บทที่ 14 ท่านรองตามเลขา

ตอนที่ 14. ท่านรองตามเลขา

เช้าวันใหม่ ณ บริษัทภัทรวงศ์ กรุ๊ป

เกรซมาถึงบริษัทตั้งแต่แปดโมงเช้า วันนี้เธอเลือกสวมชุดทำงานสีขาวครีมจับคู่กับกระโปรงทรงสอบสีดำ ผมยาวถูกปล่อยสยายอย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าสวยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา ดูเรียบร้อยและสง่างามสมกับตำแหน่งเลขาส่วนตัวของประธานบริษัท

หญิงสาววางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ก่อนเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจสอบอีเมลที่ได้รับเมื่อคืน

มีเอกสารจากนฤบดินทร์ส่งมาให้เธอเตรียมสำหรับการประชุมกับลูกค้าในช่วงสาย พร้อมกำชับให้ตรวจสอบรายละเอียดทุกอย่างให้เรียบร้อย

เกรซอ่านข้อมูลคร่าว ๆ ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อย บริษัทที่จะไปพบในวันนี้คือบริษัทที่เธอคุ้นชื่อเป็นอย่างดี

บริษัทของครอบครัวภัทรา หญิงสาวนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะเลื่อนอ่านรายละเอียดต่อ

เธอไม่รู้ว่าการประชุมครั้งนี้มีจุดประสงค์อะไรเป็นพิเศษหรือไม่ แต่ในเมื่อเป็นงานที่ได้รับมอบหมาย เธอก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ

อีกอย่าง... การได้เห็นภัทรากับวัลลภในฐานะที่เธอเป็นเลขาของประธานบริษัทคู่แข่ง ก็นับเป็นโอกาสที่ดีไม่น้อยอย่างน้อยเธอก็อยากรู้ว่าทั้งสองคนจะมีสีหน้าแบบไหนเมื่อเห็นเธอยืนอยู่ข้างผู้ชายที่มีทุกอย่างเหนือกว่าวัลลภ

เกรซยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนกลับไปทำงานต่อ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะจัดการเอกสารเสร็จ เสียงทักทายที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณเลขาคนสวย!” เกรซหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจเบา ๆ

มาอีกแล้ว...

“สวัสดีค่ะท่านรอง วันนี้มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?”

นาวินเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าโต๊ะเธอด้วยท่าทางสบาย ๆ ในมือมีแก้วกาแฟสองแก้ว

“ผมเอากาแฟมาฝากครับ”

เกรซเลิกคิ้ว “ของดิฉันเหรอคะ?”

“ใช่ครับ ผมไม่รู้ว่าคุณชอบแบบไหน เลยซื้อมาให้สองแก้ว เผื่อไม่ถูกใจจะได้มีอีกตัวเลือก”

เขาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ ก่อนยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจ

“ผมเป็นคนใส่ใจคนอื่นแบบนี้แหละครับ”

เกรซหัวเราะ “ขอบคุณค่ะ แต่คราวหลังไม่ต้องลำบากก็ได้นะคะ”

“ไม่ได้ครับ ผมต้องดูแลเลขาของผมให้ดี”

“แต่ดิฉันเป็นเลขาของท่านประธานนะคะ”

นาวินยกมือแตะอกตัวเองอย่างเจ็บปวด

“โอ๊ย! คำพูดนี้แทงใจผมมากครับ”

เกรซหลุดหัวเราะออกมา “ท่านรองนี่ชอบพูดเล่นจริง ๆ เลยนะคะ”

“ถ้าผมไม่พูดเล่น ผมคงเครียดตายเพราะพี่ชายตัวเองไปนานแล้วครับ”

ทันใดนั้น ประตูห้องทำงานด้านหลังก็เปิดออกนฤบดินทร์เดินออกมาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ก่อนหยุดมองภาพตรงหน้า

น้องชายของเขายืนยิ้มแฉ่งอยู่หน้าโต๊ะเลขาส่วนตัว ส่วนเกรซก็กำลังหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเป็นภาพที่เขาไม่ค่อยได้เห็นนัก โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่กี่วัน

“นาวิน”

เจ้าของชื่อหันกลับมาทันที “ครับพี่!”

“นายไม่มีงานทำหรือไง?”

“มีครับ แต่ผมกำลังสร้างความสัมพันธ์อันดีกับพนักงานในบริษัท”

ดินเหลือบมองแก้วกาแฟบนโต๊ะ “ด้วยการซื้อกาแฟให้เลขาของฉัน?”

นาวินยิ้มกว้างกว่าเดิม “เห็นไหมครับพี่ ผมเป็นคนมีน้ำใจ”

“ถ้านายมีเวลาว่างขนาดนั้น ฉันจะส่งเอกสารโครงการใหม่ไปให้ทำ”

รอยยิ้มของนาวินค่อย ๆ หายไป

“พี่ดินครับ...”

“อะไร?”

“ผมเพิ่งมาถึงเองนะครับ”

“งั้นก็ถือโอกาสกลับไปทำงาน”

เกรซต้องรีบก้มหน้าลงมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพราะกลัวว่าตัวเองจะหลุดหัวเราะออกมา นาวินหันมามองเธอราวกับต้องการหาพวก

“คุณเกรซครับ คุณเห็นไหมว่าพี่ชายผมใจร้ายกับผมขนาดไหน?”

เกรซเงยหน้าขึ้น ยิ้มสุภาพ “ดิฉันคิดว่าท่านประธานคงอยากให้ท่านรองทำงานให้เต็มประสิทธิภาพค่ะ”

“คุณเกรซ!” นาวินร้องเสียงหลง

“ทำไมคุณถึงเข้าข้างพี่ผมล่ะครับ?”

“ดิฉันเป็นพนักงานของบริษัทค่ะ”

“โอ๊ย! เจ็บกว่าเดิมอีก!” ชายหนุ่มยกมือกุมอก ก่อนหันไปชี้หน้าพี่ชาย

“ฝากไว้ก่อนเถอะครับ!”

“ฉันไม่ได้เป็นหนี้นาย”

“พี่ดิน!” นาวินรีบเดินออกไปก่อนที่ตัวเองจะถูกสั่งงานเพิ่มเมื่อเหลือเพียงสองคน ดินก็หันมาทางเกรซ

“กาแฟนั่น คุณจะดื่มก็ได้ แต่ถ้าดื่มแล้วทำงานช้าลง ผมจะหักเงินเดือนคุณ”

เกรซเงยหน้าขึ้นทันที “ท่านประธานคะ กาแฟไม่ได้ทำให้คนทำงานช้าลงนะคะ”

“ผมแค่เตือนไว้”

“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นดิฉันจะดื่มให้หมดทั้งสองแก้วเลยค่ะ จะได้มีแรงทำงานให้ท่านประธานอย่างเต็มที่”

พูดจบเธอก็ยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบอย่างจงใจ ดินมองเธอนิ่ง ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ

“เตรียมเอกสารให้พร้อม อีกยี่สิบนาทีเราจะออกไป”

“รับทราบค่ะ”

เขากำลังจะเดินกลับเข้าห้อง แต่กลับหยุดแล้วหันมาพูดอีกครั้ง

“แล้วก็...”

เกรซเงยหน้าขึ้น “คะ?”

“ถ้านาวินเอาอะไรมาฝากอีก ไม่ต้องรับก็ได้”

หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ “ทำไมคะ?”

ดินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงเรียบ

“ผมไม่อยากให้คุณเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ”

เกรซยิ้มบาง ๆ “ค่ะ ท่านประธาน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป