บทที่ 10 งานเลี้ยงคืนนี้
ตอนที่ 10. งานเลี้ยงคืนนี้
โรงแรมหรูใจกลางเมือง
รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอดหน้าทางเข้าโรงแรมระดับห้าดาวที่ใช้จัดงานเลี้ยงรับรองลูกค้าคนสำคัญของภัทรวงศ์ กรุ๊ปดินก้าวลงจากรถในชุดสูทสีดำสนิท ก่อนอ้อมมาเปิดประตูให้อีกฝ่ายด้วยตัวเอง
เกรซก้าวลงจากรถอย่างสง่างาม ทันทีที่เธอยืนเต็มความสูง ชายหนุ่มก็เผลอชะงักไปเล็กน้อย
เดรสสีดำที่เธอสวมช่วยขับรูปร่างให้ดูโดดเด่น ใบหน้าสวยหวานถูกแต่งแต้มอย่างพอดี และรอยยิ้มบาง ๆ ที่ส่งมาให้ทำให้เธอดูแตกต่างจากเลขาสาวที่เขาพบในห้องทำงานอย่างสิ้นเชิง
ดินมองเธอนิ่งอยู่สองสามวินาที
เกรซเลิกคิ้ว “มีอะไรหรือเปล่าคะ?”
เขาดึงสายตากลับมา “เปล่า”
“แน่ใจนะคะ?”
“คุณมีปัญหาอะไรกับการถามซ้ำหรือเปล่า?”
เกรซหัวเราะเบา ๆ “ก็คุณมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยนี่คะ ฉันก็ต้องสงสัยเป็นธรรมดา”
ดินขยับเนกไทเล็กน้อย ก่อนตอบเสียงเรียบ
“ผมแค่ดูว่าคุณแต่งตัวเหมาะสมกับงานหรือเปล่า”
“แล้วผลเป็นยังไงคะ?”
ชายหนุ่มมองเธออีกครั้ง “ก็ใช้ได้”
เกรซทำตาโต “ใช้ได้เองเหรอคะ?”
“แล้วคุณอยากได้คำตอบแบบไหน?”
หญิงสาวยิ้มกว้าง
“อย่างน้อยก็ควรชมว่าเลขาของคุณสวยมากไหมคะ?”
ดินนิ่งไปทันที เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนกล้าพูดกับเขาตรง ๆ แบบนี้ ยิ่งเป็นเรื่องความสวยความงาม ยิ่งไม่มีใครกล้าเรียกร้องคำชมจากเขาอย่างหน้าตาเฉยชายหนุ่มจึงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ถ้าผมชม คุณจะทำงานได้ดีขึ้นหรือไง?”
เกรซหัวเราะออกมา “ไม่ค่ะ แต่ดิฉันจะมีกำลังใจทำงานมากขึ้น”
ดินมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยออกมาในที่สุด
“คุณสวยแล้ว พอใจหรือยัง?”
คราวนี้เกรซกลับเป็นฝ่ายชะงัก เธอไม่คิดว่าเขาจะยอมพูดออกมาตรง ๆ แบบนี้ ดินเห็นท่าทางของเธอแล้วก็ยกมุมปากเล็กน้อย
“เมื่อกี้ยังเรียกร้องอยู่เลย ตอนนี้ทำไมเงียบ?”
เกรซรีบตั้งสติ ก่อนยิ้มหวานกลับไป
“ขอบคุณค่ะท่านประธาน”
เธอก้าวเดินนำเข้าไปในโรงแรมอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ดินมองตามด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด เขาเพิ่งชมผู้หญิงคนหนึ่งว่าสวย และเป็นครั้งแรกที่คำชมธรรมดา ๆ ทำให้เขาอยากเห็นปฏิกิริยาของเธอมากขนาดนี้
ภายในงานเลี้ยง
บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงเต็มไปด้วยนักธุรกิจและผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำหลายแห่ง เสียงพูดคุยดังคลอไปกับดนตรีบรรเลง ขณะที่พนักงานต้อนรับเดินเสิร์ฟเครื่องดื่มอย่างคล่องแคล่ว
เมื่อดินปรากฏตัว ผู้คนจำนวนมากก็เดินเข้ามาทักทาย
เกรซยืนอยู่ข้างเขาอย่างมืออาชีพ คอยส่งเอกสารและจดบันทึกประเด็นสำคัญในการเจรจา
ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี จนกระทั่งนักธุรกิจหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอในช่วงที่ดินกำลังสนทนากับลูกค้ารายสำคัญ
“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณเป็นพนักงานของภัทรวงศ์ กรุ๊ปหรือเปล่าครับ?”
เกรซหันไปยิ้มให้ “ใช่ค่ะ มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าคะ?”
“ผมชื่อภาณุครับ เป็นผู้บริหารจากบริษัทพันธมิตรของเรา”
ชายหนุ่มยื่นนามบัตรให้เธอ ก่อนจะยิ้มอย่างเป็นมิตร
“ผมเห็นคุณตั้งแต่เมื่อครู่แล้วครับ คุณดูโดดเด่นมาก”
เกรซรับนามบัตรมาอย่างสุภาพ “ขอบคุณค่ะ”
“ไม่ทราบว่าผมจะขอช่องทางติดต่อคุณไว้ได้ไหมครับ เผื่อมีโอกาสได้ร่วมงานกัน”
เกรซกำลังจะตอบตามมารยาท แต่เสียงทุ้มของใครบางคนกลับดังขึ้นจากด้านข้าง
“หากเป็นเรื่องงาน คุณสามารถติดต่อผ่านฝ่ายประสานงานของบริษัทได้ครับ”
ภาณุหันไปมอง ก่อนจะยิ้มให้ชายหนุ่มที่เดินเข้ามาหยุดข้างเกรซ
“คุณนฤบดินทร์ ยินดีที่ได้พบครับ”
ดินพยักหน้ารับ “เช่นกันครับ”
ภาณุหันกลับมาหาเกรซ
“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ หวังว่าเราจะได้ร่วมงานกัน”
“ยินดีค่ะ”
เมื่อชายหนุ่มเดินออกไป เกรซก็หันมาหาดินทันที
“คุณเข้ามาช่วยฉันเหรอคะ?”
“ผมแค่เห็นว่าคุณกำลังเสียเวลากับเรื่องไม่จำเป็น”
เกรซเลิกคิ้ว “แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรเสียหายนี่คะ แค่ขอช่องทางติดต่อเอง”
ดินมองเธอนิ่ง “คุณต้องมาทำงาน ไม่ใช่มาหาเพื่อนใหม่”
หญิงสาวหลุดยิ้ม “รับทราบค่ะท่านประธาน ต่อไปดิฉันจะไม่คุยกับใครเลย จะยืนเงียบ ๆ อยู่ข้างคุณอย่างเดียว”
“ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”
“แล้วหมายความว่ายังไงคะ?”
ดินเงียบไปชั่วขณะ เขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องเดินเข้าไปขัดจังหวะคนทั้งคู่
รู้เพียงว่าตอนเห็นผู้ชายคนนั้นยืนยิ้มให้เกรซ เขากลับรู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล สุดท้ายจึงตอบออกไปเพียงว่า
“ทำหน้าที่ของคุณให้ดีเถอะ”
เกรซยิ้มรับ ก่อนจะเดินตามเขาไปแต่ในใจกลับเริ่มตั้งข้อสงสัย
หรือท่านประธานจะเป็นผู้ชายขี้หวงโดยไม่รู้ตัวกันนะ?
โต๊ะรับรองพิเศษ
หลังจากเจรจาธุรกิจเสร็จเรียบร้อย ดินพาเกรซมานั่งพักที่โต๊ะรับรองด้านข้างห้องจัดเลี้ยง
หญิงสาวเปิดแฟ้มเพื่อตรวจสอบบันทึกการประชุมอีกครั้ง ขณะที่ชายหนุ่มกำลังอ่านข้อความบนโทรศัพท์
ไม่นานนัก โทรศัพท์ของดินก็สั่นขึ้น ชื่อของนาวินปรากฏบนหน้าจอ
ดินกดรับสาย “อะไร?”
(โห พี่! รับสายคนเป็นน้องดี ๆ หน่อยไม่ได้หรือไง?)
“มีธุระก็พูดมา”
(ผมแค่โทรมาถามว่างานเลี้ยงเป็นยังไงบ้าง)
“ถ้าไม่มีธุระ ฉันวางแล้วนะ”
(เดี๋ยว ๆ! แล้วคุณเกรซล่ะครับ?)
ดินชะงักเล็กน้อย ก่อนปรายตามองหญิงสาวที่กำลังตั้งใจทำงานอยู่ข้าง ๆ
“ทำไม?”
(ก็อยากรู้ว่าเลขาคนใหม่ของผมเป็นยังไงบ้าง)
“เลขาของนายอยู่ฝ่ายไหนก็ไปถามฝ่ายนั้น”
(โธ่ พี่ดิน อย่าใจร้ายสิครับ ผมก็แค่...)
“นาวิน”
(ครับ?)
“ถ้าว่างมาก พรุ่งนี้เช้าเข้ามารายงานตัวที่ห้องฉัน”
ปลายสายเงียบกริบไปทันที ก่อนเสียงโวยวายจะดังขึ้น
(พี่! ผมแค่โทรมาถามเรื่องเลขา ทำไมต้องเรียกผมไปทำงานด้วย!)
ดินตัดสายทันทีโดยไม่พูดอะไรอีก เกรซที่ได้ยินบทสนทนาทั้งหมดต้องก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม
“ท่านรองดูสนใจเรื่องของดิฉันมากเลยนะคะ”
ดินวางโทรศัพท์ลง “เขาเป็นคนชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น”
“รวมถึงเรื่องของพี่ชายตัวเองด้วยหรือเปล่าคะ?”
ชายหนุ่มหันมามองเธอ เกรซยิ้มหวาน ก่อนก้มกลับไปดูเอกสารราวกับไม่ได้พูดอะไรผิดปกติ ดินมองเธออยู่ครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้าเบา ๆ
“คุณนี่มัน…”
“อะไรคะ?”
“ไม่มีอะไร” แต่คราวนี้มุมปากของเขากลับยกขึ้นเล็กน้อยอย่างที่ตัวเองก็ไม่ทันรู้ตัว
หลังงานเลี้ยงจบลง ดินเดินออกมาส่งเกรซที่รถ ก่อนจะสั่งให้คนขับรถพาเธอกลับบ้านอย่างปลอดภัย
เมื่อรถของหญิงสาวแล่นออกไปแล้ว ชายหนุ่มจึงเดินกลับเข้าไปในโรงแรมเพื่อพบสิงห์ที่รออยู่ด้านใน สิงห์มองหน้าเพื่อนสนิท ก่อนจะยิ้มอย่างรู้ทัน
“งานวันนี้เรียบร้อยดีไหม?”
“ก็ดี”
“แล้วเลขาคนใหม่ล่ะ?”
ดินปรายตามอง
“นายก็เป็นไปอีกคน?”
สิงห์หัวเราะ “กูถามเฉย ๆ ไม่ได้เหรอวะ?”
“ถ้าไม่มีเรื่องงานก็กลับไปได้แล้ว”
สิงห์ยกมือยอมแพ้ แต่ก่อนจะเดินจากไป เขากลับทิ้งท้ายด้วยประโยคหนึ่ง
“เออ ไอ้ดิน กูมีเรื่องจะบอก”
“อะไร?”
“มึงน่ะ ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี”
ดินขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไง?”
สิงห์ยิ้มมุมปาก “ผู้หญิงบางคนอาจไม่ได้เข้ามาในชีวิตมึงเพราะเหตุผลที่มึงคิดก็ได้”
พูดจบเขาก็เดินจากไป ทิ้งให้ดินยืนมองตามอย่างไม่เข้าใจ
ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะเปิดอ่านข้อความจากนาวินที่ส่งเข้ามาหลายข้อความติดกัน
นาวิน: พี่ดิน ผมถามจริง ๆ นะ
นาวิน: พี่ชอบคุณเกรซหรือเปล่า?
นาวิน: ถ้าชอบก็บอกมาเถอะครับ ผมจะได้ไม่ไปจีบแข่งกับพี่
นาวิน: อ่านแล้วตอบด้วยครับท่านประธาน!
ดินอ่านข้อความทั้งหมดด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนพิมพ์ตอบกลับไปเพียงประโยคเดียว
ดิน: ถ้านายยังส่งข้อความไร้สาระมาอีก พรุ่งนี้เข้าประชุมตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า
ไม่ถึงห้าวินาที นาวินก็ตอบกลับมา
นาวิน: รับทราบครับพี่ชายที่รัก
ดินส่ายหน้าอย่างระอา ก่อนเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า
แต่เมื่อเดินไปถึงรถ เขากลับนึกถึงใบหน้าของหญิงสาวที่เพิ่งแยกจากกันเมื่อครู่
รอยยิ้มของเธอ น้ำเสียงที่ชอบย้อนเขา และแววตาที่มักมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว
เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงเริ่มจดจำรายละเอียดเล็ก ๆ น้อยๆ ของผู้หญิงคนนี้ได้มากมายขนาดนั้น
รู้เพียงว่า...
ตั้งแต่เกรซเข้ามาในชีวิต ความสงบที่เขาเคยมีเริ่มหายไปทีละน้อย
และที่น่าหงุดหงิดที่สุดคือ เขากลับไม่ได้อยากให้มันกลับมาเหมือนเดิมเสียด้วย
