บทที่ 6 PURSUE LOVE CHIANTI #เคียนติกินชีส :: CHAPTER 2 [30%]

เคียนติกินชีส #2

-CHEESE TALK-

ฉันนั่งเท้าคางมองอาจารย์ที่หน้าชั้นเรียนกำลังสอนการออกแบบเสื้อผ้าให้ เมื่อคืนกว่าจะได้นอนต้องเคลียร์กับแดนมือปลาหมึก เที่ยวล้วงลับตับแหลกฉันอยู่เกือบตีสอง กว่าจะทำให้เขานอนได้ก็ต้องขู่เป็นว่าเล่น ฉันไม่ได้ดีใจเลยสักนิดที่ได้คบกับคนอย่างเขา แต่การคบกับเขามันทำให้ฉันสะใจเมื่อมองหน้ายัยมุกดา เดือนคณะที่แย่งฉันไปไง

เปล่าเคียดแค้น เปล่าแย่งชิง... แต่ฉันชอบทำให้คนอื่นหมั่นไส้และประสาทสั่น

โรคจิตไหมถามใจดูนะชีส

“ทำไมหน้าเหมือนคนไม่ได้นอน?”

“ก็แดนมาเมื่อคืน” ลมเพเบิกตากว้างจนฉันเอาปากกาตีหน้าผากหล่อน “ไม่ได้มีอะไรกัน แต่แดนก็คือแดน เลื้อยตลอดจะให้ฉันยอมให้ได้”

“ค่อยยังชั่ว หมอนั่นหื่นจะตาย”

ฉันยิ้มขำลมเพไม่ค่อยชอบแดนสักเท่าไหร่ โดยให้เหตุผลว่าเขาทำตัวน่ารังเกียจ ชอบล้วงลับฉันต่อหน้าต่อตาลมเพไง ยัยนี่เป็นพวกไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้ ตอนนี้ถึงมีคนมาจีบก็ไล่ตะเพิดหมด หยิ่งจองหองแบบลมเพ ใครที่ไหนก็กินยาก

“เมื่อคืนเป็นไงบ้าง ได้เงินมาเยอะไหม?”

ทันทีที่ลมเพถาม หัวใจของฉันก็กระตุกวูบนึกไปถึงใครบางคนที่สะกดฉันให้จับจ้องแค่เขา ผู้ชายคนนั้นที่เอาเงินมาให้ฉันจำนวนหนึ่งซึ่งมันเยอะมาก เขามองฉันราวกับแผดเผาฉันด้วยแววตา ใบหน้า ริมฝีปาก ทุกอย่างที่เป็นเขามันทำให้ฉันสั่นไหว แม้แต่สัมผัสมือแค่เสี้ยวเดียวมันก็ทำให้ฉันไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

ผู้ชายคนนั้นมีสีหน้าเย็นชา หล่อเหลาและให้เดาเขาต้องอายุมากกว่าฉันแน่นอน

เป็นครั้งแรกที่ฉันหวั่นไหวกับหน้าตาของผู้ชาย ฉันเจอผู้ชายมาเยอะ แต่คนที่สะกดฉันให้หมอบแทบเท้า มีแต่เขาคนนั้น ใครคนนั้นที่ฉันต้องปัดออกไปจากหัวสมองตอนนี้

“เป็นไร ทำหน้ามึนจัง”

“เปล่า เลิกคลาสล่ะ” ฉันไม่ตอบคำถามของลมเพแต่เป็นจังหวะที่หมดคาบเรียนวันนี้พอดี และยังไม่ทันได้ออกจากห้อง น้ำเสียงเยาะเย้ยก็ดังขึ้นมาซะก่อน

“ไงชีส ทำงานบริการผู้ชายเป็นไงบ้าง มันดีไหม?” มุกดาเดินตรงมาหาฉันพร้อมกับกอดอกมองตั้งแต่หัวจรดเท้า รอยยิ้มเย้ยหยันผุดขึ้นอยู่บนมุมปาก ท่าทางคอเชิดนั่นอยากจะกระชากมาตบให้หายคันเลยจริงๆ

“ไม่อยากเชื่อเลยนะว่าคุณหนูชีสจะตกต่ำ ถึงขนาดไปขายตัวอยู่ในคลับเฉพาะ”

“นี่มุกพูดบ้าอะไรของเธอ ถึงชีสจะทำงานในคลับผู้ชายแต่ใช่ว่าชีสจะต้องทำตัวแบบนั้นนะ”

“อ่อเหรอ ใครๆ ก็รู้ คลับเฉพาะนั้นถึงจะดังและมีกฎเกณฑ์มากแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้ห้ามนี่นาว่า ไม่ให้ขายตัว” หล่อนกระแทกคำพูดใส่หน้าฉันอย่างดูถูก ทุกคนในมหาลัยรู้หมดล่ะว่าฉันทำงานแบบไหน แต่แล้วไง ฉันสนเหรอ? เปล่าเลย ไม่ได้มาให้ฉันกิน ทำไมต้องสนอะ

“พอเหอะลม ฉันไม่ได้ทำแบบนั้นใครจะว่ายังไงก็ช่างเถอะ”

“แต่ว่าชีส...”

“คนที่มันว่า ขนาดไม่ขายยังไม่มีปัญญาหาผู้ชายมากินเลย” รอยยิ้มผุดขึ้นเมื่อเก็บของทุกอย่างลงกระเป๋า มุกดากับเพื่อนต่างพากันถอนหายใจพร้อมไฝว้กับฉันทุกเมื่อ แต่ฉันไม่ใช่เมื่อก่อนนะ จะตบตีให้ตัวเองมีรอยแผลไม่ได้ ไม่งั้นการทำงานด้านนี้มันจะลำบากพอดู

“เฮ้อ ขนาดผู้ชายคนเดียวยังปล่อยเขามาให้ฉันได้ นับประสาอะไรกับถ้าฉันขายจริงๆ”

“ถ้าเธอจะหมายถึงแดน ฉันไม่สนใจหรอกนะ ถือว่าปล่อยให้หมามันไปกินกับหมาด้วยกัน” ฉันกลอกตามองบน เบ้ปากราวกับเรื่องที่เธอพูดมันไม่ได้เข้าหูสักนิด

“นี่ขนาดไม่สนนะ ยังตามรังควานฉันขนาดนี้... ผู้ชายเขาไม่เอาก็น่าจะยอมรับนะมุกดา” หล่อนยกมือขึ้นเตรียมจะตบฉัน เพื่อนในคลาสไม่มีใครห้ามและเตรียมมือถือถ่ายคลิปเพื่อลงประจาน

นี่แหละสังคมสมัยนี้ ไปทางไหนก็เจอแต่คนเห็นแก่ตัว

“คิดจะตบฉัน คิดดูให้ดีนะว่าจมูกเธอทำมาเท่าไหร่ แก้มเธอฉีดโบมาเท่าไหร่” ฉันชี้นิ้วไปตามใบหน้าของหล่อน พร้อมกับกระตุยิ้ม

“รวมๆ แล้วคงจะหลายอยู่นะ อยากหน้าพังต่อเหรอ คราวนี้ไปทำคงจะเหมือนตุ๊กตายางเข้าไปทุกที!”

เรียกเสียงหัวเราะให้กับคนในคลาสเรียน ฉันรู้หมดล่ะว่าหล่อนทำมาขนาดไหน ทั้งนม ทั้งหน้า ทั้งตัว ฉันไม่กลัวหรอกนะถ้าหล่อนจะหาว่าฉันทำเหมือนกัน

แต่ของฉันของจริง! แม่ให้มา พ่อให้มา สวยใสไม่ศัลยกรรมค่ะ! ชัดมะ

“ฉันไม่มีเวลามานั่งทะเลาะกับเธอเหมือนแต่ก่อนนะมุกดา...” พูดเสร็จก็เดินสวนหล่อนออกไป แต่ทว่าคำพูดของหล่อนกับทำให้ฉันชะงักอยู่ที่หน้าประตู

“ขายตัวแล้วยังจะบอกว่าไม่ เหอะ อีคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ!”

อารมณ์ของฉันตอนนี้อยู่ในโหมดจะทำร้ายทุกอย่างที่ขวางหน้า รู้ไหมว่าเป็นแต่ก่อนฉันคงเดินไปตบหน้าเธอแล้วล่ะ แต่ตอนนี้ฉันไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป ถ้าเกิดมีเรื่องคนที่จะมาเคลียร์นี้จะไม่ใช่ใครที่ไหน ถ้าไม่ใช่พ่อของฉัน

“หึ พูดความจริงรับไม่ได้หรือไง เธอมันก็เป็นแบบนี้ล่ะชีส ทำอะไรไม่เป็นสักอย่างดีแต่แรดไปเรื่อย ถนัดนักเรื่องแย่งผู้ชาย ถนัดนักไอ้เรื่องต่ำๆ”

“ถ้าฉันถนัดแต่เรื่องต่ำๆ เธอเองก็ไม่ต่างกันหรอกนะมุกดา” ฉันหันหน้าไปเผชิญกับหล่อนอีกครั้ง กำหมัดแน่นจนลมเพจะตอบโต้แทน

“ต่ำตมคงเป็นเธอมากกว่ามั้งมุกดาไม่ใช่ชีส”

“หล่อนก็อีกคนยัยลมเพ เข้าข้างเพื่อนขายตัว เหมาะสมกันดีนะ”

“ด่าฉันได้ แต่อย่าแตะเพื่อนฉัน” มุกดาเบ้ปาก จนฉันถอนหายใจเอียงคอมองหล่อน “ก่อนที่เธอจะว่าใคร ช่วยดูตัวเองด้วยนะ หาเงินเลี้ยงตัวเองให้ได้อย่างฉันก่อน ค่อยมาว่ากัน”

“หึ”

“ถึงฉันจะทำงานที่คลับเฉพาะ แต่ฉันไม่จำเป็นต้องมานั่งอธิบายให้ควายฟังหรอกว่า ฉันไม่ได้ขายตัว” มุกดารวมถึงทุกคนในที่นี้ถึงกับหน้าถอดสี รอยยิ้มผุดขึ้นอย่างสะใจ

“เพราะพวกควายไม่ได้มาให้ฉันกินฉันใช้ ทำไมจะต้องสนใจด้วย... ฉันทำงานหาเงินด้วยร่างกายของฉัน แต่มันก็ไม่ได้ไปหนักส่วนไหนของใคร ที่สำคัญไอ้พวกดูถูกน่ะ ยังแบมือขอตังพ่อแม่กินหนมอยู่ไม่ใช่” 

ฉันยิ้มส่งท้ายพลางจูงมือลมเพออกจากคลาสเรียน ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก อย่างน้อยก็ไม่ได้ฉุนขาดถึงขนาดกระโจนไปตบยัยมุกดา

“น่าจะตบสักหน่อย เอาให้จมูกเบี้ยวไปเลย”

“ไม่เอาอะ มีเรื่องใครกันที่จะมาเคลียร์ถ้าไม่ใช่พ่อของฉัน”

“ก็จริงนะ กินน้ำก่อนต่อปากต่อคำกับควายที่ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง เหนื่อยเปล่าๆ” ฉันหัวเราะเมื่อรับน้ำเปล่าจากมือลมเพที่วิ่งไปซื้อให้ เราสองคนนั่งอยู่หน้าคณะเพราะฉันรอเวลาหกโมงถึงจะเข้าไปทำงาน

“วันนี้ให้ไปรับไหม?”

“ไม่เป็นไร วันนี้ฉันไปเองกลับเองได้”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป