บทที่ 13 หงุดหงิดในใจ
ตอนที่ 13. หงุดหงิดในใจ
ห้องทำงานประธานบริษัท
เกรซกลับมาถึงบริษัทก่อนเวลาประชุมช่วงบ่ายไม่นาน เธอวางกระเป๋าลงบนโต๊ะแล้วพยายามตั้งสมาธิกับงานที่ค้างอยู่
แม้การพบวัลลภในวันนี้จะทำให้เธอรู้สึกเหนื่อยใจอยู่บ้าง แต่เธอก็คิดว่าตัวเองจัดการทุกอย่างได้ดีแล้ว เธอไม่จำเป็นต้องกลับไปเสียใจเพราะผู้ชายคนเดิมอีก
โทรศัพท์ภายในดังขึ้นพอดี “ค่ะ เลขาคุณนฤบดินทร์ค่ะ”
“เข้ามาพบผมหน่อย” เสียงทุ้มของดินดังมาจากปลายสาย
“ได้ค่ะ” เกรซหยิบแฟ้มเอกสารแล้วเดินเข้าไปในห้องทำงาน เมื่อเปิดประตูเข้าไป เธอก็พบว่าดินกำลังยืนอยู่ริมหน้าต่าง มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง สีหน้าดูเคร่งขรึมกว่าปกติ
“ท่านประธานมีอะไรหรือเปล่าคะ?”
ชายหนุ่มหันกลับมา
“ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร?”
เกรซชะงัก “ผู้ชายคนไหนคะ?”
“ผู้ชายที่คุณไปพบที่ร้านกาแฟ”
หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ เขาเห็นอย่างนั้นเหรอ?
เธอพยายามเก็บอาการ ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ
“คนรู้จักค่ะ”
“คนรู้จักที่ต้องนัดพบกันสองต่อสอง?”
เกรซขมวดคิ้ว “ท่านประธานคะ ถ้าเป็นเรื่องงาน ดิฉันยินดีตอบทุกอย่าง แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวของดิฉัน ดิฉันคิดว่าคงไม่จำเป็นต้องรายงานทุกเรื่องนะคะ”
ดินนิ่งไปเขารู้ว่าเธอพูดถูกแต่เขาก็ยังไม่ชอบคำตอบนั้นอยู่ดี
“ผมไม่ได้ต้องการก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของคุณ”
“ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงถามคะ?”
ชายหนุ่มมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบออกมาตรง ๆ
“เพราะผมอยากรู้”
เกรซชะงักไปเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาไม่ได้เหมือนเจ้านายกำลังสอบถามเรื่องการทำงาน แต่กลับฟังดูคล้ายผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่พอใจเมื่อเห็นผู้หญิงที่ตัวเองสนใจอยู่กับคนอื่น เธอจึงลองถามกลับไปเบา ๆ
“คุณอยากรู้ในฐานะเจ้านาย หรือในฐานะอะไรคะ?”
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศภายในห้องเงียบลงทันทีดินมองเธอนิ่ง เขาควรตอบว่าในฐานะเจ้านาย
ควรบอกว่าเขาเพียงแค่ต้องการให้พนักงานของตัวเองจัดสรรเวลาให้เหมาะสม แต่เมื่อมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้น เขากลับพูดคำโกหกไม่ออก
สุดท้ายจึงตอบเพียงว่า “ตอนนี้ผมยังตอบคุณไม่ได้”
เกรซนิ่งไป คำตอบของเขาทำให้เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ
ดินเดินกลับไปนั่งหลังโต๊ะทำงาน ก่อนเปิดแฟ้มเอกสารขึ้นมา
“กลับไปทำงานได้แล้ว”
หญิงสาวยืนมองเขาอีกครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าเบา ๆ
“ค่ะ ท่านประธาน”
เธอเดินออกจากห้องไปอย่างช้า ๆ แต่ทันทีที่ประตูปิดลง ดินกลับวางปากกาลงแล้วเอนหลังพิงเก้าอี้
เขาไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลยความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าตัวเองกำลังต้องการอะไรและยิ่งไม่ชอบที่คำตอบของเกรซทำให้เขาหงุดหงิดมากกว่าที่ควรจะเป็น
“ผู้ชายคนนั้นเป็นใครกันแน่...” เขาพึมพำกับตัวเอง
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายคนนั้นคือคนที่เคยอยู่ในหัวใจของเธอมาก่อน และในไม่ช้า เขาอาจต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนี้ด้วยตัวเอง
ผับของภาคินทร์
คืนนั้น ดินแวะไปพบสิงห์กับภาคินทร์ที่ผับตามที่นัดกันไว้นาวินมาถึงก่อนแล้ว และกำลังนั่งดื่มน้ำอยู่ตรงโซฟารับรอง ทันทีที่เห็นพี่ชายเดินเข้ามา เขาก็ยิ้มกว้าง
“โอ้โห! วันนี้ท่านประธานดูอารมณ์ไม่ดีนะครับ”
ดินปรายตามอง
“นายมาทำอะไร?”
“มาหาเพื่อนครับ”
ภาคินทร์หัวเราะ “เพื่อนหรือมาหาเรื่องวะ?”
นาวินยักไหล่ ก่อนหันไปมองดิน
“ว่าแต่พี่ดิน วันนี้คุณเกรซเป็นยังไงบ้างครับ?”
“นาวิน”
“ครับ?”
“อย่าพูดถึงเธอ”
นาวินชะงักไปหนึ่งวินาที ก่อนหันไปมองภาคินทร์แล้วระเบิดเสียงหัวเราะ
“ไอ้คิน! มึงได้ยินไหม?”
ภาคินทร์หัวเราะตามทันที
“ได้ยินเต็มสองหูเลยว่ะ!”
สิงห์ยกแก้วขึ้นดื่มพลางส่ายหน้า
“พวกมึงสองคนก็เลิกแกล้งมันสักที”
นาวินไม่สนใจ เขาเอนตัวไปข้างหน้าก่อนถามพี่ชายตรง ๆ
“พี่ดิน ผมถามจริง ๆ นะ”
“อะไรอีก?”
“พี่ชอบคุณเกรซหรือเปล่า?”
ดินนิ่งไป ภาคินทร์หยุดหัวเราะ ส่วนสิงห์ก็เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิท นาวินยิ้มเจ้าเล่ห์
“ถ้าชอบก็บอกมาเถอะครับ ผมจะได้ไม่ไปจีบแข่งกับพี่”
ดินวางแก้วลงบนโต๊ะ ก่อนมองน้องชายด้วยสายตาเย็นชา
“ถ้านายยังพูดไม่หยุด พรุ่งนี้เจ็ดโมงเช้ามาประชุมกับฉัน”
นาวินเบิกตากว้าง
“พี่! ผมแค่ถามเองนะ!”
ภาคินทร์หัวเราะจนแทบสำลัก “กูว่าไม่ต้องสืบแล้วว่ะไอ้สิงห์ อาการหนักขนาดนี้ ต่อให้เจ้าตัวไม่ยอมรับก็ชัดแล้ว”
ดินไม่ตอบเขาหยิบแก้วขึ้นมาดื่ม ก่อนจะมองออกไปยังแสงไฟด้านนอก
ภาพเกรซที่นั่งอยู่ตรงข้ามวัลลภยังคงติดอยู่ในหัวรวมถึงคำถามที่เขาเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ถ้าเธอเป็นเพียงเลขาคนหนึ่ง...
ทำไมเขาถึงต้องอยากรู้เรื่องของเธอมากขนาดนี้? และถ้าเธอเป็นเพียงผู้หญิงที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่วัน...ทำไมเขาถึงไม่ชอบใจที่เห็นเธออยู่กับผู้ชายคนอื่น?ดินวางแก้วลงอีกครั้ง ก่อนพึมพำเสียงต่ำ
“กูไม่ได้ชอบเธอ” นาวินหันขวับ
“ใครถามพี่ครับ?”
ภาคินทร์หัวเราะลั่น ส่วนสิงห์ถึงกับยกมือขึ้นกุมขมับ
“ไอ้ดิน มึงนี่นะ…”
ดินมองเพื่อนทั้งสองคน ก่อนลุกขึ้นยืนทันที
“กูกลับก่อน”
“อ้าว เพิ่งมาเองนะ!”
“พรุ่งนี้มีงาน”
เขาเดินออกจากผับไปโดยไม่หันกลับมา ทิ้งให้นาวินกับภาคินทร์หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ในคืนนั้นเอง ดินเริ่มยอมรับกับตัวเองเป็นครั้งแรกว่า...
ผู้หญิงที่ชื่อวิมลรัตน์กำลังกลายเป็นคนที่เขาไม่สามารถมองข้ามได้อีกต่อไป
ในเวลาเดียวกัน เกรซกลับถึงบ้านและกำลังเตรียมตัวเข้านอน โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะเครื่องแป้งสั่นขึ้นเป็นข้อความจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย เธอเปิดดู ก่อนพบว่าเป็นภาพถ่ายของตัวเองกับนฤบดินทร์ในงานเลี้ยงเมื่อคืน
ภาพนั้นถูกถ่ายจากระยะไกล แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเธอยืนอยู่ข้างชายหนุ่มอย่างใกล้ชิด ข้อความด้านล่างทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอหายไปทันที
“ไม่คิดเลยนะว่าเธอจะหาผู้ชายคนใหม่ได้เร็วขนาดนี้ แถมยังเป็นถึงประธานบริษัทคู่แข่งของฉันด้วย”
เกรซอ่านข้อความซ้ำ ก่อนจะกัดริมฝีปากแน่น เธอจำสำนวนการพิมพ์แบบนี้ได้ดี
ภัทราผู้หญิงที่แย่งวัลลภไปจากเธอ
ผู้หญิงที่เคยคิดว่าตัวเองชนะทุกอย่าง เพียงเพราะได้ผู้ชายที่เกรซเคยรักไปครอบครองหญิงสาวกำโทรศัพท์แน่น ก่อนพิมพ์ตอบกลับไป
เกรซ: ถ้าเธอมีเวลาว่างมากขนาดนั้น ก็เอาเวลาไปดูแลผู้ชายของตัวเองเถอะค่ะ ไม่ต้องมายุ่งกับชีวิตฉัน
ไม่นานข้อความตอบกลับก็ปรากฏขึ้น
ภัทรา: ฉันก็แค่เป็นห่วง กลัวว่าเธอจะเผลอไปทำให้ท่านประธานของภัทรวงศ์ กรุ๊ปเสียชื่อเสียงน่ะสิ
เกรซหัวเราะเยาะ
เกรซ: ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ แต่ฉันดูแลตัวเองได้
เธอกดส่งข้อความ ก่อนปิดหน้าจอทันที
ทว่าในใจกลับเริ่มคิดอย่างจริงจังภัทรารู้เรื่องเธอกับดินแล้ว ถ้าอีกฝ่ายเริ่มสงสัยว่าเธอตั้งใจเข้าหานฤบดินทร์เพื่อแก้แค้น เรื่องทุกอย่างอาจยุ่งยากกว่าที่คิด เกรซเดินไปนั่งที่ปลายเตียง ก่อนยกมือขึ้นกุมขมับเธอต้องระวังตัวให้มากกว่านี้ เพราะไม่ใช่แค่วัลลภที่กำลังจับตามองเธอแต่ภัทราก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้วเช่นกัน
และเมื่อเกมแก้แค้นเริ่มต้นขึ้นจริง ๆ ...เธอจะไม่มีวันยอมเป็นฝ่ายแพ้อีกเด็ดขาด
เกรซกำลังจะวางโทรศัพท์ลง แต่หน้าจอกลับสว่างขึ้นอีกครั้งชื่อของนฤบดินทร์ปรากฏอยู่บนหน้าจอเธอชะงักไปเล็กน้อย ก่อนกดรับสาย
“ค่ะ ท่านประธาน”
เสียงทุ้มของเขาดังมาจากปลายสาย
“พรุ่งนี้คุณมากับผม”
เกรซขมวดคิ้ว
“ไปไหนคะ?”
“ไปพบลูกค้า”
“แล้วทำไมต้องเป็นดิฉันคะ?”
ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“เพราะผมต้องการให้คุณไป”
เกรซนิ่งไป
“รับทราบค่ะ แล้วต้องเตรียมเอกสารอะไรเป็นพิเศษไหมคะ?”
“ผมจะส่งรายละเอียดให้คุณทางอีเมล”
“ได้ค่ะ”
เธอกำลังจะวางสาย แต่ดินกลับพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“เกรซ”
“คะ?”
“พรุ่งนี้คุณอาจต้องเจอคนที่คุณไม่อยากเจอ”
หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ
เธอนิ่งไปหลายวินาที ก่อนถามกลับอย่างระมัดระวัง
“หมายความว่ายังไงคะ?”
“พรุ่งนี้คุณก็จะรู้เอง”
เขาตอบสั้น ๆ ก่อนวางสายไป
เกรซมองโทรศัพท์ในมืออย่างไม่เข้าใจ
เขารู้อะไรเกี่ยวกับเธอแล้วหรือเปล่า?
หรือการพบลูกค้าครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับบริษัทของภัทรา?
ความคิดมากมายผุดขึ้นมาในหัว แต่ไม่มีคำตอบใดที่แน่ชัด
หญิงสาวค่อย ๆ วางโทรศัพท์ลง ก่อนมองออกไปนอกหน้าต่างเธอรู้ดีว่าเกมแก้แค้นครั้งนี้ไม่มีทางราบรื่นตลอดไป
