บทที่ 8 PURSUE LOVE CHIANTI #เคียนติกินชีส :: CHAPTER 2 [70%]

“Yes! เชิญครับ” เขาผายมือให้ฉันเดินไปยังหน้าเคาน์เตอร์บาร์ เมื่อมาถึงฉันก็นั่งเก้าอี้ถัดจากเขาคนนั้น จับจ้องใบหน้าด้านข้างที่มองตรงไปยังชั้นวางขวดเหล้า กระทั่งเพื่อนของเขาจะมานั่งแทรกตรงกลาง

“พี่ชื่อวาคิมนะครับ น้องชีสน่ารักมากเลยนะครับวันนี้”

“ขอบคุณค่ะ” ฉันยิ้มให้กับเขา หากแต่ร่างสูงของคนที่ฉันคุ้นตากลับลุกเดินไปนั่งตรงโซฟา โดยไม่หันกลับมามองเพื่อนของเขาเลยสักนิด ไม่ต่างจากฉันเลยนะที่ไม่ได้ฟังเสียงพูดคุยเอาแต่จับจ้องแผ่นหลังของเขาที่เอาแต่มองไปยังบนเวที

“ว่าไงนะ น้องมาที่ห้องแล้ว เอิ่ม... โอเคครับ พี่จะกลับไปฟันเดี๋ยวนี้ล่ะ” พี่วาคิมหันมาสบตากับฉันที่ยิ้มหวานให้ เขาโค้งศีรษะให้ฉันอย่างมีมารยาท

“พี่ต้องกลับแล้วครับ เสียดายจังน้องชีสอุตส่าห์มานั่งคุยด้วยแต่พี่ต้องกลับก่อน”

“ไม่เป็นไรค่ะ เชิญตามสบายเดี๋ยวชีสก็ต้องไปเต้นตัวต่อตัวอีก”

“ครับผม แล้วไว้เจอกันนะครับ” ถึงจะมาเที่ยวสถานที่แห่งนี้ แต่ผู้ชายคนนี้กลับมีมารยาทไม่ลวนลามด้วยสายตาหรือคำพูด เขาเดินตรงไปแตะไหล่ผู้ชายคนนั้นพูดอะไรสักอย่าง เขาคนนั้นก็โบกมือไล่พี่วาคิมไป ก่อนจะหันมามองฉันแวบหนึ่งและเบือนหน้าหนีไปหน้าเวทีตามเดิม เขาเป็นผู้ชายที่ฉันคุ้นหน้ามาก แต่นึกเท่าไหร่ก็ไม่นึกไม่ออกเลยว่าเคยเจอเขาที่ไหน แต่ก็ช่างเถอะ...

เวลาล่วงเลยมาถึง ฉันก็เตรียมตัวกลับที่พักเพราะพรุ่งนี้มีเรียน แต่วันนี้มันหนักมากจริงๆ นะ เพราะการโดนจองคิวไปเต้นตัวต่อตัว มันทำให้ฉันเหนื่อยมากขึ้นเป็นเท่าตัว แถมยังถูกพูดจาไม่ดีใส่ด้วย ไม่เคยคิดเลยนะว่าชีวิตของการไม่ได้เป็นคุณหนูที่วันๆ ไม่คิดจะทำอะไร ใช้เงินทองของพ่อมาฟุ่มเฟือย ฉันไม่เคยสัมผัสเลยว่าคนสมัยนี้เป็นแบบไหน ชีวิตที่เสวยสุขอยู่บนกองเงินโดยไม่เคยรู้เลยว่า มีอีกหลายชีวิตที่ลำบากและต้องทนกับคนแบบนี้ เช่นงานที่ฉันทำอยู่ตอนนี้

มันสอนฉันได้ดีเลยล่ะ

“น้องชีส พี่มารอน้องชีสครับ” สายตาของฉันหันไปมองชายร่างสูงคนหนึ่งเดินตรงมาหาด้วยสีหน้ายิ้มกริ่ม คนนี้ที่คุยกับฉันในห้องว่าขอซื้อฉันนอกรอบ

“รอทำไมคะ?”

“รอซื้อน้องชีสไง”

“ชีสว่าชีสบอกไปแล้วนะคะ ว่าชีสไม่นอกรอบ” ฉันกอดอกมองออกไปยังท้องถนน ซึ่งป่านนี้มันหาแท็กซี่ได้ยากมาก

“แต่พี่อยากกินชีสจริงๆ นี่นา นะครับพี่ให้เงินเยอะนะ” เขายังคงตื้อฉันอยู่แบบนั้น

“ขอโทษนะคะชีสพูดชัดแล้ว”

“อย่าเล่นตัวนักเลย เที่ยงคืนแล้วป่านนี้ไม่มีรถแท็กซี่ที่ไหนผ่านหรอกครับ”

“งั้นชีสจะกลับเอง ปล่อยด้วยค่ะ” ฉันบิดแขนออกจากมือของเขา แต่ร่างสูงก็ไม่ยอมยกยิ้มพลางกระชากฉันเพื่อให้ไปยังรถของเขา

“นี่ปล่อยฉันนะ! ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ไป”

“ขายเท่าไหร่ก็บอกมาสิ พร้อมจ่าย”

“ก็บอกว่าไม่ขายไง ไอ้บ้า!”

ตุ้บ

“อึก ฉิบ” เมื่อเอากระเป๋าฟาดไปยังใบหน้าของเขา ฉันก็หันหลังวิ่งหนีแต่เขาก็คว้าเอวฉันไว้ เพื่อลากฉันให้เข้าไปในรถ บ้าจริง! ตอนนี้ไม่มีใครอยู่แล้วด้วย

“ปล่อยฉันนะ ปล่อย!”

“ทำอะไรกันน่ะ?”

น้ำเสียงเข้มนิ่งดังเข้ามาในโสตประสาท ทำให้ฉันหยุดดิ้นหันไปมองร่างสูงที่คุ้นตา มันเป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นเขา ไม่ได้อยู่ในที่มืดมิด ไม่ใช่ในที่ที่มีคนอื่นร่วมอยู่ด้วย แต่ตอนนี้ฉันได้เห็นเขาเต็มตา เขายืนล้วงกระเป๋ากางเกงผ้าเนื้อดีสีดำ เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินถูกพับแขนขึ้นไปถึงข้อศอก เผยให้เห็นรอยสักตามลำแขนของเขาลวดลายสวยงาม แถมตรงกลางอกที่แหวกกว้างจนเห็นรอยสักภาษาอังกฤษสวยงาม แต่ฉันก็ไม่รู้ว่ามันถูกเขียนแต่งเต้มด้วยคำว่าอะไร ดวงตาคมหรี่มองมายังมือของผู้ชายคนนี้กำลังกอดรัดเอวฉันอยู่

“แฟนกัน”

“ใช่ / ไม่ใช่นะคะ” ฉันดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนแกร่ง สบตากับร่างสูงซึ่งขมวดคิ้วอยู่

“ยังไง?”

“เธอเป็นเด็กของผมเอง ซื้อเธอนอกรอบแล้ว”

“ไม่ใช่นะคะ ไอ้บ้านี่มันมั่ว ฉันไม่ได้ขายนอกรอบ” ใบหน้าส่ายเป็นเชิงให้เขาได้รู้ว่าที่มันพูดไม่จริง แต่คำพูดของฉันมันของจริง ดูเหมือนร่างสูงจะนิ่งจนฉันใจเสีย

“ยังไง?”

“คือฟังนะคะ เขาไม่ได้ซื้อฉันนอกรอบ ฉันไม่ได้ขายให้เขา... กรุณาเข้าใจด้วยค่ะ”

“ยังไง?” เขาพยักหน้าไปทางผู้ชายคนนั้นเพื่อฟังอีกครั้ง

“ก็บอกแล้วไงว่าซื้อนอกรอบเธอมาแล้ว จะเล่นตัวไม่ไปกับผม เงินก็ได้ไปแล้ว!”

ฉันกัดฟันแน่น มองสบตากับร่างสูงซึ่งยังคงไม่แสดงสีหน้าใดๆ เขาก้าวเท้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นหอมจากตัวเขา ผู้ชายคนนี้นอกจากจะสะกดใจฉันแล้ว กลิ่นหอมของเขายังทำให้ฉันหน้าร้อนไปหมด ผิดกับกลิ่นตัวไอ้บ้านี้!

เหม็นยังกับควายตายทับๆ กันมาหลายสิบปี!

“ควรเชื่อใคร”

“ไม่ต้องเชื่อใครทั้งนั้นล่ะ จะไปไหนก็ไป ส่วนเธอไปกับฉัน!”

หมับ!

“เดี๋ยว ยังพูดไม่จบ” เขาคว้ามือฉันไว้ ฝ่ามืออบอุ่นบีบกระชับจนฉันกระพริบตามองเขา

“ปล่อยเธอก่อน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป