บทนำ
บท 1
@ประเทศไต้หวัน
02.30 a.m.
ครืด ครืด
"มีอะไร"
ร่างหนาเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายเรียกเข้าที่โทรเข้ามาหลายครั้งหลายหน ในขณะที่มืออีกข้างบีบเคล้นช่วงเอวคอดดึงยึดเหนี่ยวไว้มั่น สะโพกหนั่นแน่นยังคงตอกอัดความใหญ่โตแข็งขืนเข้าสู่โพรงจีบสีหวานที่เริ่มมีสีเข้มขึ้นจากการถูกกระแทกกระทั้นอย่างหนักหน่วงติดต่อกันเป็นเวลานาน
"ป๋าบินกลับมาไทยยังเนี่ย" เมื่อได้ยินเสียงตอบรับจากคนที่ตัวเองเพียรพยายามโทรติดต่อมาสักพัก เสียงจากปลายสายก็รีบชิงถามคำถามทันที
"ยัง"
ตับ ตับ ตับ
เสียงเนื้อกระทบกันยังคงดังขึ้นแทรกเสียงสนทนาอย่างต่อเนื่องไม่มีท่าทีว่าจะหยุดหรือผ่อนเบาแรงลงแต่อย่างใดในทางกลับกันสะโพกหนายิ่งตอกกระแทกเร็วขึ้นไปอีกเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงบีบรัดจากช่องทางด้านหลังของคนใต้ร่างที่ดูท่าแล้วคงใกล้จะปีนไปแตะขอบสวรรค์ในอีกไม่นานนี้
"โห่ป๋า อย่าบอกนะว่าป๋าลืม วันนี้ป๋ามีแข่งรถนะครับ จะกลับตอนไหน" คำถามเร่งเร้าจากปลายคู่สนทนาดังขึ้นอีกครั้ง อีกไม่นานก็จะได้เวลาแข่งอยู่แล้วแต่อีกคนยังไม่มาเลย
"อ๊ะ อ๊าาา คุณแซ้งค์ครับ ผมจะเสร็จ" เสียงครางกระเส่าเร่งเร้าของเบต้าใต้ร่างที่กำลังหันหลังแอ่นสะโพกโก่งเพิ่มขึ้นอีกเพื่อเรียกร้องให้อัลฟ่าหนุ่มเจ้าของความใหญ่โตที่สร้างความหรรษาส่งเจ้าตัวให้ไปถึงสวรรค์เพื่อไขว่คว้าดวงดาวมากอดเอาไว้ในคืนนี้อีกครั้ง
"อ๊าาาาาาา"
พรวด พรวด
สองร่างที่มีขนาดต่างกันอย่างเห็นได้ชัดต่างเกร็งสะท้านหลังศึกร้อนบนเตียงที่กินเวลามาหลายชั่วโมงจบลง อารมณ์วาบหวามที่ยังคงค้างอยู่ในแววตาของเบต้าหนุ่มน้อยบ่งบอกถึงความคิดที่อยากจะสานสัมพันธ์ต่อกับอัลฟ่าตรงหน้า
พล่อก
หลังจากเสร็จสมความใคร่ ร่างหนาชักตัวตนใหญ่โตออกมาจากช่องทางช้ำทันทีจนได้ยินเสียงพิษวาสดังขึ้น รูจีบที่สีเข้มขึ้นขมิบเข้าออกราวกับโหยหาความใหญ่โตเข้ามาเติมเต็มอีกครั้งและอีกครั้ง
"กูกำลังไปไทย พวกมึงเช็กรถรอกูไปก่อน ติ๊ด!" เมื่อพูดความต้องการของตนเองจบจึงกดตัดสายทิ้งไป มือใหญ่รูดรั้งเครื่องป้องกันออกจากเครื่องเพศของตนเองออก ถึงแม้ว่าอัลฟ่าอย่างเขาจะไม่สามารถทำให้เบต้าเพศชายตรงหน้าท้องได้แต่เขาคงไม่อยากเสี่ยงมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แน่ ๆ
หลังจากเสร็จสิ้นความต้องการทางร่างกาย อัลฟ่าหนุ่มร่างหนาก็ลุกขึ้นเตรียมแต่งตัวแต่กลับถูกร่างบางที่ลุกขึ้นมาจากเตียงโอบกอดจากทางด้านหลัง มือเรียวลูบไล้ปัดป่ายไล่ตั้งแต่หน้าอกแน่นลามเลียลงมายังกล้ามเนื้อเรียงตัวสวยบริเวณช่วงท้องร่นลงเรื่อย ๆ จนเกือบจะถึงใจกลางความเป็นชาย มือหนาคว้าจับรั้งไว้แล้วปัดออกส่งผลให้เบต้าเจ้าของมือเรียวหน้าเสียเล็กน้อย
"คุณแซ้งค์จะกลับแล้วเหรอครับ อยู่ต่ออีกหน่อยไม่ได้เหรอ"
"ไม่ล่ะ ฉันจะกลับแล้ว"
"แล้วจะกลับมาหาผมอีกไหมครับ"
"เหอะ ฉันไม่ชอบกินอะไรซ้ำซากจำเจนายเองก็น่าจะรู้ดี"
"แต่ผมชอบคุณแซ้งค์มากเลยนะครับ"
"นายไม่ได้ชอบฉัน นายแค่ชอบความรวยของฉัน"
"ไม่จริงนะครับ ผมไม่เคยคิดแบบนั้น”
"ผู้ชายไม่ได้โง่ให้นายหลอกทุกคนนะเผื่อนายยังไม่รู้ ฉันไม่ใช่คนที่นายจะคิดมาจับได้ง่าย ๆ ไปละ" ว่าจบร่างสูงที่แต่งตัวเสร็จพอดีก็ก้าวเดินออกจากประตูโรงแรมไปทิ้งความเจ็บใจจากคำพูดเอาไว้ให้เบต้าภายในห้อง
"ไอ้เวรเอ๊ย!!"
@ประเทศไทย
09.00 a.m.
ก๊อก ก๊อก
“น้องเซียร์ ตื่นหรือยังคะลูก” เสียงเคาะประตูเรียกจากโอเมก้าหญิงสาววัยกลางคนด้านนอกปลุกให้ร่างบางที่หลับใหลอยู่บนเตียงตื่นขึ้นมารับกับแสงแดดในเวลาใกล้ช่วงสายของวัน เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากคนด้านหลังประตู คุณหญิงของบ้านจึงจำเป็นต้องบิดประตูผลักเข้าไปเพื่อไปปลุกลูกรักของตนเอง
“ตื่นได้แล้วค่ะ วันนี้ไม่มีเรียนเหรอคะถึงได้ตื่นสายกว่าปกติ”
คุณหญิงษรารินทร์เดินตรงไปยังเตียงกว้างก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหัวเจ้าลูกตัวดีที่ตอนนี้ก็ยังคงหลับไม่ยอมตื่น นี่ขนาดเขาเคาะประตูก็แล้ว เดินเข้ามาปลุกก็แล้ว เจ้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก็ยังคงไม่ลืมตาตื่นมาสักที
“เซียร์ตื่นก็ได้ครับแม่ แม่หยุดลูบหัวเซียร์ก่อน ลูบจนผมจะร่วงหมดหัวแล้ว”
เมื่อถูกรบกวนการนอนหลับพักผ่อนขนาดนี้จะทนฝืนหลับต่อก็กระไรอยู่ ร่างเล็กของโอเมก้าจำเป็นต้องฝืนลืมตาตื่นขึ้นมาถึงแม้ว่าจะได้นอนไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ตา
“เอ๊ะเจ้าลูกคนนี้ดูพูดเข้าสิ มันน่าตีจริง ๆ” คุณหญิงษรารินทร์พูดพลางเอื้อมมือไปบีบแก้มขาวนวลของลูกชายตัวดีเล่น
“แม่มาปลุกเซียร์มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“มีสิคะ วันนี้มีเรียนไหมลูก ต้องไปมหา’ลัยหรือเปล่าคะ”
“ไม่ครับ วันนี้อาจารย์ยกคลาส ว่างทั้งวันครับ”
“ดีเลยค่ะ วันนี้ฝั่งผู้ใหญ่ทางฝ่ายนั้นจะมาคุยรายละเอียดเรื่องงานแต่งงานนะคะ”
“สรุปเซียร์ต้องแต่งจริง ๆ เหรอครับ เรายกเลิกไม่ได้แล้วใช่ไหม”
“ไม่เอาสิคะ เราคุยกันแล้วไม่ใช่เหรอ”
คุณหญิงษรารินทร์เอื้อมมือลูบบุตรชายคนเล็กที่มีเพศรองเป็นโอเมก้าเฉกเช่นเดียวกับเธออีกครั้งด้วยความรักใคร่เอ็นดูปนสงสาร ใช่ว่าคนเป็นแม่อย่างเธอจะอยากให้ลูกของเธอแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักใคร่กันเสียเมื่อไหร่ แต่มาถึงตอนนี้ตัวเธอเองก็คงเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ทุกอย่างถูกกำหนดเอาไว้มานานหลายปีแล้ว
“เฮ้อออ ครับ”
“ทุกอย่างจะโอเคค่ะ น้องเซียร์เชื่อแม่นะคะ”
“ครับ” โอเมก้าร่างบางจำใจรับคำ
บรื้นนน
ในช่วงบ่ายคล้อยของวันคฤหาสน์ของตระกูลรัตนภาคย์มีรถยนต์หรูยี่ห้อโรลส์-รอยซ์ไม่ต่ำกว่าสามคันแล่นเข้ามาเทียบจอดในบริเวณภายใน อัลฟ่าชายวัยกลางคนร่างกายสูงใหญ่ดูภูมิฐานน่าเกรงขามก้าวลงมาพร้อมกับผู้เป็นภรรยาคนงาม พรั่งพร้อมด้วยบอดี้การ์ดฝีมือดีอีกกว่าสิบชีวิต แม้จะอายุเลยเลขห้ามาแล้วแต่ความหล่อเหลา
ไม่ได้ถูกลดทอนไปตามวัยเลยสักนิด
ฝีเท้าที่ก้าวเดินอย่างหนักแน่นมั่นคงก้าวเข้าประตูคฤหาสน์ไปเพื่อหวังคุยธุระเรื่องงานแต่งงานให้กับลูกชายคนเล็กของเขาที่แม้จะชวนแกมบีบบังคับให้มาด้วยกันยังไงก็ยังคงบ่ายเบี่ยงไม่ยอมมาจนผู้เป็นพ่อเหนื่อยใจในความดื้อรั้นไม่ยอมโตสักทีเพราะมีแม่คอยให้ท้ายตามใจกันมาตั้งแต่เด็ก
“อ้าว มาถึงเร็วกว่าที่คิดอีกนะครับ เชิญนั่งก่อนครับคุณหยาง คุณก้อย” อัลฟ่าเจ้าของบ้านกล่าวเชื้อเชิญแขกคนสำคัญเข้าบ้าน ไม่ว่าจะพบเจอกันกี่ครั้งคนตรงหน้าก็ยังคงความน่าเกรงขามไว้อย่างคงเส้นคงวาเสมอสมกับที่อยู่ในวงการสีเทามาอย่างยาวนาน
“สวัสดีครับคุณศิวา” หยางกล่าวทักทายเจ้าของบ้าน
“สวัสดีค่ะคุณศิวา ไม่ได้เจอกันนานเลย แล้วนี่คุณษาไปไหนเหรอคะ”
“คุณษาน่าจะอยู่กับตาเซียร์น่ะครับ คงจะกำลังลงมา”
พูดยังไม่ทันจะขาดคำคุณหญิงษรารินทร์หรือคุณษาภรรยาคนสวยก็ก้าวลงบันไดมาพร้อมกับบุตรชายโอเมก้าหน้าสวยนัยน์ตาคม คิ้วสวยรับกับรูปหน้าเรียว กลีบปากอวบอิ่ม ผิวขาวเรียบเนียนตามแบบฉบับของลูกผู้รากมากดี รูปร่างที่เหมือนจะดูบอบบางแต่กลับไม่อ้อนแอ้นอรชรเหมือนโอเมก้าทั่วไปเพราะเจ้าตัวหมั่นออกกำลังกายอยู่เสมอเดินลงมา
“สวัสดีค่ะคุณหยาง คุณก้อย น้องเซียร์ไหว้คุณหยางกับคุณก้อยเขาสิลูก” ษรารินทร์กล่าวทักทายผู้มาเยือนพลางเอื้อมมือสัมผัสหลังลูกเบาๆ เพื่อให้ลูกกล่าวทักทายแขกคนสำคัญของครอบครัวที่ไม่ต่างจากผู้มีพระคุณ
“สวัสดีครับคุณลุง คุณป้า” เซียร์ยกมือขึ้นไหว้ผู้ใหญ่ตรงหน้าด้วยท่าทางนอบน้อมทำให้เป็นที่รักใคร่เอ็นดูของคุณหญิงกะรัตหรือคุณก้อยได้ไม่ยาก
"ลุงป้าอะไรกันลูก เรียกป๊าเรียกแม่เถอะจ้ะ” กะรัตรับไหว้ว่าที่ลูกสะใภ้คนเล็กของเธอ
กะรัตมีโอกาสได้พบกับศิวภัทรหรือน้องเซียร์คนนี้ตามงานสังคมต่างๆ ที่เจ้าตัวมักจะถูกผู้เป็นแม่ลากไปด้วยเสมอ ทำไมเธอจะดูไม่ออกว่าโอเมก้ารุ่นลูกตรงหน้าเป็นคนอย่างไรแล้วเหมาะสมกับลูกชายหัวดื้อของเธอขนาดไหน ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ขอให้สามีใช้วิธีที่ไม่ต่างจากการบีบบังคับเพื่อเอาตัวลูกเขามาเป็นสะใภ้หรอก น้องเซียร์คนนี้นี่แหละที่จะเอาลูกชายเธออยู่หมัด
“ครับคุณป๊า คุณแม่ เชิญนั่งก่อนครับ เดี๋ยวเซียร์ไปเอาน้ำมาให้นะครับ”
ศิวภัทรปลีกตัวเข้าไปในห้องครัวเพื่อเตรียมน้ำดื่มมาให้ผู้ใหญ่ทั้งสี่คน แต่ก่อนที่จะทันได้เตรียมอะไรจนแล้วเสร็จก็มีสายเรียกเข้าของเพื่อนสนิทอย่างไนล์เบต้าสาวดาวคณะก็โทรมาเสียก่อน รับโทรศัพท์และคุยกับเพื่อนได้ไม่นาน ร่างบางก็เดินยกน้ำมาเสิร์ฟแขกผู้ใหญ่ในวันนี้พลางหย่อนสะโพกนั่งลงข้างผู้เป็นมารดาที่กำลังพูดคุยเรื่องฤกษ์งานแต่งงานและพิธีรีตองต่าง ๆ กับคุณก้อยอย่างออกรส
“เอ่อ เซียร์ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ” ศิวภัทรอึกอักลังเลว่าควรจะพูดแทรกบทสนทนาที่กำลังจะเข้าสู่ช่วงสำคัญดีไหม
“มีอะไรหรือเปล่าคะน้องเซียร์” คุณหญิงษรารินทร์ถามบุตรชายด้วยความเป็นห่วงเนื่องจากเห็นสีหน้าลำบากใจของบุตร
“พอดีว่างานที่มหา’ลัยมีปัญหานิดหน่อย จะเป็นอะไรไหมครับถ้าเซียร์จะขอไปจัดการตรงนั้นก่อน”
“ตายจริง ไปเถอะลูก เดี๋ยวทางนี้ให้พวกผู้ใหญ่จัดการกันเองได้จ้ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” คุณกะรัตกล่าว
“ครับ เซียร์ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ เซียร์ขอตัวก่อน” ก่อนที่จะลุกจากไปศิวภัทรยังคงไม่ลืมที่จะยกมือขึ้นมาไหว้กล่าวขอโทษผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งสองที่ดูจากสายตาแล้วคงจะใจดีกับตนไม่น้อย
งานวิจัยที่พึ่งจะอดหลับอดนอนทำส่งให้ทันเวลาเมื่อคืนนี้ไฟล์เจ้ากรรมดันมีปัญหา อาจารย์เจ้าของวิชาไม่สามารถเปิดงานได้ เจ้าตัวจำเป็นที่จะต้องรีบไปมหาวิทยาลัยเพื่อนำไฟล์งานไปส่งให้อาจารย์โดยตรงก่อนสี่โมงเย็น
จะนับว่าโชคช่วยก็คงไม่ผิดที่เพราะสาเหตุนี้ทำให้เขาได้ปลีกตัวออกมาจากสถานการณ์น่าอึดอัดตรงนั้น ใช่ว่าเขาอยากจะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อหรือหน้าตาเสียเมื่อไหร่ แต่เพราะอิทธิพลของทางฝั่งนั้นช่วยให้ครอบครัวของเขายังคงเป็นครอบครัวอยู่กันอย่างพร้อมหน้ากันจนถึงทุกวันนี้ การเสียสละตนเองของเซียร์จึงไม่คิดว่าเป็นเรื่องที่เหลือบ่ากว่าแรงอะไร
@มหาวิทยาลัยJ
“เป็นไงบ้างมึง ส่งงานเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” ไนล์ เบต้าสาวร่างเล็กถามเพื่อนของตนหลังจากที่อีกฝ่ายเพิ่งจะก้าวเดินออกมาจากห้องพักอาจารย์
“อืม เรียบร้อยดี ขอบใจมึงมากที่โทรมาบอก”
“เออ ๆ ไม่เป็นไร แล้วคืนนี้พี่โชเขามีแข่งรถ มึงจะไปดูไหม” ไนล์เอื้อมมือตบไหล่เพื่อนเบา ๆ เป็นเชิงถาม
“จะว่าไปก็ไม่ได้ไปดูพี่โชที่สนามนานแล้ว แข่งที่สนามเดิมใช่ไหม” ศิวภัทรถามถึงสถานที่แข่งรถที่เมื่อก่อนตนและเพื่อนมักจะถูกลากไปยังสนามแข่งอยู่เสมอโดยรุ่นพี่อัลฟ่า
ดีกรีเดือนมหาลัยที่พึ่งจะเรียนจบไปได้ไม่นาน
“โนจ้ะ สนามแข่งใหม่ สนามนี้ดีมึง ปลอดภัยไม่น่ากลัว ไปดูด้วยกันนะ มึงเทกูมาหลายรอบแล้วถ้าเทอีกกูตีมึงจริง ๆ นะรอบนี้” ไนล์คะยั้นคะยอเพื่อนรักให้ไปด้วยเพราะเธอได้ตกปากรับคำกับรุ่นพี่เอาไว้แล้วว่าจะพาเซียร์ไปให้ได้
“โอเค ไปก็ไป ยังไม่ได้ปฏิเสธสักคำ นี่มึงแอบรับใต้โต๊ะพี่โชมาเปล่าเนี่ย” ศิวภัทรหรี่ตามองเพื่อนอย่างจับผิด ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเพื่อนรักแอบเชียร์ให้เขาตกลงปลงใจคบกับพี่โชขนาดไหน แต่มันติดตรงที่เขาไม่ได้คิดอะไรกับพี่โชเลยสักนิด แถมตอนนี้พอเรียนจบเมื่อไหร่เขาก็ต้องแต่งงานอีกต่างหาก
“อะไร ใครรับใต้โต๊ะ ไม่มี๊” ไนล์ลุกลี้ลุกลนตอบกลับพร้อมกับหลบตา บ้าจริง นี่เขามีพิรุธเหรอเนี่ย
“โอโห ไม่มีพิรุธเลย กูดูไม่ออกเลยมั้ง” ศิวภัทรว่าพลางเอื้อมมือไปบีบแก้มนิ่มของเพื่อนตัวดี
“แล้วมึงจะไปยังไง ให้กูไปรับที่บ้านไหม”
"เดี๋ยวกูขับรถไปเองดีกว่า เผื่อดึกมากจะแวะนอนที่คอนโดเลย”
“โอเค ตามนั้น เจอกันที่สนามเลยนะ เดี๋ยวแชร์โลเคชั่นสนามไปให้”
“จ้า เจอกัน”
หลังจากแยกย้ายกับเบต้าสาวตัวเล็ก ศิวภัทรก็กลับบ้านมาไม่พบกับแขกของพ่อกับแม่แล้ว เขาจึงเลือกที่จะเดินไปหาแม่ที่เรือนกระจกหลังบ้านเพราะแม่ของเขานั้นส่วนใหญ่ชอบคลุกอยู่กับแต่ดอกไม้และหนึ่งในดอกไม้ที่แม่ปลุกนั้นก็มีดอกฟรีเซีย ซึ่งเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นเหมือนกับฟีโรโมนของเขา
“แม่ครับ คุณลุงหยางกับคุณป้าก้อยกลับไปแล้วเหรอครับ” ศิวภัทรเดินเข้าไปสวมกอดผู้เป็นมารดาทางด้านหลังกล่าวถามขึ้น
“เขาบอกให้เรียกว่าป๊ากับแม่ไม่ใช่เหรอลูก ฝึกเรียกให้คุ้นชินเอาไว้สิคะ ไหน ๆ เราก็จะกลายเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว”
“ครับ ๆ แต่แม่ยังไม่ตอบคำถามเซียร์เลยนะครับ” ศีรษะทุยถูไถไปตามโหนกแก้มของผู้เป็นแม่ ลูกเธอก็เป็นอย่างนี้อยู่ตลอด ออดอ้อนเก่ง เธอเองก็คิดว่าทางบ้านนั้นจะรักใคร่เอ็นดูลูกเธอไม่น้อย
"กลับไปแล้วค่ะ เราคุยรายละเอียดของงานกันคร่าว ๆ แล้วล่ะ แม่รอน้องเซียร์มาช่วยกันตัดสินใจเพิ่มอีก”
"เอาตามที่พวกผู้ใหญ่เห็นสมควรเลยครับ เซียร์ยังไงก็ได้ เอ่อแม่ครับ คืนนี้เซียร์ว่าจะไปดูแข่งรถแล้วจะแวะนอนคอนโดเลยเผื่อกลับดึก แม่ไม่ต้องรอนะครับ”
“ไปดูโชแข่งอีกล่ะสิ หรือว่าลูกแม่ชอบเขาหรือเปล่าลูก” คุณหญิงษรารินทร์แสดงสีหน้าลำบากใจ นี่เธอเผลอทำร้ายความรู้สึกของลูกเพิ่มจากเดิมอีกหรือเปล่า
"เซียร์ไปเพราะไนล์ชวนไปครับแม่ อีกอย่างเซียร์คิดกับพี่โชแค่พี่น้องครับ”
“อ่อจ้ะ งั้นไปพักผ่อนเถอะลูก เดี๋ยวแม่ว่าจะอยู่ในนี้ต่ออีกสักหน่อยค่อยไปพักแล้วเหมือนกัน” คุณหญิงษรารินทร์ลูบหัวลูกของเธอ
“ครับ งั้นเซียร์ไปนอนก่อนนะครับ ฟอดดด” ร่างบางหอมแก้มของผู้เป็นมารดาก่อนจะขึ้นไปพัก
ศิวภัทรได้เดินขึ้นไปยังชั้นสองของคฤหาสน์ตั้งใจว่าจะงีบหลับสักหน่อยแล้วค่อยตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปสนาม จะว่าไปเขาก็ลืมถามถึงชื่อนามสกุลของว่าที่เจ้าบ่าวเธอเสียสนิทเลยว่าชื่อแซ่อะไร แต่ก็เอาเถอะจะชื่ออะไรคงไม่สำคัญจนกว่าจะถึงวันงานแต่งงาน
บทล่าสุด
#35 บทที่ 35 ตอนพิเศษ ความปวดหัวแบบอันลิมิต
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#34 บทที่ 34 ตอนพิเศษ เหล่าแก๊งแซ้งค์น้อย
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#33 บทที่ 33 ตอนพิเศษ แซ้งค์ VS เซียร์ ศึกนี้มีคนแพ้ NC
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#32 บทที่ 32 ตอนพิเศษ ใครสอนให้ยั่ว
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#31 บทที่ 31 The End รักของเรา
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#30 บทที่ 30 เป่า ยิง ฉุบ
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#29 บทที่ 29 เฮียแซ้งค์ช่วยด้วย
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#28 บทที่ 28 เด็กดีของเฮีย NC
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#27 บทที่ 27 เฮียขอโทษ NC
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#26 บทที่ 26 ใจร้อนจริง NC
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
มาวิน พี่รหัสโคตรหล่อ | Brother Love
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน
กับดักรักท่านประธาน
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้













