บทที่ 1 ผู้ชายที่ทิ้งฉัน
ตอนที่ 1 ผู้ชายที่ทิ้งฉัน
เสียงฝนที่ตกกระทบกระจกหน้ารถดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่ามกลางถนนยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงไฟจากรถคันอื่น
วิมลรัตน์ หรือที่ทุกคนเรียกกันว่า เกรซ กำลังขับรถไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้มีจุดหมายที่ชัดเจน
มือเรียวกำพวงมาลัยแน่นจนปลายนิ้วซีด ขณะที่ดวงตาคู่สวยแดงก่ำจากการร้องไห้ เธอพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้
แต่ยิ่งพยายาม...ภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนก็ยิ่งย้อนกลับมา
“เราคงต้องยกเลิกงานหมั้น” เสียงของผู้ชายที่เธอรักดังขึ้นในหัวอีกครั้ง
เกรซเม้มริมฝีปากแน่น เธออยากลืม แต่สมองกลับจำทุกคำได้อย่างชัดเจน
ภาพของ วัลลภ ผู้ชายที่เธอคบมาหลายปี ยืนอยู่ตรงหน้าเธอด้วยสีหน้าเย็นชา ไม่มีความเสียใจ ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกผิด
“หมายความว่ายังไงวัลลภ?” เธอยังจำได้ว่าตัวเองถามออกไปด้วยเสียงสั่น
“ฉันกับภัทราคบกันแล้ว” เพียงประโยคเดียว โลกทั้งใบของเธอก็เหมือนหยุดหมุน
เกรซยังจำสีหน้าของตัวเองในตอนนั้นได้ ทั้งตกใจ สับสน และไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“นายกับเธอ...ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
วัลลภถอนหายใจ ก่อนตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“สักพักแล้ว”
“สักพัก?” เสียงของเกรซสั่นขึ้นกว่าเดิม
“แล้วงานหมั้นของเราล่ะ?”
“ยกเลิกเถอะ” คำตอบสั้น ๆ ทำให้หัวใจของเธอเหมือนถูกบีบจนแทบแตกสลาย
“เพราะอะไร?” เกรซถามทั้งน้ำตา
“เพราะภัทราเหมาะกับชีวิตฉันมากกว่า”
เกรซนิ่งไป เหมือนคำพูดนั้นกำลังย้ำว่าเวลาหลายปีที่เธออยู่กับเขาไม่มีความหมายอะไรเลย
“เธอเป็นลูกสาวของประธานบริษัท”
วัลลภพูดต่อ
“ถ้าฉันแต่งงานกับเธอ มันจะช่วยเรื่องงานและอนาคตของฉันได้มาก”
เกรซมองผู้ชายตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ
เธอเคยคิดว่าความรักของพวกเขาคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
แต่สำหรับเขา...มันอาจไม่เคยสำคัญเท่ากับอนาคตที่มีเงินและอำนาจ
“แล้วฉันล่ะ?” คำถามหลุดออกจากริมฝีปากอย่างแผ่วเบา
วัลลภนิ่งไปเพียงครู่เดียว ก่อนพูดประโยคที่ทำให้เธอจำมันไปตลอดชีวิต
“ภัทราให้อนาคตผมได้มากกว่าคุณ”
เกรซหลับตาลง น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาตามแก้มเธอกะพริบตาถี่ ๆ ก่อนจะดึงตัวเองกลับมาสู่ถนนตรงหน้า
“คนสารเลว...” เสียงพึมพำเบาหวิวหลุดออกจากริมฝีปาก
มือที่กำพวงมาลัยยิ่งแน่นขึ้น
เธอไม่เคยคิดเลยว่าคนที่เธอกำลังจะสร้างครอบครัวด้วย จะเป็นคนเดียวกับคนที่ทำลายความเชื่อเรื่องความรักของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
และที่เจ็บที่สุด...เธอไม่ได้แพ้เพราะอีกฝ่ายรักกันมากกว่าเธอแพ้เพราะผู้ชายที่เธอรักเลือกอนาคตที่คิดว่าจะให้ประโยชน์กับตัวเองมากกว่าเธอ
เกรซสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ ทั้งน้ำตา
“ดี...ในเมื่อฉันไม่มีค่าในสายตานายขนาดนั้น...”
เธอปาดน้ำตาออกจากแก้ม
“ฉันก็จะทำให้นายรู้ว่าการทิ้งฉันไปมันเป็นความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต”
เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างเบาะดังขึ้นหน้าจอสว่างขึ้นพร้อมชื่อของคนที่เธอไม่อยากเห็นที่สุด
วัลลภ เกรซเหลือบมองเพียงเสี้ยววินาที ก่อนกดปิดเสียง
แต่เพียงไม่กี่วินาที โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้เป็นข้อความ เธอเหลือบมองหน้าจอ
“พรุ่งนี้เรื่องเงินที่เราลงทุนร่วมกัน ค่อยคุยกันนะ”
เกรซหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น ขนาดเลิกกันแล้ว...สิ่งที่เขาสนใจก็ยังเป็นเรื่องเงิน ไม่มีคำขอโทษ ไม่คำถามว่าเธอเป็นอย่างไร ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกผิด
“ได้...”
เกรซพึมพำ “ถ้านายอยากคุยเรื่องเงิน เราจะได้คุยกัน”
เธอวางโทรศัพท์ลง ก่อนเร่งความเร็วขึ้นเล็กน้อยคืนนี้เธอไม่อยากกลับบ้าน ไม่อยากเจอพ่อแม่ ไม่อยากตอบคำถามใคร และไม่อยากอยู่กับความทรงจำบ้า ๆ ที่วนอยู่ในหัวสิ่งเดียวที่เธอต้องการคือเครื่องดื่มแรง ๆ สักแก้ว
หรือหลายแก้ว...เพื่อให้คืนนี้ผ่านไปเร็วที่สุด
เกรซกำลังจะเปลี่ยนเลน แต่เพราะจิตใจยังเต็มไปด้วยเรื่องของวัลลภ เธอจึงไม่ได้สังเกตว่ารถคันหนึ่งกำลังชะลออยู่ด้านหน้า
เอี๊ยด! โครม!
เสียงเบรกดังสนั่น ก่อนแรงกระแทกจะส่งผ่านเข้ามาในตัวรถ เกรซตัวโยนไปข้างหน้า เข็มขัดนิรภัยรั้งร่างเอาไว้จนเจ็บหน้าอก
เธอนิ่งไปหลายวินาที หัวใจเต้นแรง ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
“ฉัน...ชนรถเหรอ?” เกรซมองผ่านกระจกหน้ารถกันชนหน้าของเธอชนเข้ากับท้ายรถสีดำคันหนึ่ง เธอหลับตาลงทันทีด้วยความรู้สึกเหนื่อยหน่าย
“ซวยอะไรขนาดนี้เนี่ย...”
ทั้งที่วันนี้ชีวิตของเธอก็พังจนแทบไม่เหลืออะไรแล้ว
ยังต้องมาขับรถชนคนอื่นอีก เกรซหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนจะนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย
เธอไม่ได้ร้องไห้แล้ว เพียงแต่น้ำตายังคงไหลออกมาอย่างเงียบ ๆ
เธอไม่อยากลงไปเจอเจ้าของรถ ไม่อยากพูดกับใคร
ไม่อยากรับรู้เรื่องอะไรอีกแล้ว
ไม่นานนัก...เสียงเคาะกระจกก็ดังขึ้น
ก๊อก... ก๊อก...
เกรซไม่เงยหน้า ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างรถจึงเคาะกระจกอีกครั้ง
ก๊อก... ก๊อก...
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเลื่อนกระจกลงเพียงเล็กน้อย ชายหนุ่มรูปร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีเข้มยืนอยู่ข้างรถใบหน้าหล่อคมดูนิ่งจนอ่านความรู้สึกไม่ออกดวงตาคมกริบมองเข้ามาในรถ
แต่แทนที่เขาจะได้ยินคำขอโทษ...ผู้หญิงที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยกลับยังคงก้มหน้า
“เดี๋ยวให้ประกันจัดการค่ะ”
เสียงของเธอแหบพร่า ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยเขามองหญิงสาวตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง เห็นดวงตาที่แดงก่ำและคราบน้ำตาบนใบหน้า เธอเหมือนคนที่ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าตัวเองเพิ่งขับรถชนใคร
หรือบางที...อาจกำลังเจอเรื่องที่หนักกว่านั้น
“คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”
เขาถาม
เกรซส่ายหน้า “ไม่ค่ะ”
“แน่ใจ?”
“ค่ะ”
เธอตอบสั้น ๆ ก่อนจะพูดซ้ำอีกครั้ง
“เดี๋ยวประกันจัดการค่ะ”
ชายหนุ่มมองเธออีกครั้ง สีหน้าของเขายังคงนิ่งเหมือนเดิม
ก่อนจะพยักหน้า “ครับ”
เขาเดินกลับไปที่รถของตัวเอง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาประกันทันทีเกรซยังคงนั่งอยู่ใน
ตอนนี้เธอไม่มีแรงจะสนใจอะไรทั้งนั้นไม่นานประกันก็มาถึง
หลังจากพูดคุยและจัดการเรื่องอุบัติเหตุเรียบร้อย ทั้งสองฝ่ายก็แยกย้ายกัน
ก่อนจากกัน ชายหนุ่มคนนั้นหันกลับมามองรถของเกรซอีกครั้ง และเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นใบหน้าของเธอชัดๆ เกรซเองก็เงยหน้าขึ้นในจังหวะเดียวกัน สายตาของทั้งสองสบกันเพียงไม่กี่วินาที ก่อนที่เธอจะเป็นฝ่ายหลบสายตา
