บทนำ
นี่คือสิ่งที่เขาต้องการจากฉันใช่ไหม ก็ถ้าใช่ต้องลองดูกันสักตั้ง
คนอย่าง ชีส ที่เกลียดเซ็กส์เข้ากระดูก จะไม่มีวันยอมง่ายกับผู้ชายอย่างเขาเด็ดขาด ถึงแม้ว่าเขาจะดึงดูดฉันในครั้งแรกที่เจอกันก็เถอะ
บท 1
กฎปฏิบัติในการเข้า BAD NIGHT CLUB
กฎข้อที่1 ห้ามผู้ชายทำการล่วงเกินผู้หญิงซึ่งให้ความสุขพวกเขาด้วยการเต้นให้ความสุข ตามจำนวนเงินที่ได้รับ
กฎข้อที่2 เมื่อถูกใจใครจะต้องจองตัวด้วยเงินค่าตัวซึ่งแล้วแต่ค่าตัวของผู้หญิงที่ถูกตั้งไว้
กฎข้อที่3 เมื่อผู้หญิงมาเต้นให้ดูต่อหน้าหรือนั่งกินเป็นเพื่อน ไม่ว่าจะมีอารมณ์หรือต้องการมากเพียงใด ทำได้แค่มอง ห้ามแตะต้องหรือลูบคลำ มิเช่นนั้นการ์ดที่เฝ้ามองอยู่จะจัดการขั้นเด็ดขาด
กฎข้อที่4 ห้ามหวั่นไหวกับผู้ชายที่มาใช้บริการ นัดกันนอกรอบไม่ว่า แต่ห้าม... ซื้อขายกันในคลับ
ขอควรปฏิบัติการมาเที่ยว BAD NIGHT CLUB
ร่างสูงสวมชุดนักศึกษากระโปรงทรงเอสั้น เสื้อนักศึกษารัดฟิตตัวเล็กพอเหมาะกับรูปร่างของเธอ ใบหน้าสวย ริมฝีปากนูนน่าสัมผัส ผมสีดำยาวสลวยถูกรวบไว้หลวมๆ ส่วนสูง 168 ซม. อายุยี่สิบปี เรียนปีสองอยู่คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบแฟชั่น หรือ Fashion Designer เดินเข้ามาในบ้านขนาดใหญ่โต ลูกสาวเจ้าสัวนักธุรกิจคนดัง ทุกคนต่างพากันเรียกเธอว่า ‘คุณหนูชีส’
ใบหน้าสวยกวาดสายตามองไปยังรอบบ้าน เพื่อมองหาพ่อของตัวเองเนื่องจากบัตรเครดิตที่มีวงเงินอยู่จำนวนไม่มากได้หมดลง เหตุเพราะเธอนำเงินตรงนั้นไปซื้อกระเป๋าราคาแพง เสื้อผ้า และอีกมากมาย แต่ทว่ากลับได้ยินเสียงไม่คุ้นหูหรือพูดง่ายๆ เลยคือน้ำเสียงที่เธอเกลียดมากที่สุด
เมียน้อยของพ่อ!
สองเท้าอยู่บนส้นสูงสีดำเกือบสี่นิ้วพาไปยังห้องครัว ซึ่งแม่บ้านและคนใช้ต่างพากันนินทาจนเธอยืนกอดอกมองเพราะยังไม่มีใครรู้การมาของเธอ
“คุณหนูชีสเนี่ยเอาแต่ใจมากเลยนะคะคุณหญิง ใช้เงินยิ่งกว่าเบี้ยกว่าหอย”
“อย่าพูดไปนะคุณแม่บ้าน ถึงยังไงคุณชีสก็เป็นลูกของเจ้าสัว พ่อลูกกันก็ต้องตามใจกันเป็นธรรมดา” สีหน้าบ่งบอกถึงอารมณ์เดือดสุดขีด แต่ก็ยังคงข่มอารมณ์เพื่อยืนฟังว่าหล่อนจะว่าอะไรเธออีก
“คุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ดีแต่ผลาญเงินพ่อแบบนี้ ต่อให้ออกจากบ้านหลังนี้ไปก็ทำอะไรไม่เป็นหรอกจ๊ะ”
หัวใจกระตุกราวกับหล่อนเอาเท้ามาเหยียบเล่น ชีสทำได้เพียงกำหมัดแน่นมองแผ่นหลังของเมียน้อยพ่อซึ่งต่อให้ตบแต่งกันแล้ว แต่เธอก็ไม่เคยยอมรับคนที่จะมาแทนที่แม่ของเธอจริงๆ ได้ ถึงจะล่วงลับไปแล้วก็ตาม
แต่คุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ? ดูถูกกันชัดๆ อยากจะไล่เธอออกจากบ้านหลังนี้เพราะตัวเองจะได้หุบสมบัติล่ะสิ
“ฉันล่ะสงสารเจ้าสัว มีลูกสาวคนเดียวก็เที่ยวเก่ง ใช้เงินเก่ง แถมยังมีผู้ชายมาติดพันอีกต่างหาก เฮ้อ”
“คุณหญิงก็น่าจะปรามคุณหนูบ้างนะคะ ยังไงคุณหญิงก็เป็นภรรยาท่านเจ้าสัว”
“ฉันทำอะไรมากไม่ได้หรอกจ๊ะ คุณหนูชีสเธอฟังฉันที่ไหน เกลียดฉันอย่างกับอะไรดี... ยิ่งถ้าฉันไปสอนเธอ มีหวังเธอคงเกลียดฉันมากกว่านี้แน่” ไม่พูดเปล่าเธอทำหน้าจะร้องไห้ จนชีสกำหมัดเดินไปซ้อนด้านหลัง แม่บ้านและคนใช้ต่างเบิกตากว้าง แพรวรรณหันมามองชีสก็ตกใจไม่น้อยแต่ก็ยิ้มสู้เสือ
“กลับมาแล้วเหรอคะคุณหนู”
“ใช่ กลับมาแล้ว... กลับมาพอจะได้ยินว่าพวกเธอกำลังนินทาอะไรฉันอยู่ไง” รอยยิ้มร้ายปรากฏขึ้น มองสบตากับบรรดาคนใช้ที่พากันหลบสายตา
“ว่าฉันเป็นคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ผลาญเงินพ่อไปวันๆ เที่ยวเก่ง มีผู้ชายมาติดพัน”
“เออ...”
“แล้วที่หล่อนมาจับพ่อฉันเนี่ย ไม่เรียกว่าติดพันเหมือนกันเหรอ?” ชีสเอียงคอมองแพรวรรณซึ่งมองเธออย่างโกรธเคือง แต่เพราะเป็นถึงคุณหญิงบ้านหลังนี้คงจะไม่ดีแน่ถ้าทำให้คนในบ้านรับรู้ว่าหล่อนต้องการกำจัดลูกสาวของเจ้าสัวให้พ้นไปจากบ้านหลังนี้
เธอเองก็เกลียดชีสซึ่งเคยพังงานแต่งของเธอกับเจ้าสัวมาแล้วไง เด็กคนนี้ร้ายไม่เบา
“แต่เจ้าสัวก็เลือกฉันเป็นเมียนะคะ เป็นแม่...”
“หุบปากของหล่อนซะ ฉันไม่มีแม่อย่างหล่อน แม่ของฉันมีได้แค่คนเดียว!” เพราะทนต่อแรงนินทาและทนต่อแรงกดดันแบบนี้ไม่ไหว ชีสเลยตัดสินใจไม่ให้ใครมาดูถูกตัวเอง ตอนนี้เธอกำลังคุยกับพ่อที่กำลังหลงเมียน้อยอย่างหนัก
“พ่อไม่ให้ไป”
“แต่มีคนบอกว่าชีสเป็นคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ผลาญเงินพ่อทั้งที่ตัวเองก็ผลาญไม่ต่างกัน”
“ใคร?”
“เมียพ่อไงคะ จะใครซะล่ะ” เธอยิ้มให้กับแพรวรรณซึ่งนั่งทำหน้าเศร้าอยู่
“ใส่ร้ายคุณแพรอีกแล้ว”
“ใส่ร้ายเหรอ? เหอะ พ่อก็เข้าข้างหล่อนเสมอล่ะ คงจะรอให้หมดตัวก่อนถึงจะรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ต้องการอะไรจากพ่อ ถ้าไม่ใช่เงิน” ชีสเบ้ปากไขว่ห้างมองสบตากับยัยผู้หญิงแพศยา การที่เธอไปจากที่นี่มันไม่ใช่เพราะเธอทนต่อแรงกดดันไม่ไหว แต่ถ้ายัยเมียน้อยยังดูถูกเธอ
เธอจะทำให้เห็นเองล่ะว่าเธอก็อยู่ได้ โดยไม่ใช้เงินของพ่อ ลบคำสบประมาทคนที่ดูถูกเธอไง
“ลูกก็เป็นแบบนี้ คุณแพรก็พูดถูก ลูกใช้เงินเก่งมากเดือนหนึ่งหมดไปเกือบครึ่งล้าน แล้วเรื่องแฟนอีก... คบอะไรกันทำไมจะต้องไปหากันบ่อย เรื่องเรียนอีกก็ไม่ค่อยจะตั้งใจ”
“เรื่องเรียนชีสไม่เคยขาด เพราะแม่สอนไว้ว่าควรหาวิชาใส่ตัวไว้ ไม่รู้ว่าใครเป่าหูพ่อนะ ส่วนเรื่องเงิน ถ้าเงินพ่อมันจะหมดเร็วเพราะชีส โอเคงั้นเอาบัตรคืนไป” ชีสหยิบกระเป๋าราคาแพงของตัวเองออกมาหยิบบัตรเครดิตทั้งหมดวางลงกับโต๊ะ สบตากับผู้เป็นพ่อที่จับจ้องเธออย่างโมโห
“เรื่องแดน ทำไมล่ะคะก็เราเป็นแฟนกัน ทำไมจะไปไหนมาไหนด้วยกันไม่ได้?”
“ไปได้ แต่ข่าวของแกมันออกมาจนพ่อปวดหัว”
“งั้นก็ไม่ต้องปวดหัวแล้วนะคะ เพราะชีสจะไปอยู่คอนโดของแม่” พ่อของเธอถึงกับโกรธ ในเมื่ออวดเก่งดีนักก็ได้
“แกจะเอาแบบนี้ใช่ไหมชีส”
“พ่อไม่ต้องสนใจหรอก ถึงชีสออกไปชีสก็ไม่อดตาย... ชีสไม่ใช่คุณหนูที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ชีสหางานทำเองได้”
“เหอะ อย่างแกน่ะเหรอจะทำอะไรเป็น ชีวิตสุขสบายมาตลอด”
“งั้นพ่อก็คอยดู คอยฟังข่าวก็แล้วกัน คนอย่างชีสถ้าออกจากบ้านหลังนี้แล้วอดตายก็ให้มันรู้ไป!”
“ชีส!” เธอไม่สนใจคำพูดไล่หลังซึ่งเป็นคำพูดดูถูกจากคนเป็นพ่อ เธอไม่สนใจหรอกว่าจะทำอะไรไม่เป็น แต่เธอจะทำมันให้ได้ อย่างที่บอกไง
ถ้าการเดินออกมาจากที่ที่สุขสบายแล้วไปลำบากมันจะทำให้เธออดตาย ก็ให้มันรู้ไป
แล้วเราจะได้เห็นดีกันพ่อ... คนอย่างชีสไม่มีวันยอมให้ใครมาดูถูกเด็ดขาด!
<br/>ปัจจุบัน
“ชีสใกล้เวลาแล้วนะ”
“ค่ะ” เสียงเล็กดังขึ้น เรียกสติของฉันให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน เมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์ในวันนั้นทำให้ฉันต้องมาอยู่ในสถานที่แห่งนี้
<strong>‘คลับเฉพาะผู้ชาย’</strong> หรือเรียกง่ายๆ คลับบริการผู้ชายทุกรูปแบบแต่ไม่มีเรื่องเพศสัมพันธ์เข้ามาเกี่ยว
ฉันชื่อชีส ลูกสาวของเจ้าสัวนักธุรกิจดัง แต่ชีวิตมันผกผันนิดหน่อยจำต้องมาเต้นกินรำกินอยู่ในสถานที่ที่มีแต่คนดูถูกเหยียดหยาม แต่ฉันไม่สนใจ ใครจะว่าอะไรก็ช่าง ขอแค่ได้เงิน และได้ปั่นหัวพ่อมันทำให้ฉันมีความสุขแล้วล่ะ
ในเมื่อพ่อดูถูกว่าฉันคงหางานทำไม่ได้ ฉันก็จัดงานที่ทำให้พ่อปวดหัวได้ การเต้นยั่วยวนสายตาผู้ชายในคลับเฉพาะมันคงเป็นอะไรที่น่าสนุกดีนะ ทุกคนในที่นี้ไม่มีใครรู้ว่าฉันเป็นใคร ถ้าเกิดรู้ฉันก็คงจะไม่ได้มาทำงานในนี้แน่นอน
“น้องชีสมาแล้ว”
“อยากกินชีสชะมัด แต่ไม่เคยจองตัวได้สักที” เสียงของผู้ชายซึ่งกำลังนั่งอยู่หน้าเวที มีเพียงแค่ต้นเสาต้นเดียวที่ทำให้ฉันวาดลวดลายขยี้ใจชายพวกนี้ พวกหื่นกาม...
BAD NIGTH CLUB เป็นคลับบริการผู้ชายที่รับเฉพาะพวกบรรดาคนดัง ไฮโซและคนมีอิทธิพล พวกผู้ชายทั่วไปไม่มีสิทธิ์เข้ามาเหยียบย่างในนี้ด้วยซ้ำ
เสียงเพลงดังขึ้น เมื่อฉันออกสเต็ปการเต้นซึ่งถูกสอนมาอย่างดีจากรุ่นพี่ที่อยู่ในนี้ ฉันทำงานที่นี่ได้สามเดือนเต็มหลังจากออกมาจากบ้าน ความจริงฉันลังเลที่จะมาสมัครงานในที่แบบนี้ แต่เพราะความเอาแต่ใจและความสะใจของตัวเองล้วนๆ เลยตกลงปลงใจเลือกที่นี่เป็นแหล่งทำมาหากิน ด้วยหน้าตาและรูปร่าง ทำให้การสมัครงานผ่านไปได้อย่างสบาย รวมถึงการออกลวดลายทำให้ลูกค้าติดฉันหนักมาก
มันอาจจะเป็นเรื่องน่าอายสำหรับใคร แต่ไม่ใช่สำหรับฉัน ตอนนี้ฉันไม่ใช่คุณหนูชีสที่รอเงินจากพ่อ แต่ฉันเป็นแค่ชีสนักศึกษาธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ต้องหาเลี้ยงตัวเอง ข่าวของฉันถูกแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วในมหาลัย ทุกคนต่างพากันนินทาว่าฉันมาขายตัวเพื่อแลกกับเงิน แต่ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ดีไปกว่าตัวของฉัน
นินทาก็นินทาไปสิ ไม่ได้มาให้ฉันกินนี่
“วู้วๆ รูดเสาหน่อยจ้า น้องชีส” เงินจำนวนหนึ่งถูกโปรยขึ้นมาบนเวที ฉันยิ้มหวานก่อนจะคลานเข่าตรงไปหาผู้ชายตรงหน้าซึ่งเอื้อมมือจนมาจับตัวฉัน แต่ทว่าการ์ดที่ยืนอยู่ข้างเวทีเอามือป้องกันไว้ก่อน
อย่าคิดว่าที่นี่จะง่าย มีกฎเกณฑ์อย่างดี เพราะฉะนั้นไม่ได้หวังจะแอ้มฉันหรอก
“เงินจ่าย มืออย่าต้อง นัดลับหลังได้ แต่ห้ามซื้อกินในคลับ” เพราะแบบนี้ไง ผู้ชายทุกคนถึงได้เสียดายและมานั่งดูฉันทุกวัน เนื่องจากฉันไม่เคยไปขายลับหลัง ฉันมีศักดิ์ศรีพอที่จะไม่ทำเรื่องแบบนั้น
เมื่อหมดคิวฉันก็กลับไปยังห้องแต่งตัวซึ่งตอนนี้เวลาก็ผ่านไปจนถึงเที่ยงคืนแล้ว หมดเวลางานของฉันและเงินที่ได้มาจากบนเวทีก็ไม่ใช่น้อยๆ ทุกคืนฉันจะได้เงินจากตรงนั้นไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่น แถมยังได้เงินเดือนต่างหากอีก
“เห็นไหมล่ะพ่อ ชีสไม่ใช่คุณหนูที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ... แล้วพ่อจะรู้ว่าลูกสาวคนนี้ เก่งแค่ไหน” ฉันยกยิ้มให้กับตัวเอง กระจกบานใหญ่กำลังส่องตัวตนที่แท้จริงของฉัน
“ชีส กลับยัง?” เสียงเล็กพร้อมกับร่างสวยสวมชุดเดรสสั้นสีดำ ผมยาวสีน้ำตาลเข้ม ดวงตากลมโตสวมแว่นซึ่งขัดกับบุคลิกของเธอตอนนี้มากๆ
“ลม แต่งตัวเซ็กซี่แต่ใส่แว่น เพื่อ?”
“ก็มันไม่ชินตานี่นา ถอดก็ได้” เธอถอดแว่นตาออก เผยให้เห็นใบหน้าเรียวยาว ‘ลมเพ’ เพื่อนรักของฉันเพียงคนเดียวที่อยู่ข้างฉันมาตลอด เธอห้ามฉันไม่ให้มาทำงานที่นี่ด้วยซ้ำ แต่ก็อย่างว่าไม่มีใครห้ามฉันได้หรอกนะ
“แดนมาแล้วเหรอ?”
“เปล่านี่” ฉันขมวดคิ้วถึงแฟนตัวดี ก่อนจะหยิบมือถือออกมาดูก็พบว่าเขาไม่ได้มารับเพราะพ่อกับแม่เรียกตัวไปกินข้าว ให้เดาคือการสั่งให้เลิกกับฉันแน่นอน พ่อกับแม่ขอแดนไม่ชอบฉันหรอก กลัวว่าฉันจะไปหลอกลูกชายเขามั้ง พอรู้ว่าฉันตัดขาดกับพ่อที่เป็นเจ้าสัวก็ถอยหนี คงจะไม่ชอบใจด้วยที่ฉันมาทำงานแบบนี้
แต่ขอโทษที พอดีแดนเขาหลงฉันจริงจังมาก
“ช่างเหอะ กลับกันพรุ่งนี้มีเรียน” ลมเพพยักหน้ารับ เธอเป็นลูกสาวของคุณหญิงลัดดาซึ่งมีชื่อเสียงไม่น้อย แต่เธอเลือกที่จะมาคบกับฉันเหตุเพราะว่าเราสองคนมีนิสัยที่คล้ายกัน ลมเพเป็นผู้หญิงที่สวย หยิ่ง จองหองเฉพาะกับคนที่เธอไม่ชอบด้วย
“เดี๋ยวขอแวะซื้อขนมให้แม่ก่อนนะ ดีที่ร้านนี้ปิดดึก”
“อืม ฉันจะลงไปซื้อกาแฟสักหน่อย” เราสองคนลงจากรถเมื่อรถจอดลงข้างริมฟุตบาทและร้านอาหารมากมายก็เริ่มจะปิดตัวลง ลมเพเดินเยื้องไปร้านขนมเบเกอรี่ ส่วนฉันก็เดินไปยังร้านกาแฟซึ่งเป็นหน้าร้านอยู่ติดกับร้านอาหารอิตาลีร้านดัง เห็นแล้วอยากจะเข้าไปนั่งกินอาหารในนั้น ถ้าปกติฉันคงมีปัญญาเข้าไปกิน แต่ตอนนี้ฉันไม่มีปัญญาจะผ่านหรือมองเข้าไปในร้านด้วยซ้ำ เมื่อจ้องมองร้านอาหารจนสมใจแล้วฉันเลยถอยหลังไปยังร้านกาแฟ
พลั่ก
“อ๊ะ!”
“ขอโทษ” แผ่นหลังชนเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ก้มลงเก็บกระเป๋าเงินให้ แต่ทว่าฉันไม่เห็นใบหน้าของเขาเนื่องจากเขาเอี้ยวตัวไปคุยกับใครบางคนที่มาด้วยกัน
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“เดี๋ยวฉันว่าเรื่องผับใต้ดินลองขยับขยายดูแล้วกัน จะได้รองรับคนมาเที่ยวได้มากขึ้น...”
สองมือรับกระเป๋ามาโดยที่ฉันยังไม่ทันได้ขอบคุณด้วยซ้ำ เขาก็เดินเข้าไปในร้านอาหารอิตาลี สายตามองไปยังหลังคอของเขาก็พบเพียงแค่รอยสักรูปปีกนางฟ้าสีดำ ทรงผมดำสนิทเสยขึ้นไปแค่นั้น แต่งตัวดูดีเหมาะสมที่จะเข้าไปนั่งในร้านอาหารหรูหราแบบนั้น ฉันส่ายหน้าไปมามองกาแฟในมือ อย่างฉันในตอนนี้ก็ได้แค่นี้ล่ะ
เมื่อได้ของตามที่ต้องการลมเพก็ขยับรถมาส่งฉันยังคอนโดหรูซึ่งเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายของแม่ที่ทิ้งไว้ให้ก่อนจะจากไปอย่างสงบตอนฉันเรียนอยู่ม.ปลาย สิ่งเดียวที่พ่อไม่สามารถพรากไปจากฉันได้
“ทำแบบนี้คุณลุงไม่โมโหแย่เหรอ?”
“ฉันสนที่ไหนล่ะ รถ เงิน ฉันไม่ได้เอาของพ่อมาใช้สักบาท ดีที่คอนโดเป็นของแม่ ไม่งั้นฉันคงต้องระเห็จไปอยู่หอ”
“เฮ้อ ไม่อยากให้ทำงานในคลับเลย มัน...”
“ดีสิ ฉันชอบ” ที่ชอบไม่ใช่เพราะอะไร มันสะใจดีเวลาพ่อรู้ว่าฉันมาทำอะไรแบบนี้ ที่สำคัญเมียน้อยของพ่อจะได้รู้ว่าคนอย่างฉันไม่ใช่คุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ สามเดือนที่ผ่านมาฉันก็อยู่ได้โดยไม่มีเงินพกถึงแสน ฉันมีเงินแค่พอประทังชีวิต กินติดดินซึ่งกว่าจะปรับตัวเองได้ก็ใช้เวลาพอควร
“กลับไปคุยกับคุณลุงดีกว่าไหมอะ”
“ดึกแล้ว พรุ่งนี้มีเรียนกลับเถอะลม ขอบใจนะที่ไปรับ” ฉันตัดคำเพื่อน ลมเพมักจะพูดให้ฉันใจอ่อนไปขอโทษพ่อ แต่คนอย่างชีสไม่มีวันกลับไป ถ้าอยู่ไม่ได้ก็ขออดตาย!
สองเท้าก้าวเข้ามาในห้องซึ่งกว้างพอดี มีมุมรับแขกห้องนอนและเครื่องอำนวยความสะดวกที่ฉันเคยซื้อมาไว้ที่นี่ เสื้อผ้าของฉันที่บ้านหลังใหญ่ก็ขนออกมาจนหมด ฉันไม่แคร์หรอกนะถ้าต้องกลับมาต้มมาม่ากินทุกคืน
แล้วไง? ก็อิ่มท้องเหมือนกันหรือเปล่า
หลังจากอาบน้ำเสร็จฉันสวมชุดนอนสายเดี่ยวเซ็กซี่สีดำ นั่งทาครีมอยู่ตรงโซฟามองไปยังทิวทัศน์ยามค่ำคืน พลางถอนหายใจเมื่อนึกถึงชีวิตของตัวเองซึ่งเคยสุขสบาย แต่จะคิดให้มันปวดหัวทำไมล่ะ ฉันเลือกเดินออกมาเองนี่
ออด~
เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นทำให้ฉันรับรู้ถึงการมาของใครสักคน มีไม่กี่คนหรอกนะที่รู้จักคอนโดของฉัน ลมเพเพื่อนของฉันและ...
“ไงที่รัก”
“แดน” ชายหนุ่มรุ่นเดียวกับฉัน เรียนปีสองคณะวิศวกรรมฯ เขาพุ่งตรงมากอดฉันอย่างแนบแน่น ริมฝีปากจูบลงบนไหล่เปลือยเปล่า
“คิดถึงที่สุดเลยครับ” น้ำเสียงอ้อนของเขา พร้อมกับร่างกายอุ่นกำลังเสียดสีกับฉัน ต้นขาของฉันถูกยกขึ้นเกี่ยวเอวหนาไว้ ริมฝีปากร้อนบดจูบฉันราวกับโหยหาชนิดที่ว่าเราแทบจะกดกันบนโซฟา
“อื้อ พอแล้วแดน วันนี้ชีสเหนื่อย”
“อยากเหนื่อยกับแดนบ้างไหมอะ แดนอยากเหนื่อยกับชีสบ้าง” เขาทำหน้าน่ารักจนฉันยิ้มกว้าง
“ไม่ได้ค่ะ รอก่อนนะ แดนอย่าหื่นให้มากนักสิ”
ฉันรู้ว่าเขาต้องการอะไรจากฉัน ใช่ เซ็กส์ไง แดนต้องการมันมากที่สุด เขาคบกับฉันมาได้ประมาณสองเดือนเพราะก่อนหน้านั้นฉันยังไม่ได้ตกลงกับเขาแน่นอน
ทำไมฉันถึงเลือกคบกับเขา เหตุผลอย่างแรกคือฉันหมั่นไส้ยัยมุกดาที่เป็นเดือนคณะ หล่อนคุยโวว่าแดนมาจีบ แต่ความจริงแดนจีบฉัน และฉันก็ยังไม่ได้ตกลงด้วยความอยากหักหน้ายัยนั่น ก็เลยประกาศคบกับเขาซึ่งเป็นแบดแห่งคณะวิศวกรรมฯ ฉันรู้ดีว่าเขาแบดแค่ไหน แต่ผู้หญิงชอบผู้ชายเลว เลวแล้วฮอต ฮอต รวย หล่อเป็นใครไม่เอาบ้างล่ะ
และที่แดนยังคงคบกับฉันอยู่ถึงแม้ฉันจะทำงานด้านนี้ เขาก็ไม่สน เพราะฉันไม่ได้ง่ายเหมือนกับผู้หญิงคนก่อนของเขาไง
“หื่นกับแฟน ผิดตรงไหนหืม” จมูกโด่งซุกไซ้ลงเนินอก ฝ่ามือหนากำลังเลื่อนเข้าไปในกายจนฉันจับมือเขาไว้
“ถ้าแดนไม่หยุด ชีสจะให้ไปนอนที่อื่นจริงๆ ด้วย”
“โอเคครับ ปล่อยก็ได้” ร่างสูงผละจากตัวฉัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเขาต้องการฉันมากขนาดนี้ บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น...
ถ้าจะกินชีส ต้องทำให้ชีสสมยอม นั่นแหละได้กินของจริง!
“เมื่อไหร่จะเลิกทำงานแบบนั้นสักที แดนเลี้ยงชีสได้นะ”
“แดนจะให้พ่อกับแม่แดนดูถูกชีสไปถึงไหน แค่นี้ท่านยังดูถูกไม่พอ” ฉันนั่งไขว่ห้างมองไปยังหน้าทีวีจนแดนขยับมาใกล้ๆ จูบบนไหล่เปลือยเปล่าของฉันอีกครั้ง
“แดนไม่ชอบให้ใครมองชีส แดนหวง”
“เฮ้อ ชีสเลือกแล้ว ทั้งแดนและลมไม่มีสิทธิ์มาห้ามชีส” เขาทำหน้าบูดจนฉันเสยผมเขาขึ้นไป จูบไปยังหน้าผากกว้าง
“ไปอาบน้ำนะคะ เดี๋ยวจะได้นอนพร้อมกัน”
“ก่อนนอน ให้แดนเปิดชีสไม่ได้เหรอ?”
“แดน ถ้าขืนยังพูดเรื่องเซ็กส์กับชีสอีกครั้ง แดนรู้นะว่าชีสจะทำยังไง” ฉันมองเขาตาเขม็ง ใบหน้าหล่อทำหน้าเบื่อหน่ายเดินถอดเสื้อเข้าห้องนอนไปเพื่ออาบน้ำ
ฉันรู้ว่าเขาต้องการแค่ไหน แต่ฉันไม่พร้อมที่จะมีอะไรกับคนอย่างเขา แดนไม่ใช่ผู้ชายที่หยุดแค่ฉันคนเดียว ผู้ชายที่โลเลฝากชีวิตไว้ด้วยไม่ได้แบบเขา ฉันไม่มีวันยอม...
ดวงตาเหม่อมองไปยังทิวทัศน์ด้านนอก หากแต่ว่าดันกลับนึกไปถึงผู้ชายคนหนึ่งที่เดินชนกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ รอยสักตรงหลังคอของเขาที่เป็นรูปปีกนางฟ้าสีดำ ใบหน้าด้านข้างที่ฉันเห็นเพียงแค่จมูกโด่งๆ สันกรามเรียวและแผ่นหลังซึ่งดูกว้างราวกับสามารถปกป้องใครต่อใครได้ ใช่ ฉันเห็นแค่นั้นล่ะ แต่ทำไมกัน... ทำไมต้องเอาเก็บมาคิดด้วยเนี่ย ฉันส่ายหน้าไปมาพลางทาครีมไปตามร่างกาย
“ถ้าจะบ้า เจอกันบังเอิญแบบนั้น จะไปนึกถึงทำไม”
บทล่าสุด
#96 บทที่ 96 PURSUE LOVE CHIANTI #เคียนติกินชีส :: CHAPTER 26 [100%] THE END
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#95 บทที่ 95 PURSUE LOVE CHIANTI #เคียนติกินชีส :: CHAPTER 26 [80%]
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#94 บทที่ 94 PURSUE LOVE CHIANTI #เคียนติกินชีส :: CHAPTER 26 [50%]
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#93 บทที่ 93 PURSUE LOVE CHIANTI #เคียนติกินชีส :: CHAPTER 26 [30%]
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#92 บทที่ 92 PURSUE LOVE CHIANTI #เคียนติกินชีส :: CHAPTER 25 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#91 บทที่ 91 PURSUE LOVE CHIANTI #เคียนติกินชีส :: CHAPTER 25 [80%]
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#90 บทที่ 90 PURSUE LOVE CHIANTI #เคียนติกินชีส :: CHAPTER 25 [50%]
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#89 บทที่ 89 PURSUE LOVE CHIANTI #เคียนติกินชีส :: CHAPTER 25 [30%]
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#88 บทที่ 88 PURSUE LOVE CHIANTI #เคียนติกินชีส :: CHAPTER 24 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#87 บทที่ 87 PURSUE LOVE CHIANTI #เคียนติกินชีส :: CHAPTER 24 [80%]
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026
คุณอาจชอบ 😍
สัญญารักประธานร้าย
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
รักระรินใจ
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)













