บทที่ 12 เรื่องของงานเลี้ยง

ตอนที่ 12. เรื่องของงานเลี้ยง

ร้านอาหารอีกแห่งหนึ่ง

ในเวลาเดียวกัน วัลลภกำลังนั่งอยู่กับเพื่อนร่วมงานที่ร้านอาหารใกล้บริษัท โทรศัพท์มือถือของเขาวางอยู่บนโต๊ะ หน้าจอแสดงภาพจากงานเลี้ยงธุรกิจเมื่อคืนก่อน ซึ่งเป็นภาพของเกรซที่ยืนอยู่ข้างนฤบดินทร์อย่างใกล้ชิด

เขาขยายภาพนั้นดูซ้ำหลายครั้ง “นั่นใครวะ?”

เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของเขาวัลลภรีบคว่ำโทรศัพท์ลง “ไม่มีอะไร”

“ไม่มีอะไรแล้วมึงจ้องโทรศัพท์เหมือนจะกินมันเข้าไปทำไม?”

วัลลภเงียบ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง

ภาพนั้นถูกเผยแพร่ผ่านเพจข่าวธุรกิจ โดยมีข้อความระบุว่า ประธานภัทรวงศ์ กรุ๊ป เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองลูกค้าคนสำคัญพร้อมเลขาส่วนตัวคนใหม่ และเลขาคนนั้นก็คือเกรซ ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าจะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต แต่สุดท้ายเขากลับเป็นฝ่ายทิ้งเธอไปเลือกภัทรา เพราะคิดว่าเธอจะช่วยให้เขามีอนาคตที่ดีกว่า

“ไม่คิดเลยว่าเธอจะไปทำงานที่นั่น...” วัลลภพึมพำกับตัวเอง

เขารู้ดีว่าภัทรวงศ์ กรุ๊ป เป็นคู่แข่งทางธุรกิจของบริษัทที่

ภัทราทำงานอยู่ และการที่เกรซได้เข้าไปทำงานใกล้ชิดกับประธานบริษัทอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างที่คิด

หรือเกรซกำลังพยายามพิสูจน์อะไรบางอย่างให้เขาเห็น?ชายหนุ่มกำโทรศัพท์แน่น ก่อนกดเข้าไปในรายชื่อของอดีตคู่หมั้น เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจกดโทรออกแต่ปลายสายกลับไม่มีคนรับ

วัลลภลองโทรอีกครั้ง คราวนี้เกรซกดตัดสายทิ้งเขาจ้องหน้าจอด้วยความไม่พอใจ ก่อนพิมพ์ข้อความส่งไปหาเธอ

วัลลภ: เรามีเรื่องต้องคุยกัน

ไม่กี่วินาทีต่อมา ข้อความตอบกลับก็ปรากฏขึ้น

เกรซ: ถ้าเป็นเรื่องของที่ค้างกันอยู่ ส่งรายการมาได้เลยค่ะ ฉันจะจัดการให้

วัลลภขมวดคิ้ว

วัลลภ: ผมอยากเจอคุณ

เกรซ: แต่ฉันไม่อยากเจอคุณค่ะ

คำตอบสั้น ๆ ทำให้เขานิ่งไป

นี่เป็นครั้งแรกที่เกรซปฏิเสธเขาอย่างชัดเจนโยไม่เปิดโอกาสให้ต่อรอง

วัลลภอ่านข้อความซ้ำ ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปอีกครั้ง

วัลลภ: ขอเวลาผมสักครั้งได้ไหม ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณจริง ๆ

เกรซอ่านข้อความนั้นอยู่นาน ก่อนจะตอบกลับในที่สุด

เกรซ: ได้ค่ะ แต่คุยกันให้จบครั้งเดียวนะคะ

วัลลภถอนหายใจอย่างโล่งอก เขายังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรจากการพบกันครั้งนี้

รู้เพียงว่าเมื่อเห็นเกรซยืนอยู่ข้างผู้ชายคนอื่น โดยเฉพาะผู้ชายที่มีทั้งอำนาจและความสำเร็จมากกว่าเขา เขากลับรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่ตัวเองเป็นคนเลือกเดินจากเธอไปแท้ ๆ

ร้านกาแฟใกล้บริษัท

ช่วงบ่าย เกรซออกมาพบวัลลภตามที่นัดกันไว้เธอสวมชุดทำงานเรียบหรู ผมยาวถูกรวบไว้ด้านหลังอย่างเป็นระเบียบ สีหน้าสงบนิ่งจนวัลลภแทบไม่เหลือเค้าของผู้หญิงที่เคยร้องไห้ขอให้เขาไม่ทิ้งเธอไป

เมื่อเห็นเธอเดินเข้ามา ชายหนุ่มก็รีบลุกขึ้น

“เกรซ”

“สวัสดีค่ะ”

เธอนั่งลงตรงข้ามเขา ก่อนวางกระเป๋าลงข้างตัว

“คุณบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับฉัน มีอะไรคะ?”

วัลลภมองเธออยู่ครู่หนึ่ง เขาเตรียมคำพูดมามากมาย 

แต่พอได้เห็นหน้าเธอจริง ๆ กลับไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร

“คุณสบายดีไหม?”

เกรซยิ้มบาง ๆ

“ถ้าคุณนัดฉันมาเพื่อถามแค่นี้ ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ”

“เดี๋ยวก่อนสิ!” เขารีบพูดขึ้น

“ผมแค่อยากรู้ว่าคุณเป็นยังไงบ้าง”

“ฉันสบายดีค่ะ”

“แล้วงานใหม่ล่ะ?”

เกรซมองเขานิ่ง “คุณต้องการรู้อะไรจากฉันกันแน่คะ วัลลภ?”

ชายหนุ่มเม้มริมฝีปาก ก่อนตัดสินใจพูดออกมาตรง ๆ

“ผมเห็นข่าวงานเลี้ยงเมื่อคืน คุณไปกับประธานภัทรวงศ์ กรุ๊ปจริง ๆ เหรอ?”

เกรซเลิกคิ้ว “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณคะ?”

“ผมแค่ถาม”

“ฉันก็แค่ตอบว่ามันไม่เกี่ยวกับคุณ”

วัลลภนิ่งไปทันทีคำพูดของเธอชัดเจนจนเขาไม่รู้จะหาข้ออ้างอะไรมาโต้แย้ง

“เกรซ ผมรู้ว่าผมทำผิดกับคุณ”

เธอหัวเราะเบา ๆ แต่ไม่มีความขบขันอยู่ในนั้น

“คุณรู้ด้วยเหรอคะ?”

“ผมยอมรับว่าผมเลือกภัทราเพราะอนาคตของผม แต่เรื่องของเรามันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น”

“แล้วมันยากตรงไหนคะ?”

เกรซมองเขาตรง ๆ

“คุณมีคนใหม่ คุณเลือกเธอ คุณบอกฉันเองว่าเธอให้อนาคตคุณได้มากกว่าฉัน แล้วตอนนี้คุณต้องการอะไรอีก?”

วัลลภพูดไม่ออก

เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร เพราะความจริงคือเขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับมาขอคืนดีตั้งแต่แรก

เขาเพียงแค่ไม่ชอบความรู้สึกที่เห็นเกรซกำลังจะมีชีวิตใหม่ โดยไม่มีเขาอยู่ในนั้น

“ผมแค่ไม่อยากให้เราต้องจบกันแบบนี้”

“แต่คุณเป็นคนเลือกให้มันจบเองนะคะ”

เกรซตอบอย่างใจเย็น

“ฉันไม่ได้บังคับให้คุณเลือกฉัน และตอนนี้ฉันก็ไม่ได้ขอให้คุณกลับมา”

เธอหยิบกระเป๋าขึ้นมา ก่อนวางธนบัตรไว้บนโต๊ะเพื่อจ่ายค่าเครื่องดื่มของตัวเอง

“ถ้าคุณไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ฉันขอตัวนะคะ”

“เกรซ!”

วัลลภรีบคว้ามือเธอไว้ หญิงสาวชะงัก ก่อนก้มมองมือของเขาที่จับข้อมือตัวเองอยู่

“ปล่อยค่ะ”

“ผมยังพูดไม่จบ”

“แต่ฉันจบแล้วค่ะ”

น้ำเสียงของเธอเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด วัลลภค่อย ๆ คลายมือออก

เกรซดึงมือกลับ ก่อนหยิบกระเป๋าขึ้นมาแล้วเดินออกจากร้านโดยไม่หันกลับไปมองอีก

แต่สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ...มีใครบางคนยืนอยู่ด้านนอกร้าน และเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ

รถยนต์สีดำคันหรูจอดอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้ามร้านกาแฟ

นฤบดินทร์นั่งอยู่เบาะหลัง ขณะที่สิงห์ซึ่งเป็นคนขับกำลังรอสัญญาณไฟจราจร เดิมทีทั้งคู่มีนัดพบลูกค้าในบริเวณใกล้เคียง แต่เนื่องจากลูกค้าขอเลื่อนนัดกะทันหัน ดินจึงมีเวลาว่างเล็กน้อยก่อนกลับบริษัท และช่วงเวลานั้นเองที่เขาเห็นเกรซเดินเข้าไปในร้านกาแฟ ตอนแรกเขาไม่ได้คิดจะสนใจ เพราะเธออาจมีธุระส่วนตัวตามปกติ

แต่เมื่อเห็นผู้ชายที่นั่งรออยู่เป็นฝ่ายลุกขึ้นทักทายเธอ และทั้งคู่ดูเหมือนจะรู้จักกันเป็นอย่างดี เขากลับเผลอมองอยู่นานกว่าที่ควรโดยเฉพาะตอนที่ชายคนนั้นจับมือเกรซไว้ดินขมวดคิ้วทันที

“ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร?” สิงห์หันไปมองตามสายตาเพื่อน

“ใครวะ?”

“ผู้ชายที่อยู่กับเกรซ” สิงห์มองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบ

“ไม่รู้ว่ะ อาจเป็นเพื่อนเธอ”

ดินไม่พูดอะไรต่อ เขาเห็นเกรซดึงมือกลับ แล้วเดินออกจากร้านด้วยสีหน้าไม่พอใจ ก่อนที่ชายคนนั้นจะรีบตามออกมาชายหนุ่มกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว

“ขับรถไปจอดข้างหน้า”

สิงห์หันมามอง “จะไปไหน?”

“ฉันจะลงไปหาเธอ”

“เดี๋ยว ๆ ไอ้ดิน”

สิงห์รีบหันกลับไปมองถนน

“มึงจะลงไปทำไมวะ? นั่นเรื่องส่วนตัวของเธอนะ”

ดินนิ่งไป

ใช่...มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเธอ เขาไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยซ้ำ

แต่ทำไมพอเห็นเธออยู่กับผู้ชายคนอื่น เขาถึงรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาขนาดนี้?

สุดท้ายชายหนุ่มจึงเอนหลังพิงเบาะ ก่อนสั่งเสียงเรียบ

“กลับบริษัท”

สิงห์เหลือบมองเพื่อนสนิทอย่างจับผิด แต่ไม่ได้พูดอะไรอีก

ทว่าเมื่อรถเคลื่อนออกไป ดินกลับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดตารางนัดหมายของตัวเอง

เขาเลื่อนดูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนโทรหาเกรซ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป