรงที่เหลือยันขาลุกขึ้นออกตัววิ่งไปทางอัลฟ่าที่เป็นเหมือนความหวังหนึ่งเดียวของตนในตอนนี้ทันที

"ชะ ช่วยด้วยครับ” ศิวภัทรพยายามตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ

อัลฟ่าทั้งสองคนที่เหลือต่างตกใจที่ศิวภัทรยังพอมีแรงขัดขืน แต่เมื่อตั้งสติได้จึงรีบวิ่งตามไปคว้าจับร่างบางไว้ก่อนจะกระชากกลับมาด้วยแรงมหาศาล

“โอ๊ย” ร่างของศิวภัทรเซถลาไปตามแรงกระชาก ก่อนที่ชายหัวสีน้ำเงินจะยกมือยกขึ้นมาหวังตบหน้าศิวภัทรอีกครั้ง

“เฮ้ย พวกมึงทำเหี้ยอะไรกันอยู่” ธนกฤตเดินตรงเข้ามาหากลุ่มคนตรงหน้า สายตาดุดันมองไปยังคนที่เงื้อมือเตรียมจะทำร้ายร่างกายคนตัวเล็ก

“ชะ ช่วยเราด้วย คุณช่วยเราด้วย” ศิวภัทรร้องขอความช่วยเหลือพลางส่งสายตาอ้อนวอน

“แล้วมึงเสือกอะไรด้วย เรื่องของผัวเมีย เด็กอย่างมึงอย่ามายุ่ง!” ชายที่มีแผลเป็นที่คางตวาดกลับไป

“แหม ปากดีซะด้วย มึงมั่นใจเหรอว่านั่นเมียมึง” ธนกฤตมองเหยียดไปยังอัลฟ่าตรงหน้า

“เออ มันนี่แหละเป็นเมียพวกกู”

“กูว่าไม่น่าจะใช่ หรือถ้าใช่จริง ๆ พวกมึงก็คงลีลาห่วยจนเมียอยากหนี” ธนกฤตแสยะยิ้มกวนประสาทตอบกลับไป โอเมก้าที่ยืนยิ้มหน้าบานอยู่ข้างไอ้หน้าฝรั่งที่แข่งรถแพ้เขาในวันนี้จะมาเป็นเมียของไอ้สามตัวหน้าชั่วนี่ได้ยังไง

“มึง อย่าปากดีให้มะ…” อัลฟ่าผมสีน้ำเงินพูดยังไม่ทันจบประโยคดี ธนกฤตก็ส่งแข้งขวาเข้าเตะฟาดไปตรงลิ้นปี่จนอัลฟ่าตรงหน้าล้มลงไปกองที่พื้นก่อนจะตวัดไปเตะสีข้างของชายที่มีแผลเป็นใต้คางจนล้มไปกองที่พื้นตามชายคนแรกไปติด ๆ หลังจากนั้นธนกฤตก็ตามไปซ้ำด้วยการกระทืบลงน้ำหนักส้นเท้าไปบริเวณท้องของคนตรงหน้า

“อุก” จุกจนพูดไม่ออก แรงเท้าของธนกฤตทำให้อัลฟ่าเจ้าของรอยแผลเป็นใต้คางนอนชักดิ้นชักงอเอามือกุมท้อง แรงกระทืบที่ส่งลงมาไม่ธรรมดาเลยสักนิดราวกับว่าอีกฝ่ายถนัดเรื่องพวกนี้มากเป็นพิเศษ

ร่างสูงหันมากระทืบชายผมสีน้ำเงินข้าง ๆ กันซ้ำอีกที ไอ้การที่รอให้อีกฝ่ายพูดจบมันไม่ใช่แนว ธนกฤตถือคติที่ว่าเปิดก่อนได้เปรียบมาเสมอ จะรอให้หมาหยุดเห่าไปทำไมในเมื่อเราเตะหมาจนมันหมดแรงเห่าได้ เมื่อเห็นท่าไม่ดีอัลฟ่าผมสีน้ำเงินจึงหยิบมีดพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวขึ้นมาหวังจ้วงแทงจากทางด้านหลัง

“คุณระวังมีด!” ศิวภัทรส่งเสียงร้องเตือนเมื่อเห็นอัลฟ่าคนที่โดนเตะไปในตอนแรกหยิบมีดออกมา ใบมีดวาววับสะท้อนเข้าสู่ในตาคม

ขวับ

เสียงใบมีดแหวกผ่านอากาศไป ธนกฤตเอี้ยวตัวหลบได้ทันก่อนที่จะเตะเสยปลายคางจนเจ้าของมีดสลบร่วงลงไปกองที่พื้น เขาหันไปทางอัลฟ่าเจ้าของรอยแผลเป็นใต้คางที่กำลังจะยันตัวลุกขึ้นเพื่อวิ่งหนีแต่ธนกฤตไม่ปล่อยให้ทำอย่างนั้นได้สำเร็จ เขาจงใจปล่อยฟีโรโมนกลิ่นไวท์มัสก์กดข่มอย่างรุนแรงออกมา

ว่ากันว่าอัลฟ่าจะแข็งแกร่งมากน้อยเพียงใดให้ดูจากความแข็งแกร่งของฟีโรโมนที่ปลดปล่อยออกมายามต้องการข่มขวัญใครสักคน แข้งขาของอัลฟ่าเจ้าของรอยแผลเป็นอ่อนยวบลงทันตา ใจอยากจะก้าวขาวิ่งหนีหากแต่ก็ทำไม่ได้ดั่งใจหวัง

สัญชาตญาณบอกให้ต้องยอมศิโรราบ ฟีโรโมนกลิ่นไวท์มัสก์ของคนตรงหน้ากดข่มเขาจนไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าร้องขอความเมตตา ธนกฤตส่งปลายเท้าเตะฟาดเข้าไปตรงก้านคอของอัลฟ่าตรงหน้าจนร่างหนาสลบลงไปที่พื้นตามเพื่อนไปติด ๆ

เมื่อออกแรงจนพอใจแล้วธนกฤตจึงหยิบโทรศัพท์ต่อสายหาลูกน้องของเขาให้มาจัดการพวกที่เข้ามาก่อกวนในสนามแข่งรถของเขา หลังจากสั่งงานจบธนกฤตถึงนึกขึ้นได้ว่ายังมีโอเมก้าที่สภาพสะบักสะบอมอยู่ตรงนี้ด้วยอีกคน เวรเอ๊ย! เมื่อกี้เขาเผลอปล่อยฟีโรโมนกดข่มออกมาไม่รู้ว่าโอเมก้าเจ้าของเส้นผมและดวงตาสีบลอนด์สว่างจะเป็นอย่างไรบ้าง

ศิวภัทรได้แต่ยืนอึ้งมองดูอัลฟ่าตรงหน้าจัดการกับพวกคนเลวจนลงไปกองกับพื้นด้วยระยะเวลาเพียงไม่นาน ก่อนร่างบางจะหมดแรงทรุดลงไปนั่งกองที่พื้นอัลฟ่าตรงหน้าก็รีบยื่นมือมาซ้อนใต้วงแขนเพื่อพยุงร่างเล็ก

“อื้อฮือ สภาพยับเยินเลยนะมึง อยากไปหาหมอไหมจะไปส่ง” ธนกฤตไล่สายตามองร่างที่ตนประคองอยู่ตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วจึงเอ่ยถามขึ้น

“พะ พาเราไปส่งที่คอนโดหน่อยได้ไหมครับ” ศิวภัทรขอร้องให้อัลฟ่าตรงหน้าพาไปส่งที่คอนโดแทนที่จะเป็นโรงพยาบาลด้วยสาเหตุที่ว่าตนไม่อยากให้ที่บ้านต้องเป็นห่วง

“เออได้ เดี๋ยวไปส่ง แล้วอยู่คอนโดอะไร” ธนกฤตถาม

“คอนโดXX ครับ” พูดจบอัลฟ่าข้างกายก็อุ้มเหวี่ยงศิวภัทรขึ้นพาดบ่าแล้วพาเดินไปยังรถของตนเองทันที

ธนกฤตเปิดประตูรถหรูของตนก่อนจะยัดร่างบางไปยังเบาะที่นั่งข้างคนขับโดยไม่ลืมที่จะคาดเข็มขัดนิรภัยให้ เกิดเขาเผลอขับรถตีนผีตามความเคยชินแล้วเบรกกะทันหันโอเมก้าข้าง ๆ จะได้ไม่ทะลุกระจกรถออกไปก่อนที่จะปิดประตูแล้วเดินอ้อมมาทางฝั่งคนขับ เมื่อเปิดประตูรถฝั่งตนจมูกโด่งก็สัมผัสได้ถึงฟีโรโมนกลิ่นหอมหวานสดชื่นเริ่มเข้มขึ้นที่ร่างบางปล่อยออกมาโดยไม่รู้ตัวทันที

“แม่งเอ๊ย หยุดปล่อยฟีโรโมนดิ๊” ธนกฤตยกมือขึ้นมาปิดจมูก ฟีโรโมนของโอเมก้าส่งผลต่ออัลฟ่าอย่างเขาเป็นเรื่องปกติ ขืนร่างตรงหน้ายังปล่อยฟีโรโมนออกมายั่วยวนกันขนาดนี้เขาอาจจะอดใจไม่ไหวก็ได้ เวรเอ๊ย! หอมฉิบหายเลย ก่อนจะก้าวขาขึ้นรถและปิดประตูแล้วขับออกไปยังทางไปคอนโดของร่างเล็ก

“แฮ่ก ๆ เราไม่ได้ตั้งใจ คนพวกนั้นกรอกยาเรา ตะ ตอนนี้เรารู้สึกเหมือนจะฮีท” ศิวภัทรพูดพลางหอบหายใจรุนแรงขึ้น ร่างกายเริ่มร้อนรุ่มเหมือนจะฮีทขึ้นมาเสียให้ได้ทั้งที่ยังไม่ถึงรอบฮีทเสียด้วยซ้ำ

ฟีโรโมนกลิ่นดอกฟรีเซียส่งกลิ่นหอมหวานยั่วยวนอัลฟ่าตรงหน้า ใบหน้าเล็กที่เริ่มแดงเห่อร้อนไม่รู้ว่ามาจากการที่โดนทำร้ายหรือเพราะความต้องการทางสัญชาตญาณกันแน่

“เดี๋ยวจะไปส่งที่โรงพยาบาล อดทนหน่อย” ธนกฤตกัดกรามกรอดพยายามข่มสัญชาตญาณความต้องการที่กำลังดุนดัดอยู่ภายในเป้ากางเกงอย่างเต็มที่ ใจเย็นหน่อยลูกพ่อ เอ็งจะมาผงาดอะไรตอนนี้

“มะ ไม่เอา ไม่ไปนะครับ” ศิวภัทรส่งสายตาออดอ้อน มือเรียวเอื้อมไปสัมผัสหน้าขาของอัลฟ่าตรงหน้าที่กำลังขับรถ พยายามขอร้องเพื่อไม่ให้อีกคนพาเขาไปส่งโรงพยาบาล

“แล้วจะเอายังไง มึงเล่นปล่อยฟีโรโมนขนาดนี้ กูอดทนได้ไม่นานหรอกนะ” ความอดทนของธนกฤตเริ่มหมดลงเรื่อย ๆ เขาต้องนับหนึ่งถึงร้อยในใจไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งเพื่อไม่ให้สนใจกับฟีโรโมนที่ส่งกลิ่นหอมหวานแทรกความสดชื่นที่กำลังอบอวลอยู่ภายในรถเวลานี้

“แฮ่ก ช่วยผมหน่อย ดะ ได้ไหมครับ” มือเล็กเริ่มปัดป่ายไปตามกล้ามเนื้อแน่นของอัลฟ่าตรงหน้า

“แล้วมึงจะให้กูทำยังไง” ธนกฤตกัดฟันถาม ฟีโรโมนของร่างบางกำลังล่อลวงเขา

“คุณมีถุงยางไหมครับ” ร่างบางถามออกไป ก่อนจะช้อนสายตามองคนตรงหน้า น้ำตาใสคลอหน่วยตาที่ไม่รู้ว่ามาจากความเจ็บปวดที่โดนทำร้ายหรือมาจากความต้องการทางร่างกายกันแน่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป