บทที่ 4 อดทนหน่อย NC
ตอนนี้ศิวภัทรฝืนทนต่อฤทธิ์ของยาที่ถูกกรอกเข้าไปไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เขาต้องการเติมเต็มความต้องการที่เกิดขึ้น ร่างบางปล่อยฟีโรโมนหอมหวานเข้มข้นขึ้นเพื่อต้องการกระตุ้นอัลฟ่าหนึ่งเดียวในนี้ ทุกการกระทำเป็นไปตามกลไกธรรมชาติของร่างกายที่ไม่อาจฝืน
“แม่งเอ๊ย!” เสียงสบถดังขึ้น มือใหญ่หักพวงมาลัยรถซูเปอร์คาร์เลี้ยวเข้าจอดบริเวณริมทางที่ไม่ค่อยมีแสงไฟส่องสว่างมากนัก
สนามแข่งรถจำเป็นต้องสร้างให้ห่างไกลจากเขตชุมชน ถนนเส้นนี้เมื่อถึงเวลาค่ำมืดดึกดื่นจึงไม่ค่อยมีรถวิ่งมากนักต่างจากในตัวเมืองที่รถยนต์สัญจรแทบจะตลอดเวลา
เมื่อรถจอดสนิทตรงข้างทางร่างบางรีบปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยของตนเองก่อนที่จะปีนข้ามฝั่งไปนั่งบนตักกว้างของร่างหนาทันที มือเรียวคว้าเหนี่ยวคอหนากดหน้าอัลฟ่าตรงหน้าให้ก้มลงมารับสัมผัสดูดดื่มที่ริมฝีปากอิ่มมอบให้
“อึก อื้ออออ”
เรียวลิ้นเล็กไล้เลียริมฝีปากเจ้าของตัก ปลายลิ้นชื้นแฉะแลบเลียหยอกเย้าภายนอก ริมฝีปากหยักเผยอต้อนรับการมาของลิ้นเล็ก ก่อนที่เป็นฝ่ายดูดดึงหยอกเย้า ลิ้นหนาไล่ต้อนแลกเปลี่ยนสัมผัสไปทั่วโพรงปากหวาน
“แฮ่ก”
เสียงหอบหายใจหนักของโอเมก้าบนตักเริ่มประท้วงเมื่อร่างกายราวกับกำลังจะขาดอากาศ กำปั้นเล็กทุบอกแกร่งเพื่อหวังให้อีกฝ่ายปล่อยให้ตัวเขาได้กอบโกยอากาศเข้าปอดบ้างสักเล็กน้อยก่อนที่จะประกบกลับเข้าไปใหม่อีกครั้ง
เสียงครางต่ำด้วยความพึงพอใจมาจากร่างหนา ถึงแม้ว่าคนบนตักจะจูบไม่เก่งเท่าที่คิดไว้แต่ก็สร้างความพอใจให้ตนได้ไม่น้อย ริมฝีปากของทั้งคู่บดเบียดแนบชิดแลกลิ้นกันจนได้ยินเสียงลามกดังเล็ดลอดออกมา
จ๊วบ จุ๊บ
มือหนาปลดเข็มขัดนิรภัยออกก่อนจะปรับเอนเบาะเป็นนอนราบเพื่อที่ให้ร่างบางนั่งได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ความใหญ่โตคับแน่นเริ่มพองขยายตัวดุนดันกางเกงจนเห็นเป็นรูปลำกายใหญ่โต
“อ๊ะ อื้อออ” ศิวภัทรเผลอครางออกมาเมื่อฝ่ามือร้อนบีบเคล้นสะโพกกลมกลึงอย่างจาบจ้วงตามแรงอารมณ์ที่เริ่มปะทุขึ้น มืออีกข้างก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ากัน ธนกฤตลูบไล้เลื่อนผ่านหน้าท้องแบน สัมผัสพาดผ่านผิวเนื้อเนียนนุ่มมาขึ้นยังเม็ดทับทิมสีหวานที่เริ่มจะแข็งเป็นไตดันเนื้อผ้าออกมาให้ได้เห็น เรียวนิ้วสะกิดตุ่มไตเม็ดเล็กก่อนที่จะบีบบี้ด้วยความมันเขี้ยว
“ซี้ดดดส์” เสียงซู้ดปากเสียวดังขึ้น ร่างบางแอ่นหน้าอกรับสัมผัสวาบหวามจากนิ้วเรียวที่กำลังหยอกเย้ากับอวัยวะที่ค่อนข้างไวต่อสัมผัส
“อ๊าาาส์ ซี้ดดดดส์” อัลฟ่าเจ้าของกลิ่นไวท์มัสก์ผละริมฝีปากออกมา ปลายจมูกปัดผ่านแก้มนิ่มลากไล้สูดดมฟีโรโมนตรงซอกคอขาวเนียนที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมหวานที่แทรกกลิ่นสดชื่นปะปนออกมาในบางครั้ง กลิ่นนี้ที่ปลุกความต้องการของเขาจนเริ่มกู่ไม่กลับ ในแต่ละจุดที่ริมฝีปากหนาลากผ่านมักจะฝากรอยรักสีกุหลาบไว้เสมอ
แผล่บ จ๊วบ
ลิ้นหนาลากเลียผ่านลำคอเล็ก เสื้อเชิ้ตเนื้อดีถูกถลกขึ้นจนเผยให้เห็นยอดอกสีหวานที่กำลังเต่งสู้สายตา ริมฝีปากหยักอ้างับครอบครองดูดดึงจนร่างเล็กแอ่นอกสั่นสะท้านด้วยความเสียว เสียงลมหายใจเริ่มหอบถี่อย่างเห็นได้ชัด
“ซี้ดดดดส์ กลิ่นมึงแม่งโครตยั่วกูเลย” ธนกฤตครางต่ำในลำคอ มือใหญ่เลื่อนผ่านลงมาจนถึงสะโพกกลมปลายนิ้วปลดกระดุม
กางเกงของร่างเล็กแล้วรูดดึงผ่านเรียวขาโดยได้รับความร่วมมือจากอีกคนเป็นอย่างดี ตามมาด้วยแพนตี้ตัวจิ๋วสีขาวที่เริ่มชื้นแฉะจากน้ำหวานที่ร่างกายผลิตออกมาตามธรรมชาติ
“อ๊ะ เบา ๆ หน่อย” เมื่อช่วงล่างไร้ปราการป้องกัน ศิวภัทรนั่งตัวสั่นระริกอยู่บนตัก ก่อนที่จะโผซบอกแกร่งสูดดมกลิ่นไวท์มัสก์ที่หอมลุ่มลึกยั่วยวน ยิ่งได้กลิ่นยิ่งมัวเมา
“เยิ้มขนาดนี้เชียว” ปลายนิ้วหนาสัมผัสลูบคลึงหมุนวนบนรูจีบสีสวยที่ตอนนี้ฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำแห่งความต้องการ นิ้วแกร่งค่อย ๆ กดชำแรกผ่านความคับแน่นเข้าไปทีเดียวสามนิ้วเพื่อขยับขยายช่องทางด้านหลังให้คนตัวเล็กพร้อมสำหรับการร่วมรัก
“อ๊ะ ช้าหน่อย อึก มันเจ็บ” ร่างเล็กผวากอดเจ้าของตักกว้างแน่น ใบหน้าสวยซุกซบอกกว้าง สะโพกกลมถูกยกขึ้นให้เจ้าของนิ้วแกร่งแทงจ้วงได้อย่างถนัดมือ แม้จะรู้สึกเจ็บตึงมากเพียงใดแต่สัญชาตญาณที่ต้องการสืบพันธุ์บอกให้เขาลุยต่อ
“อื้มม ขนาดนิ้วกูยังรัดแน่นขนาดนี้” เสียงทุ้มต่ำครางสบถออกมาอย่างพอใจ ทันทีเขาส่งนิ้วเข้าไปจนสุด ร่างบางก็บีบรัดนิ้วของเขาจนแทบจะขยับไม่ได้ เรียวนิ้วทั้งสามหมุนควานอยู่ภายในก่อนที่จะเริ่มชักเข้าชักออกในจังหวะช้าสลับเร็วสร้างความกระสันให้ร่างบางที่เริ่มคุ้นชินกับสิ่งแปลกปลอมอยู่ไม่น้อย
“อ๊ะ อื้อออ” เสียงครางผะแผ่วดังขึ้นแทรกกับเสียงลามกแทบจะตลอดเวลาที่นิ้วแกร่งกระแทกโดนจุดกระสันส่วนลึกภายใน
"เสียว อ๊ะ อ๊ะ"
“ตรงนี้เหรอ หืมมม” ธนกฤตถามออกไป ริมฝีปากหนาเคลื่อนเข้าป้อนจุมพิตให้แก่คนตัวเล็กอีกครั้ง ปลายลิ้นร้อนไล่ต้อนเรียวลิ้นเล็กอยู่ภายใน ตวัดเกาะเกี่ยวกันเป็นพัลวันจนได้ยินเสียงจ๊วบจุ๊บอยู่ตลอดเวลา จุมพิตหวานหนักหน่วงและดุดันขึ้นเรื่อย ๆ ตามแรงปรารถนาที่กำลังลุกโหม
“แฮ่กๆ คุณครับเราจะเสร็จ อิ๊” เมื่อริมฝีปากได้รับอิสระ เสียงหอบหายใจของร่างบางที่กระชั้นถี่ขึ้นบ่งบอกว่าเจ้าตัวใกล้จะแตะขอบสวรรค์อยู่รำไร นิ้วหนาเริ่มเร่งความเร็วมากขึ้นเพื่อส่งคนบนตักให้ไปถึงฝั่งในครั้งแรก
พรวด พรวด
“อ๊ะ อ่าาาาาาส์” ร่างนิ่มปลดปล่อยสายธารขาวขุ่นออกมารดหน้าท้องของอัลฟ่าที่ตนนั่งทับอยู่ บางส่วนกระเด็นเปรอะเปื้อนไปบนเสื้อลากยาวไปถึงบริเวณหน้าอกกำยำ
เสียงหอบหายใจหนักหน่วงราวกับไปวิ่งมาราธอนบ่งบอกว่าร่างบางเหนื่อยกับกิจกรรมแตะสวรรค์ในครั้งนี้อยู่พอสมควร
“ปะ เปื้อนเสื้อคุณหมดเลย” สายตาหวานเชื่อมไล่มองไปยังบริเวณหน้าท้องที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำคาวของเขา ปลายนิ้วเรียวปาดรูดน้ำของตนเองออกจากบริเวณท้องแกร่ง ยิ่งอีกฝ่ายใส่เสื้อสีเข้มยิ่งเห็นคราบน้ำรักของเขาได้อย่างชัดเจน น่าอายชะมัด
ธนกฤตถอดถอนนิ้วออกจากช่องทางคับแคบก่อนที่จะเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักตรงคอนโทรลรถหยิบถุงยางขนาดไซซ์ xxl ออกมา มือหนาเลื่อนมาปลดกระดุมและรูดซิปกางเกงของตนเองลงก่อนที่จะควักท่อนเนื้อขนาดใหญ่แข็งขืนดีดตัวออกมาจากกางเกงในเหมือนพร้อมรบตลอดเวลา
ศิวภัทรที่เห็นความใหญ่โตเกินพอดีของอัลฟ่าตรงหน้าก็ถึงกับหน้าถอดสี เท่าที่ดูจากสายตาคงไม่ต่ำกว่า 60 เป็นแน่ ตัวเขาก็เท่านี้ไอ้เจ้านั่นใหญ่ขนาดนั้นจะเข้ามาได้หรือ เขาอาจจะได้ตายคาเจ้ายักษ์นี่ก็เป็นได้
“จ้องอะไรขนาดนั้น” ธนกฤตที่เห็นว่าศิวภัทรจ้องลูกชายของเขาจนตาไม่กะพริบก็อดที่จะนึกขำไม่ได้ มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นอย่างขบขัน
“เราว่ามันไม่น่าจะเข้าได้” เสียงหวานละล่ำละลั่กพูดออกไป ร่างเล็กพยายามกระถดสะโพกหนีจากความอลังการที่เห็นตรงหน้าแต่มีหรือที่อีกฝ่ายจะยอม
“มันเข้าได้เชื่อกูดิ” มือใหญ่คว้าเอวบางตรึงเอาไว้ก่อนที่จะใช้ปากฉีกซองถุงยางแล้วรูดสวมเครื่องป้องกันลงไปบนลูกรักของเขาที่ปวดตุบ ๆ มาได้สักพักหนึ่งแล้ว ปลายหัวบานจดจ่อถูไถตรงปากทางเข้าที่มีน้ำหล่อลื่นออกมาโดยธรรมชาติก่อนที่เขาจะค่อย ๆ กดสะโพกของคนตัวเล็กลงมากลืนกินเจ้าโลกของเขา
“อึก ช้าหน่อยคุณ เราเจ็บ ฮึก” ร่างเล็กจิกปลายเล็บลงบนไหล่หนาเพื่อหวังระบายความรู้สึกเจ็บตึงบริเวณช่องทางรักด้านหลัง ริมฝีปากบวมเจ่อเม้มแน่น นี่ขนาดถูกขยายช่องทางเตรียมความพร้อมช่วยแล้วแต่เจ้าตัวก็ยังรู้สึกตึงแน่นเสียจนแทบจะปริขาดเสียให้ได้เลย เขาไม่เคยเจอของใครขนาดใหญ่เท่านี้มาก่อน
“ฮ่าส์ แม่งเอ๊ย! แน่นฉิบหาย” เสียงสบถดังออกมาเป็นระยะ ความใหญ่โตของเขาเข้าไปได้เพียงแค่ส่วนหัวก็ต้องหยุดชะงักเพราะโอเมก้าร่างเล็กบนตักเกร็งจนเขาแทบจะขยับดุนดันเข้าไปต่อไม่ได้
“เราเจ็บ ฮึกกก คุณเอาออกก่อน” ร่างเล็กสั่นระริก น้ำตาใสคลอหน่วยตาดูน่าสงสารอยู่ไม่น้อย มือเล็กผลักไสคนใต้ร่างออกและพยายามฝืนตัวออกจากสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัว
“แซ้งค์ เรียกกูว่าเฮียแซ้งค์ กึก” เสียงกัดกรามกรอดของอัลฟ่าดังขึ้นข้างหู เขาพยายามอดทนฝืนไม่ให้ทำรุนแรงกับคนบนตักทั้ง ๆ ที่ใจจริงเขาอยากจะกดกระแทกให้ร่างบางหวีดร้องลั่นให้หนำใจแต่ก็ต้องอดทนเอาไว้
“อื้อออ ซะ..แซ้งค์ครับ เซียร์ไม่ไหว” ศิวภัทรส่ายหน้าจนผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าสวยเห่อแดงไปหมดจนอดที่จะเอ็นดูไม่ได้
“อดทนหน่อย”
ริมฝีปากหนาเคลื่อนเข้าไปบดเบียดมอบจูบอ่อนหวานปลอบประโลมร่างเล็กอีกครั้ง เรียวลิ้นหนาไล่ต้อนเกี่ยวกระหวัดหยอกเย้าเจ้าเด็กที่เริ่มจะงอแง สัมผัสร้อนหลอกล่อเชิญชวนให้โอเมก้าคนสวยเผลอไผลไปกับรสสัมผัสวาบหวามอ่อนไหวที่เขาเป็นผู้ชักนำ ก่อนจะผันเปลี่ยนเป็นรสจูบที่เร่าร้อนดุดันไล่ต้อนกันจนทั่วโพรงปากส่งผลให้คนอ่อนประสบการณ์ได้แต่ปล่อยอารมณ์ให้ไหลไปตามการชักจูง กายแกร่งจะค่อย ๆ ชำแรกดุนดันเข้าไปในร่างบางทีละนิดจนสุดโคนก่อนที่จะแช่ค้างเอาไว้เพื่อให้ได้ปรับตัวให้ชินกับขนาดของเขา
“อะ อื้มมมมม” เสียงหวานครางกระเส่าขึ้นมาอีกครั้ง ดูเหมือนว่าฤทธิ์ของยาที่ร่างบางโดนบังคับให้กินเข้าไปจะยังไม่หมดฤทธิ์ง่าย ๆ
ฟีโรโมนกลิ่นดอกฟรีเซียเริ่มส่งกลิ่นเข้มข้นรัญจวนอีกครั้งและครั้งนี้มันก็ผสมเข้ากับกลิ่นไวท์มัสก์ได้เป็นอย่างดี ต่างฝ่ายต่างมอมเมาหลงใหลไปกับฟีโรโมนของกันและกัน ทั้งความหอมหวานความดุดันผสมรวมหล่อหลอมกันจนแยกไม่ออก
เมื่อเห็นว่าร่างบางเริ่มตอบสนองต่อฟีโรโมนและฤทธิ์ยาที่ยังมีอยู่อีกครั้ง มือหนารั้งสะโพกของคนบนตักให้ยกสูงขึ้นก่อนที่เอวสอบจะเริ่มขยับขับเคลื่อนเด้งสวนขึ้นใส่สะโพกกลมกลึงอย่างเนิบช้า
“อะ อ๊าาาาส์” เสียงหวานครางกระเส่าเมื่อความคับแน่นจุกเสียดในตอนแรกบัดนี้กลายเป็นความเสียดเสียวเข้ามาแทนที่ เสียงซู้ดปากดังอีกครั้ง
“ซี้ดดดส์ เซียร์ขย่มให้เฮียหน่อยเร็ว” มือหนารั้งดึงสะโพกมนของศิวภัทรให้ยกขึ้นก่อนที่จะกดลงมากลืนกินตัวตนของเขา
“อ๊าาาส์ เราทำไม่เป็น เราไม่เคยทำแบบนี้” แก้มนวลที่มีรอยฟกช้ำขึ้นสีเข้มขึ้นอีกจากความขัดเขิน เกิดมายังไม่เคยต้องมาทำอะไรแบบนี้ เต็มที่เขาก็แค่เล่นสนุกกับของเล่นผู้ใหญ่เพียงเท่านั้น แล้วยิ่งจะมาให้นั่งขย่มแบบนี้ใครจะไปกล้าทำ!
“ทำเหมือนขี่ม้า ลองดูเดี๋ยวช่วย” ร่างเล็กถูกจับให้ยกสะโพกขึ้นแล้วค่อย ๆ กดลงมาทีละนิดตามความช่วยเหลือจากมือใหญ่ จากจังหวะเนิบช้าเร่งเร้าเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พัดโหมกระหน่ำตีขึ้นมา
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊าาาส์ แบบนี้หรือเปล่า เราทำถูกไหม” โอเมก้าร่างเล็กที่ควบขี่ความใหญ่โตขยับโยกขย่มจนเสียงเนื้อดังลั่นรถ
ตับ ตับ ตับ
“ซี้ดดดดส์ แม่งเอ๊ย เสียวฉิบหาย” เสียงครางต่ำจากลำคอแกร่งดังขึ้น ธนกฤตพลิกร่างบางให้ลงไปนอนแทนที่เบาะคนขับแล้วพาตนเองขึ้นมาคร่อมทับ ฝ่ามือใหญ่ดันเรียวขาให้แยกอ้าออกเพื่อให้เขาได้ฝากฝังตัวตนอัดกระแทกเข้าไปได้อย่างถนัดถนี่
ตับ ตับ ตับ
“อ๊ะ อ๊าาาา เสียว” เสียงใสซู้ดเสียวจนปากคอสั่นไปหมด ขาเรียวตวัดรัดเอวสอบแน่น นิ้วมือกำจิกเบาะรถจนขึ้นข้อขาวเพื่อหวัง
ระบายความซ่านเสียวที่เกิดขึ้น
“แซ้งค์ เฮียร์แซ้งค์ เราเหมือนจะเสร็จ อื้ออออ” แก่นกายเล็กที่มีน้ำปริ่มเปรอะอยู่บริเวณด้านหน้าแข็งเกร็งพร้อมที่จะปลดปล่อยในอีกไม่ช้า เมื่อเห็นดังนั้นเอวหนาจึงรีบเร่งอัดกระแทกตัวตนเข้าออกรัวเร็วขึ้นเพื่อส่งตัวเขาและคนใต้ร่างไปแตะสวรรค์พร้อมกัน
ปั่ก ปั่ก
“อ๊ะ อ๊าาาาส์”
“อื้มมมม"
สองร่างกระตุกเกร็งปลดปล่อยออกมาในเวลาที่แทบจะพร้อมกัน แก่นกายเล็กปลดปล่อยออกมาเปื้อนเต็มหน้าท้องแกร่งในขณะที่แก่นกายใหญ่โตกระตุกหงึก ๆ ปลดปล่อยสายธารแห่งชีวิตออกมาจนเต็มเครื่องป้องกันเช่นกัน ธนกฤตถอนตัวตนของเขาออกจากช่องทางคับแคบที่รัดจนเหมือนจะไม่อยากให้เขาดึงออก
“อื้อออ ฮึก” เสียงหวานสะอื้นออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะผวากอดธนกฤตแน่นเมื่อความใหญ่โตที่เข้ามาสร้างความคุ้นชินให้กับร่างกายกำลังจะหายไป
“ใจเย็น กูไม่ได้จะทิ้งไปไหน เราอยู่ตรงนี้กันทั้งคืนไม่ได้” ธนกฤตกอดปลอบร่างเล็กที่กอดเขาแน่นก่อนที่อุ้มยกคนตัวเล็กให้กลับไปนั่งตรงเบาะข้างคนขับดังเดิม
เสียงหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่าร่างเล็กที่พึ่งจะกลับไปนั่งที่ของตนได้ไม่นานนั้นเข้าสู่ช่วงนิทราไปแล้ว ธนกฤตทอดสายตามองร่างเล็กตั้งแต่ผมสีบลอนด์สว่าง คิ้วเข้ม ดวงตาคม กรอบหน้าเรียวสวยคม ริมฝีปากบางแต่ดูอวบอิ่ม
เขาลังเลอยู่นานว่าจะไปส่งโอเมก้าตรงหน้าที่คอนโดหรือพากลับบ้านไปพร้อมกับเขาดี สุดท้ายเขาก็เลือกตัดสินใจหอบหิ้วเอาร่างเล็กกลับไปยังที่พักของเขาด้วยเหตุผลที่ว่าถึงพากลับคอนโดก็ไม่รู้ว่าอยู่ห้องไหนอยู่ดี งั้นพากลับบ้านไปด้วยเลยก็แล้วกัน
บรื้นนน
เสียงรถหรูขับกลับมายังสนามแข่งรถอีกครั้ง ธนกฤตขับตรงไปเรื่อยๆ ผ่านโซนสำหรับจัดการแข่งขันเข้ามาด้านในจนมาถึงบ้านพักที่เขาสร้างเอาไว้ ที่นี่เปรียบเสมือนสถานที่หลบภัยของเขาจากคนในครอบครัวเลยก็ว่าได้
รถซูเปอร์คาร์คันงามแล่นเข้ามาจอดภายในโรงจอดรถก่อนที่เจ้าของจะเปิดประตูลงมา ขายาวก้าวเดินอ้อมมายังอีกฝั่งเพื่อพาโอเมก้าที่ตอนนี้เพลียหลับคอพับคออ่อนเข้าไปพักด้านใน
“อ้าวป๋า ไปไหนมาครับเนี่ย” เสียงของเจย์ที่เดินออกมาจากด้านในโรงรถถามขึ้น
“เรื่องของกู” ธนกฤตพูดจบก็หยิบเสื้อมาคลุมช่วงล่างของศิวภัทรก่อนที่จะช้อนอุ้มพาเดินเข้าไปในบ้าน
“แหมป๋า กลับไทยยังไม่ครบวันก็หิ้วโอเมก้ากลับมานอนที่บ้านแล้วเหรอ” เจย์แซวขึ้น ร้อยวันพันปีป๋าแซ้งค์ของเขาเคยพาใคร
มานอนที่บ้านเสียที่ไหนกันล่ะ นี่คนแรกเห็นจะได้ จะให้เขาอยู่เฉยโดยที่ไม่เอ่ยแซวอะไรเลยได้ยังไง
“ไม่เสือกสักเรื่องจะตายไหม แล้วที่กูสั่งให้มึงจัดการเรียบร้อยหรือยัง” ธนกฤตถามถึงสิ่งที่เขามอบหมายให้รุ่นน้องคนสนิทจัดการ
ถึงแม้เจย์จะเด็กกว่าเขาหรือลูกน้องคนอื่นของเขาอยู่หลายปีแต่เรื่องการทำงานจัดว่าน้อยครั้งมากที่จะทำผิดพลาดเขาจึงไว้ใจให้เจย์คอยดูแลความเรียบร้อยของสนามแข่งรถแห่งนี้ในช่วงที่เขาบินกลับไปคุยงานที่ไต้หวัน
“เรียบร้อยแล้วป๋า พวกพี่ ๆ จัดการหิ้วไอ้สามตัวนั้นออกไปกระทืบซ้ำที่ไหนแล้วก็ไม่รู้” เจย์ หมายถึงไอ้อัลฟ่าสามตัวที่มาก่อความวุ่นวายในสนามที่เขาเป็นผู้ดูแลอยู่ ก่อเรื่องที่ไหนไม่ก่อ ดันมาก่อเรื่องในสนามที่มีการ์ดเยอะพอ ๆ กับคนที่เข้ามาใช้บริการ ไม่รู้ว่าโง่หรือโง่!
“เออดี กลับไปได้แล้ว พรุ่งนี้เช้ามึงซื้อยาแก้ไข้กับยาแก้อักเสบของโอเมก้ามาให้กูด้วย” ว่าจบร่างหนาก็เตรียมจะเดินเข้าบ้าน
“เอายาทาตรงนั้นด้วยไหมป๋า”
“เออก็ดีเหมือนกัน”
“โอเคครับ” เจย์ว่าจบก็รีบเดินออกไปก่อนที่รุ่นพี่ที่ตนเคารพรักจะเดินหันหลังกลับออกมาเพื่อประเคนฝ่าเท้าเข้ามาที่หน้าให้เสียโฉมเล่น
“ไอ้เจย์ เอายาทาแก้ฟกช้ำมาด้วย” เสียงตะโกนไล่หลังที่ดังออกมาทำให้เท้าหนาหยุดชะงักเล็กน้อย
“นี่ป๋าหนักหน่วงรุนแรงถึงขนาดฟกช้ำดำเขียวเลยเหรอ” เจย์ถามออกไป
“ไม่ใช่กูไหมละ เขาโดนไอ้พวกสารเลวสามตัวนั่นรุมทำร้ายต่างหาก”
“อ่อ ให้ตามหมอไหม” เจย์ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง ตัวก็เล็กนิดเดียว แต่โดนอัลฟ่าสามคนรุมเล่นงาน ไม่เป็นอะไรมากแถมรอดมาได้ก็ถือได้ว่าเก่งมากแล้ว
“อืม ก็ดี ตามมาเลย” เท่าที่ธนกฤตสังเกตร่างบางมีแผลถลอกฟกช้ำอยู่หลายแห่งแล้วไหนจะฤทธิ์ของยานั่นอีกตามหมอมารักษาอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
“ได้ฮะ เดี๋ยวผมรีบโทรตามอาหมอมาเลย” ว่าจบเจย์ก็รีบยกหูโทรศัพท์ติดต่อหาหมอประจำสนามแข่งนี้ทันที
อัลฟ่าร่างหนาพาโอเมก้าที่หลับไม่รู้เรื่องรู้ราวมานอนพักที่โซฟาก่อนที่จะถอดเสื้อผ้าออก ผ้าขนหนูเนื้อดีถูกหยิบมาเช็ดเนื้อเช็ด
ตัวให้นอนอย่างสบายตัว ร่างเล็กนอนตัวสั่นเพราะอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศที่ค่อนข้างเย็น
ธนกฤตลุกไปหยิบเสื้อชุดนอนของเขามาสวมให้กับโอเมก้าที่นอนหลับไม่ได้สติในขณะที่เขาสวมแค่กางเกงนอนที่เข้าชุดกับเสื้อที่ยกให้อีกคนใส่อยู่ รอไม่นานอาหมอคมสัน คุณหมอที่สนิทกันเพราะรู้จักกันมาตั้งแต่เขายังเล็กก็มาถึง
“สวัสดีครับอาหมอ” ธนกฤตยกมือขึ้นไหว้คนสูงอายุกว่าอย่างมีมารยาท
“ไหว้พระเถอะ แล้วนี่ใครป่วยเป็นอะไร โทรตามอาเสียดึกเชียว”
“นี่ครับอา อาช่วยตรวจเขาหน่อยครับ” ธนกฤตชี้นิ้วไปยังร่างเล็กที่ตอนนี้โดนย้ายไปนอนบนเตียงแล้วเรียบร้อย
“หือ ไปโดนอะไรมาเนี่ย” อาหมอถามขึ้นเนื่องจากเขาสังเกตเห็นรอยฟกช้ำที่ปรากฏตามเนื้อตัวของอีกคนได้อย่างชัดเจน
“ผมไปเจอตอนที่เขาโดนรุมทำร้ายอยู่พอดีเลยหยิบติดมือมาด้วย”
“อ่อ เดี๋ยวอาขอตรวจเบื้องต้นก่อนนะ” อาหมอเริ่มตรวจรักษาอย่างคร่าว ๆ จนเวลาผ่านไปได้สักพัก
“เสร็จแล้วเหรอครับอา” ธนกฤตถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอาหมอเดินออกมาจากห้อง
“อือ เท่าที่อาตรวจดูก็ไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วง อาจัดยาแก้ไข้ แก้อักเสบ ยาทาแก้ฟกช้ำเอาไว้ให้แล้ว ตื่นมาก็ให้เขากินด้วยล่ะ”
“ขอบคุณครับอา”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วงั้นอากลับก่อนนะ”
“ครับ ขอบคุณครับ เอ่อ อาไม่ต้องบอกแม่นะครับว่าผมให้อามาที่นี่” ธนกฤตเกาแก้มเอ่ยขอร้องออกไป
“อาไม่บอกหรอก สบายใจได้ อาไปละ” ว่าจบอาหมอก็กลับไป
ธนกฤตเดินกลับเข้าไปในห้องไปมองร่างบางบนเตียงก่อนที่จะก้าวขึ้นไปนอนข้าง ๆ แล้วหลับตามไปติด ๆ
