บทที่ 9 ยาจีนคุณแม่

และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันแต่งงานระหว่างศิวภัทรและธนกฤตที่มาถึงแบบตั้งตัวไม่ทัน จากเหตุการณ์ที่ไปทานข้าวด้วยกันครั้งนั้นที่คุณหญิงกะรัตได้เปรยขึ้นมาว่าจะเร่งงานแต่งงานให้เกิดขึ้นภายในสองสัปดาห์ และใช่ครับ มันเลื่อนขึ้นมาจริง ๆ เงินและอำนาจเสกได้แทบจะทุกอย่าง ต่อให้อะไรก็ตามที่ไม่เสร็จไม่พร้อม เพียงเพิ่มเงินเข้าไปก็จะเสร็จทันภายในสองสัปดาห์ทันที

ศิวภัทรนั่งถอนหายใจอยู่ภายในห้องแต่งตัว ตอนนี้เขาอยู่ในชุดแต่งงาน และเตรียมรอเข้าพิธีสมรสที่กำลังจะเกิดขึ้น ตั้งแต่วันนั้นเขาก็ไม่ได้เจอหรือพูดคุยกับธนกฤตอีกเลยจนมาถึงวันนี้ บอกตามตรงว่าเขาไม่พร้อม ใจอยากจะหนีงานแต่งเสียให้รู้แล้วรู้รอด

ก๊อก ก๊อก

“เซียร์พี่เข้าไปได้ไหม” เสียงใสร้องถามอยู่ด้านหน้าประตู

“โซลเหรอเข้ามาสิ” เมื่อได้รับอนุญาตร่างเล็กที่มีขนาดตัวและใบหน้าละม้ายคล้ายศิวภัทรก็เดินเข้ามานั่งข้าง ๆ

“พี่ขอโทษนะเซียร์ ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ เซียร์คงไม่ถูกบังคับให้แต่งงานแบบนี้” โอเมก้าเจ้าของกลิ่นดอกพีโอนีกล่าวขึ้น มือเล็ก

เอื้อมมากอบกุมมือของน้องที่ห่างจากตนเองสามปีแต่กลับทำเพื่อพี่อย่างเขามากมายนัก

“โซลอย่าคิดมากเรื่องแค่นี้เอง” ศิวภัทรยิ้มให้โซลเพื่อลดความกังวลภายในใจ พี่ชายของเขาเป็นคนที่ชอบคิดมากมาแต่ไหนแต่ไร

“ถ้าปล่อยให้พี่ติดคุกไปในวันนั้นอาจจะดีกว่าก็ได้” เพราะความคิดชั่ววูบของเขาที่ไปยิงคู่แห่งโชคชะตาของแฟนเก่าตายทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อนไปกันหมดโดยเฉพาะน้องชาย

“อย่าคิดแบบนั้น เซียร์มีความสุขดี โซลก็ได้ยินมาจากแม่แล้วนี่ว่าแซ้งค์กับเซียร์เป็นแฟนกันอยู่แล้ว เซียร์แต่งงานกับแฟนก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลย ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วยังไงเซียร์ก็ต้องแต่งกับแซ้งค์อยู่ดี”

“ถ้าเซียร์มีความสุขอย่างที่บอกพี่ก็สบายใจ งั้นเดี๋ยวพี่ออกไปช่วยแม่กับพ่อต้อนรับแขกก่อนนะ”

“อื้อ โซลไปเถอะ” ร่างเล็กฝืนยิ้มก่อนจะดันหลังให้พี่ของตนออกไป

บรรยากาศงานแต่งงานเป็นไปอย่างชื่นมื่น แขกที่มาร่วมงานส่วนใหญ่จะเป็นญาติ เพื่อนสนิท รวมไปถึงคู่ค้าทางธุรกิจของทั้งสองฝั่ง งานถูกจัดที่ประเทศไทยบ้านของศิวภัทรก่อนที่จะบินไปจัดที่ไต้หวันซึ่งคือบ้านเกิดของธนกฤตอีกครั้ง ภายในงานถูกออกแบบผสมผสานระหว่างไทยจีนเน้นโทนสีทองขาวทองให้ดูหรูหราสมฐานะของทางฝั่งบ้านเจ้าบ่าว รอบ ๆ บริเวณงานประดับไปด้วยดอกฟรีเซียซึ่งเป็นกลิ่นฟีโรโมนเดียวกันกับเขา

ศิวภัทรถูกเรียกให้ออกมายืนยิ้มต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานข้าง ๆ กับธนกฤตที่สวมชุดสูทสีขาวเข้าคู่กับเขา ผู้คนมากหน้าหลายตาต่างมาร่วมแสดงความยินดีและถ่ายรูปคู่กับเจ้าบ่าวทั้งสองพร้อมคำอวยพรมากมายนับไม่ถ้วน

ร่างสูงเจ้าของใบหน้าคมผมสีบลอนด์ทอง อัลฟ่าเจ้าของกลิ่นน้ำทะเลเดินมาพร้อมกับผู้เป็นพ่อเพื่อมาร่วมงานแต่งงานในครั้งนี้อย่างเสียไม่ได้ เพราะเป็นงานสำคัญ ในเมื่อพ่อเขาขอร้องแกมบังคับให้มาร่วมงานแต่งลูกชายของคู่ค้าทางธุรกิจโรงแรมที่พ่อ

เขาเป็นหุ้นส่วนอยู่

“น้องเซียร์!” โชตกตะลึงอยู่ไม่น้อยเมื่อรู้ว่าเซียร์นั้นคือเจ้าบ่าวของงาน เขามางานโดยที่รับรู้แค่เพียงว่าเจ้าบ่าวคนนั้นคือคุณแซ้งค์แต่เขาไม่รู้ว่าเจ้าบ่าวอีกคนนั้นคือใคร

“อ่าวพี่โชมาด้วยเหรอครับ” ร่างเล็กยิ้มให้กับคนตรงหน้าก่อนจะเดินเข้าไปทักทายตามประสาคนสนิทกัน

“พี่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าน้องเซียร์คือเจ้าบ่าวของคุณแซ้งค์”

“เอ่อ..ครับ” ร่างเล็กพยักหน้าตอบ พี่โชจะไปรู้ได้ยังไงก็ในเมื่อตัวเขาเองก็เพิ่งจะรู้เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วเหมือนกัน

“อ่าว คุณโชดีใจที่ได้เจออีกครั้งนะครับ เชิญด้านในเลยครับ ผมขอยืมตัวคนของผมสักครู่” ว่าจบธนกฤตก็เดินโอบเอวประคอง

ร่างเล็กเดินกลับเข้าไปด้านใน เขาก็เดินตามหาตัวตั้งนานคิดว่าหายไปไหนที่แท้ก็แอบมาเจอกับกิ๊กเก่านี่เอง มันน่านัก!

“หยุดโอบเราได้แล้ว” ศิวภัทรพยายามแกะมือหนาออกจากเอวของเขาแต่ไม่ว่าจะใช้แรงเยอะขนาดไหนก็ยังคงแกะไม่ออกอยู่ดี

“ทำไม มันกลัวไอ้หน้าฝรั่งนั่นเข้าใจผิดหรือไง"

“…”

“เงียบ เถียงไม่ได้หรือไง”

“พูดกับนายไปก็เหนื่อยเปล่า อยากคิดอยากทำอะไรก็เชิญเลย” ว่าจบก็สะบัดตัวก่อนจะรีบก้าวขาเดินหนีไป

“อย่ามาเดินหนีกูนะอ้วน” ขายาวก้าวเดินตามคนตัวเล็กไปติด ๆ ก่อนจะรั้งเรียวแขนแล้วดึงให้ร่างเล็กหันมาหาตน

“อยากจะบ้าก็บ้าไปคนเดียวเถอะ ปล่อยเรา!”

“เดี๋ยวนี้ด่าผัวบ่อยนะคะ” ธนกฤตแสยะยิ้มพูดด้วยน้ำเสียงยียวน

“ได้กันครั้งเดียวไม่ถือว่าเป็นผัวโว๊ยยย” เสียงใสตะโกนออกไปก่อนที่จะยกขากระทืบไปบนเท้าของธนกฤต

“ลงไม้ลงมือกับกูเหรอ หืมม” ธนกฤตยื่นมือไปหยิกแก้มนิ่มของศิวภัทรเป็นการเอาคืนจนร่างเล็กน้ำตาเล็ดออกมา มือเรียวลูบแก้มตัวเองปอย ๆ ด้วยความเจ็บ

“อ่าวอยู่นี่เอง คุณแม่ให้มาตามทั้งสองคนค่ะ ใกล้จะเริ่มพิธีแล้ว” ไนล์ที่วันนี้รับหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าสาวเดินมาตามทั้งสองคนเข้าไปในงาน เขาเดินหาเสียทั่วงานเลย มาแอบจีบกันอยู่นี่เอง

เพียงไม่นานที่ทั้งสองคนกลับเข้าไปในงาน พิธีการก็เริ่มดำเนินขึ้น ศิวภัทรเดินถือช่อดอกไม้มาพร้อมกับจูงมือศิวาผู้เป็นบิดามายังแท่นปรัมพิธีที่มีบาทหลวงยืนคอยทำหน้าที่ของตนอยู่ ก่อนที่ศิวาจะส่งต่อบุตรชายคนเล็กของเขาให้กับเจ้าบ่าวที่ยื่นมือมารอรับอยู่

บาทหลวงรับช่วงต่อทำหน้าที่นำคนทั้งสองกล่าวคำสาบานตนต่อพระผู้เป็นเจ้า

“คุณธนกฤต คุณจะรับคุณศิวภัทรเป็นสามีของคุณไหม คุณสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อเธอ ทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามไข้

และสบายดี จะรักเธอและให้เกียรติเธอชั่วชีวิตของคุณหรือไม่”

“รับครับ” ธนกฤตรับคำหนักแน่น ก่อนที่จะหยิบแหวนขึ้นสวมใส่ที่นิ้วนางข้างซ้ายของว่าที่สามี

“คุณศิวภัทร คุณจะรับคุณธนกฤตเป็นสามีของคุณไหม คุณสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อเขา ทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามไข้และ

สบายดี จะรักเขาและให้เกียรติเขาชั่วชีวิตของคุณหรือไม่”

“รับครับ” ศิวภัทรตอบรับและหยิบแหวนขึ้นสวมใส่ที่นิ้วนางข้างซ้ายของธนกฤตเช่นกัน

“พ่อขอประกาศว่านับจากนี้ทั้งคู่ได้เป็นสามีของกันและกันอย่างเป็นทางการแล้ว” สิ้นคำประกาศของบาทหลวง เสียงโห่ร้องยินดีพร้อมทั้งเสียงปรบมือก็ดังทั่วบริเวณงาน ก่อนจะได้ยิ่งดังขึ้นไปอีกเมื่อธนกฤตคว้าอีกคนมาประกบจูบส่งมอบจุมพิตหวานล้นให้แก่กันและกัน

“มึงดูป๋าดิ เผลอแป๊บเดียวมีเมียเป็นตัวเป็นตนแล้วอะ” เจย์ที่มาร่วมงานหันไปพูดกับแก๊งเพื่อน ๆ ทีมสนามแข่งรถ

“กูช็อกกว่าป๋าแต่งงานคือเมียป๋าเป็นเซียร์ได้ไงก่อน” ยิวที่ตกใจไม่น้อยเมื่อมาถึงงานแต่งก็เจอเซียร์ยืนคู่กับป๋าของพวกเขาที่หน้างาน

“ก็ดีแล้วไง เซียร์นิสัยดีจะตาย แล้วมึงดูทางนู้น แดกเหล้ายังกับแดกน้ำเปล่า สงสัยอกหักแน่นอน” ฟิวพยักพเยิดหน้าชวนให้เพื่อน ๆ หันไปดูโชที่ตอนนี้ยกแก้วแอลกอฮอล์ขึ้นดื่มแบบไม่พักมือเลยแม้แต่น้อย

“เห็นไนล์เพื่อนเซียร์บอกว่าไอ้นั่นมันจีบเซียร์มานานแต่ไม่ติด สุดท้ายหมาคาบไปแดก” เจย์พูดพลางกลั้นขำ

“หมาที่มึงว่านั่นป๋าของเรานะไอ้เจย์”

“เออว่ะ ฮ่า ๆ โทษที”

“แล้วมึงไปรู้จักเพื่อนของเซียร์ได้ไง” ยิวหรี่ตาถามอย่างจับผิด

“ก็เซียร์แนะนำให้รู้จักเมื่อกี้นี้ไง”

“อ่ออออ”

เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการต่าง ๆ ตามขนบธรรมเนียมของทั้งสองฝั่ง เจ้าบ่าวและเจ้าสาวของงานต้องเข้าสู่พิธีการสุดท้ายคือการส่งตัวเข้าหอ ศิวภัทรเดินมาหย่อนสะโพกนั่งข้างกับธนกฤตบนเตียงที่โรยด้วยดอกกุหลาบเพื่อรอรับคำอวยพรจากผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย รอยยิ้มปีติยินดีฉายขึ้นบนใบหน้าพ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย

“แม่ฝากน้องด้วยนะลูกแซ้งค์ หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้น้องนะ ถ้าน้องดื้อแซ้งค์ก็ช่วยสอนน้องด้วยนะลูก” คุณหญิงษรารินทร์พูดกับลูกเขยของตน

“ครับคุณแม่” ธนกฤตรับคำ

“เซียร์มีสามีแล้วก็อย่าดื้อกับพี่เขานะ” โซลอดที่จะยื่นมือไปบีบแก้มน้องไม่ได้

“อื้อ” ศิวภัทรพยักหน้าตอบ

"แม่กับป๊าก็ฝากดูแลพี่เขาด้วยนะลูก จัดการได้เต็มที่เลย แม่กับป๊าอยู่ทีมหนูนะคะ” คุณหญิงกะรัตยกมือขึ้นลูบศีรษะทุยของโอ

เมก้าตรงหน้าตนอย่างนึกเอ็นดู วันนี้เขาดีใจมากที่ลูกชายคนเล็กของตนเป็นฝั่งเป็นฝา

“ครับคุณแม่”

“ถ้ามันทำตัวเกเรมาบอกป๊า เดี๋ยวป๊าส่งลูกน้องมาให้หนูเอาไว้จัดการมัน” คุณหยางกล่าว

“แซ้งค์ อะไรที่ยอมเมียได้ก็ยอม ๆ ไปเถอะ เชื่อเฮีย” ซิลพี่ชายของธนกฤตกล่าวขึ้น วันนี้เขาบินตรงมาจากไต้หวันเพื่อมางาน

แต่งงานของน้องชายโดยเฉพาะ ถือว่าคุณแม่เลือกเมียให้น้องเขาได้ดีเลยทีเดียว

“คิก ๆ ขอบคุณครับ” ร่างเล็กอดที่จะหัวเราะไม่ได้ ครอบครัวของธนกฤตอบอุ่นไม่ต่างจากครอบครัวของเขาเลยแม้แต่น้อย

“กูดีใจด้วยนะมึง ถ้าเรียนจบเมื่อไหร่รีบปั๊มหลานมาให้กูเลี้ยงทันทีเลยนะ” ไนล์พูดขึ้นพลางปาดน้ำตาที่มาจากความปีติยินดี

“ใช่ป๋า ปั๊มเด็กออกมาเยอะ ๆ เลยนะ พวกเราจะได้ไม่ต้องแย่งกันเลี้ยง”

“กูคนนะไอ้เจย์ ไม่ใช่พ่อพันธุ์หมา”

“ฮ่า ๆ” คำตอบของธนกฤตเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้เป็นอย่างดี ก่อนที่ทั้งหมดจะแยกย้ายกลับไปยังปาร์ตี้ด้านนอกต่อเพื่อให้ทั้งคู่ได้มีเวลาอยู่ร่วมกันในคืนเข้าหอ

ประตูห้องหอปิดได้เพียงไม่นาน ร่างเล็กจึงลุกขึ้นยืนเดินไปยังห้องน้ำก่อนจะพูดทิ้งท้ายกับคนที่ยังคงนั่งอยู่บนเตียง

“เราขออาบน้ำก่อนนะ นายอาบทีหลังละกัน”

“อืม”

ใช้เวลาเพียงไม่นานศิวภัทรก็กลับมาพร้อมกับชุดนอนลายแมวน่ารักก่อนที่จะเอ่ยเรียกให้ธนกฤตไปอาบน้ำ

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอยู่หน้าห้องสองสามครั้ง ร่างเล็กจึงลุกเดินไปเปิดประตูแล้วพบกับคุณแม่ของธนกฤตที่มาพร้อมกับถ้วย

น้ำชากลิ่นหอม

“น้องเซียร์ดื่มนี่ก่อนสิคะ ยาจีนบำรุงร่างกายค่ะ ถ้วยนี้ของหนูนะลูก อีกถ้วยของพี่เขา"

“ขอบคุณครับคุณแม่” กระพุ่มมือสวยยกขึ้นไหว้ผู้ใหญ่ตรงหน้า

“ดื่มเลยค่ะ ดื่มให้แม่เห็น แม่จะได้สบายใจ” คุณหญิงกะรัตดันถ้วยน้ำชาไปจ่อริมฝีปากอิ่มจนศิวภัทรต้องรีบรับถ้วยมาดื่ม

รสชาติขมปร่าแสบร้อนติดปลายลิ้นทำให้ร่างเล็กต้องเบ้หน้าให้กับรสชาติที่ไม่ถูกปากนี้

“ดีมากค่ะ อีกถ้วยอย่าลืมให้พี่เขาดื่มนะลูก”

“ครับ” ศิวภัทรพยักหน้าตอบรับ

“งั้นแม่ไม่กวนแล้ว” หลังจากที่กำชับไปอีกครั้ง คุณหญิงกะรัตก็เดินจากมาพร้อมกับรอยยิ้มมีเลศนัยบนใบหน้า

“ใครมาเคาะห้อง” ธนกฤตที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยเดินมาหาร่างเล็กที่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง ตอนอาบน้ำเขา

ได้ยินเสียงเคาะดังเข้าไปยันในห้องน้ำ

“คุณแม่เอายาจีนบำรุงร่างกายมาให้กิน บนโต๊ะนั่นของนาย ท่านกำชับว่าต้องกินให้หมด” ศิวภัทรตอบคำถามโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์

“นี่อย่าบอกนะว่ามึงกินไปแล้ว” ธนกฤตเดินไปหยิบถ้วยชาของตัวเองขึ้นมาดมกลิ่น แค่ดมก็รู้แล้วว่าสรรพคุณของยานี้คืออะไร

“อื้อ กินแล้ว ก็คุณแม่ป้อนเองกับมือจะปฏิเสธได้ไง”

“เฮ้ออออ แม่นะแม่” ธนกฤตได้แต่ถอนหายใจ เด็กอ้วนจะรู้ไหมว่ายาที่กินมันมีสรรพคุณปลุกเร้าอารมณ์กำหนัด

“แล้วตอนนี้มึงร้อนไหม” ธนกฤตลองถามหยั่งเชิงออกไป

“ไม่ร้อนนะ” ศิวภัทรเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ตอบ

“อืม เก็บโทรศัพท์แล้วก็นอนได้ละ เหนื่อยมาทั้งวัน”

“อืมมมมม” ร่างเล็กขานรับก่อนที่จะวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียง

ธนกฤตเดินไปปิดไฟเหลือไว้แค่เพียงแสงสีเหลืองนวลของโคมไฟหัวเตียงเพียงเท่านั้นก่อนจะทิ้งตัวลงนอนอีกฝั่งของเตียง

“แซ้งค์ เราว่าเราเริ่มร้อนแล้ว” ศิวภัทรขยับตัวพลิกกลับไปหาร่างหนา มือเรียวสะกิดแขนธนกฤตให้หันมาสนใจตน

ร่างเล็กเริ่มกระสับกระส่ายจนนอนไม่หลับ เขารู้สึกร้อน และร้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ร่างกายถูกกระตุ้นด้วยฟีโรโมนกลิ่นไวท์มัสก์ของอัลฟ่าสามีป้ายแดง ความต้องการทางกายกำลังทะยานไต่ระดับเพิ่มสูงขึ้นทีละนิด ศิวภัทรเผลอปล่อยฟีโรโมนกลิ่นดอกฟรีเซียลอยฟุ้งอยู่ในอากาศมันทั้งหอมหวานและล่อลวง

"ทำไมอยู่ ๆ ถึงร้อนนะ” มือเรียวปลดกระดุมเสื้อออกสองเม็ดเพื่อหวังจะบรรเทาอาการร้อนที่เกิดขึ้นแต่ก็ไม่เป็นผล

“ใจเย็น ๆ” ธนกฤตรวบร่างบางของอีกคนเข้ามากอดเพื่อปลอบประโลม จมูกโด่งเผลอก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของร่างที่กำลังเข้มขึ้นเรื่อย ๆ

“แซ้งค์ เราเป็นอะไรก็ไม่รู้ อยู่ ๆ มันก็..” ศิวภัทรไม่รู้จะอธิบายออกมาเป็นคำพูดอย่างไรดี จะให้บอกว่าตอนนี้เขาต้องการคนตรงหน้ามากแต่ก็ไม่กล้า มือเรียวเอื้อมไปปลดกระดุมชุดนอนของคนตัวโตที่กำลังกอดเขาอยู่ ปลายนิ้วเล็กลากไล้ไปตามกล้ามเนื้อแน่น ดวงตาสุกใสมองกล้ามเนื้อเรียงตัวสวยได้รูปอย่างหลงใหล ลิ้นเล็กแลบออกมาเลียริมฝีปากอย่างยั่วยวน

“เซียร์ มึงอย่ายั่วเดี๋ยวก็เจ็บตัวหรอก” เสียงกัดกรามดังขึ้น ธนกฤตพยายามข่มความต้องการทางสัญชาตญาณต่อสู้กับฟีโรโมนหอมของร่างเล็กในอ้อมแขน

“แซ้งค์ ทำกันเถอะ” ศิวภัทรค่อย ๆ ช้อนตามองร่างหนา แววตาหวานเชื่อสื่อความหมาย

“อื้อออออ”

เมื่อศิวภัทรเปิดโอกาสให้แล้วมีหรือที่อัลฟ่าวัยเจริญพันธุ์อย่างเขาจะปฏิเสธ ร่างหนาจัดการพลิกคนในอ้อมแขนให้นอนอยู่ใต้ร่าง ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงไปประกบจูบกับปากอิ่มสีเชอรี่ของภรรยาที่เผยอรอต้อนรับอยู่ก่อนแล้ว เรียวลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดไล่ต้อนทั่วโพรงปาก รสสัมผัสวาบหวามอ่อนไหว มือหนารูดรั้งกางเกงชุดนอนผ้านิ่มสีหวานออกไปจากขาเรียวแล้วแทรกตัวไปอยู่ตรงกลาง

“แฮ่ก ๆ แซ้งค์”

ฟีโรโมนกลิ่นดอกฟรีเซียทำหน้าที่ล่ออัลฟ่าตรงหน้าได้เป็นอย่างดี ธนกฤตผละริมฝีปากออกเพื่อให้ร่างเล็กได้มีเวลาพักหายใจ ลิ้นชื้นลากไล้ขบเม้มประดับร่องรอยสีกุหลาบตีตราจองไปทั่วทุกบริเวณที่ริมฝีปากหยักพาดผ่าน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่เม็ดทับทิมสีหวานที่ลอยเด่นสะดุดตา

“อ๊าาาส์เสียว อึกอื้อออ ดูดแรง ๆ”

ปากหยักก้มลงครอบครองยอดอกที่ล่อตาล่อใจเขา ลิ้นชื้นแฉะลากเลียสลับกับดูดดึงจนร่างเล็กแอ่นอกสะท้าน มือเล็กยกขึ้นขยุ้มกลุ่มผมดกดำของทายาทมาเฟียแห่งไต้หวัน ร่างกายสั่นระริกไปหมดทุกสัดส่วน ยิ่งอีกคนดูแรงเท่าไหร่เขายิ่งเสียว

“เสียวมากไหม” เสียงทุ้มถามกลับไปในขณะที่ยังไม่ละใบหน้าไปจากยอดอกเล็กจิ๋วตรงหน้า มือหนาสัมผัสผ่านตามสีข้างของคนใต้ร่างมาหยุดที่สะโพกกลม ออกแรงบีบเคล้นจนเนื้อนุ่มปลิ้นไปตามร่องนิ้ว ฝ่ามือใหญ่ดันเรียวขาสวยให้อ้าออกกว้าง ปลายนิ้วจงใจลากผ่านช่องทางด้านหลังที่ผลิตน้ำหวานออกมาจนฉ่ำแฉะ 

“อ๊ะอ๊าาาแซ้งค์” ศิวภัทรครางผะแผ่ว

ขาเรียวหนีบเข้าหากันโดยอัตโนมัติด้วยความเขินอาย นิ้วแกร่งวนลูบนวดคลึงบริเวณรอยจีบสีสวย กลิ่นหอมหวานยั่วยวนจากดอกฟรีเซียกำลังมอมเมาร่างหนา ปลายนิ้วชำแรกผ่านร่องเล็กเข้าไปสองนิ้วสำรวจภายใน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป