บทที่ 2 ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า

ขังรักท่านประธาน

ตอนที่ 2 ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้า

หลังจากจัดการเรื่องรถชนเสร็จเรียบร้อย เกรซก็ขับรถต่อไปยังจุดหมายเดิม ผับที่เธอตั้งใจจะมานั่งดื่มตั้งแต่แรก เธอไม่ได้อยากกลับบ้านคืนนี้เธอไม่อยากเจอใครทั้งนั้น

โดยเฉพาะคำถามจากคนในครอบครัวว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเธอกับวัลลภ เกรซไม่พร้อมตอบ 

เธอจอดรถบริเวณลานจอดของผับ ก่อนนั่งนิ่งอยู่ในรถครู่หนึ่งหญิงสาวมองตัวเองผ่านกระจกมองหลัง

ดวงตายังแดงอยู่ ใบหน้าที่เคยสดใสตอนเช้ากลับดูอ่อนล้าราวกับผ่านคืนที่เลวร้ายมาหลายคืน

เกรซถอนหายใจ “พอได้แล้วเกรซ...”

เธอพูดกับตัวเองเบา ๆ “คืนนี้จะร้องไห้เป็นครั้งสุดท้าย”

มือเรียวหยิบกระเป๋าขึ้นมา ก่อนเปิดประตูลงจากรถคืนนี้เธอจะไม่คิดถึงวัลลภ ไม่คิดถึงงานหมั้นและไม่คิดถึงผู้หญิงคนนั้น ภัทรา

คืนนี้เธอจะดื่ม

แล้วพรุ่งนี้...เธอจะเริ่มต้นใหม่ แต่เมื่อเดินเข้าไปด้านในผับ เกรซก็พบว่าความตั้งใจของเธออาจไม่ง่ายอย่างที่คิด

เสียงเพลงดังคลอไปทั่วบริเวณแสงไฟสลัวสาดผ่านผู้คนมากมาย โต๊ะเกือบทุกโต๊ะเต็ม เกรซเดินมองไปรอบ ๆ อยู่หลายครั้ง

“เต็มหมดเลยเหรอเนี่ย...”

เธอถอนหายใจ พนักงานเดินเข้ามาหา

“คุณลูกค้ามาคนเดียวใช่ไหมครับ?”

“ค่ะ”

“ตอนนี้โต๊ะเต็มหมดเลยครับ ถ้าไม่รังเกียจอาจต้องรอประมาณ...”

“ไม่เป็นไรค่ะ” เกรซยิ้มบาง ๆ

เธอกำลังจะหันหลังกลับ แต่เสียงหนึ่งกลับดังขึ้นจากบริเวณโต๊ะ VIP

“เดี๋ยว”

พนักงานชะงัก หันกลับไปมองตามเสียง ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในมุมส่วนตัวของผับยกแก้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนพยักหน้าไปทางเกรซ

“ให้เธอมานั่งโต๊ะนี้”

พนักงานรีบเดินไปหาเธอ

“คุณผู้หญิงครับ”

เกรซหันกลับมา

“คะ?”

“ทางโต๊ะนั้นเชิญคุณไปนั่งด้วยครับ”

เธอมองตามมือของพนักงาน และหัวใจของเธอก็สะดุดไปชั่วครู่ ผู้ชายคนนั้น คนที่เธอเพิ่งขับรถชนเมื่อไม่ถึงชั่วโมงก่อน เขานั่งอยู่ตรงนั้นจริง ๆ

เสื้อเชิ้ตสีเข้มถูกพับแขนขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นท่อนแขนที่ดูแข็งแรง ใบหน้าคมยังคงนิ่งเหมือนตอนที่ยืนอยู่ข้างรถของเธอ

เกรซลังเล “เขาเชิญฉันเหรอคะ?”

“ครับ”

เธอหันไปมองเขาอีกครั้ง ชายหนุ่มเพียงยกแก้วขึ้นจิบ ไม่ได้พูดอะไร เกรซคิดอยู่ครู่หนึ่งเธอไม่อยากกลับบ้านและตอนนี้ก็ไม่มีที่นั่งอื่นสุดท้ายจึงพยักหน้า

“ก็ได้ค่ะ”

พนักงานพาเธอไปยังโต๊ะนั้น เกรซนั่งลงตรงข้ามชายหนุ่ม

ทั้งสองมองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่งก่อนเกรซจะเป็นฝ่ายพูด

“เราเพิ่งเจอกันเองนะคะ”

“ผมจำได้”

เขาตอบสั้น ๆ “เรื่องรถ”

“ค่ะ”

เกรซหลุบตามองแก้วน้ำบนโต๊ะ “ขอโทษอีกครั้งนะคะเรื่องรถ”

“ไม่เป็นไร”

“ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

“ผมรู้” น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง

เกรซเงยหน้าขึ้นมอง “คุณไม่โกรธเหรอคะ?”

“ถ้าผมโกรธ รถผมจะกลับมาเหมือนเดิมไหม?”

คำตอบนั้นทำให้เกรซเผลอหลุดหัวเราะออกมาเป็นครั้งแรกตั้งแต่เธอถูกวัลลภบอกเลิก

ชายหนุ่มมองเธอ ริมฝีปากของเขายกขึ้นเพียงเล็กน้อยแทบจะเรียกว่าเป็นรอยยิ้มไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่เขากลับมองเธอนานกว่าปกติ

“คุณมาดื่มคนเดียว?” เขาถาม

“ค่ะ”

“อกหัก?” คำถามตรง ๆ ทำให้เกรซชะงัก

“ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้นคะ?”

“ตาแดง” เขาตอบง่าย ๆ “แล้วคุณร้องไห้ตอนอยู่ในรถ”

เกรซนิ่งเธอไม่คิดว่าเขาจะสังเกต

“คุณก็สังเกตเก่งเหมือนกันนะคะ”

“ผมแค่เห็น”

เธอหัวเราะเบา ๆ “ใช่ค่ะ อกหัก”

ชายหนุ่มไม่ได้ถามต่อ เพียงยกแก้วขึ้นดื่ม ความเงียบระหว่างพวกเขาไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัดอย่างที่เกรซคิด

กลับกลายเป็นว่า...เธอรู้สึกสบายใจที่จะนั่งอยู่ตรงนี้เพราะอย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็ไม่ได้ถามว่าเธอเลิกกับใคร ไม่ได้ถามว่าใครเป็นคนผิด และไม่ได้พูดปลอบแบบที่เธอไม่ต้องการ

“คุณล่ะคะ?” เกรซถามกลับ

“มาที่นี่คนเดียวเหมือนกันเหรอ?”

“มากับเพื่อน” เขาพยักหน้าไปทางโต๊ะด้านข้าง

เกรซมองตาม แต่เพื่อนของเขาเหมือนกำลังคุยธุระกันอยู่

เธอจึงหันกลับมา “คุณดูไม่เหมือนคนชอบเที่ยวเลยนะคะ”

“ผมดูเป็นยังไง?”

“เหมือนคนทำงานตลอดเวลา”

ชายหนุ่มเลิกคิ้ว “คุณรู้ได้ยังไง?”

“เดาเอาค่ะ”

เขามองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามกลับ

“แล้วคุณล่ะ?”

“ฉัน?”

“ดูเหมือนคนไม่ค่อยยอมใคร”

เกรซหัวเราะ

“ถ้าคุณรู้จักฉันเมื่อก่อน คุณอาจไม่คิดแบบนั้นก็ได้ค่ะ”

“เกิดอะไรขึ้น?”

คำถามนั้นทำให้รอยยิ้มของเธอจางลง เกรซมองแก้วในมือ

“ฉันเพิ่งถูกถอนหมั้นค่ะ”

ชายหนุ่มนิ่งไป “เขาเป็นคนขอเลิก?”

เกรซพยักหน้า “เขานอกใจฉัน”

ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไร “กับผู้หญิงที่มีทุกอย่างที่ฉันไม่มี”

เธอยิ้มเยาะตัวเอง “เงิน ครอบครัว ฐานะ แล้วก็อนาคตที่เขาคิดว่าดีกว่า”

ชายหนุ่มมองเธอ “แล้วคุณจะทำยังไง?”

เกรซเงียบไปก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากเดิม

“เอาคืนค่ะ” ดวงตาคู่สวยที่ก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยน้ำตา กลับมีประกายบางอย่างขึ้นมา ชายหนุ่มมองเธออย่างสนใจ

“แก้แค้น?”

“ค่ะ”

“คุณดูไม่เหมือนคนแก้แค้น”

เกรซหัวเราะเบา ๆ “เพราะคุณยังไม่รู้จักฉันดีพอ”

ชายหนุ่มมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่ม

“บางทีการแก้แค้นอาจทำให้คุณเจ็บกว่าเดิม”

“ฉันรู้ค่ะ”

“แล้วทำไมยังจะทำ?”

เกรซนิ่ง

“เพราะฉันไม่อยากเป็นคนที่ถูกทิ้งแล้วต้องร้องไห้อยู่คนเดียวอีก”

ชายหนุ่มไม่ตอบ แต่แววตาของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย

ในขณะเดียวกัน...เกรซยังไม่รู้เลยว่า คนที่กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าเธอคือใคร

ชายหนุ่มขอตัวลุกออกจากโต๊ะ “ผมไปห้องน้ำก่อน”

“ค่ะ” เกรซพยักหน้า

เมื่อเขาเดินออกไป เธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หน้าจอมีข้อความจากแอนส่งเข้ามาหลายข้อความ

แอน: เป็นยังไงบ้าง?

แอน: ถึงผับหรือยัง?

แอน: อย่าดื่มเยอะนะเกรซ

เกรซกำลังจะตอบกลับ

แต่เสียงสนทนาจากโต๊ะด้านข้างกลับดึงความสนใจของเธอไปเสียก่อน

“พรุ่งนี้คุณดินมีประชุมกับบริษัทภัทราใช่ไหม?”

เกรซชะงัก

“อืม เห็นว่าเป็นเรื่องโครงการโรงแรม”

“บริษัทนั้นแม่งแข่งกับภัทรวงค์ กรุ๊ปมานานแล้วนี่”

เกรซค่อย ๆ วางโทรศัพท์ลง ภัทรวงค์ กรุ๊ป

ชื่อที่เธอเคยได้ยินจากวัลลภ และชื่อที่เกี่ยวข้องกับบริษัทของภัทราโดยตรง

ชายอีกคนถามขึ้น

“แล้วประธานของภัทรวงค์ กรุ๊ปมาด้วยหรือเปล่า?”

คนที่กำลังคุยอยู่หัวเราะ

“มาสิ ประธานอย่าง นฤบดินทร์ ภัทรวงค์ ไม่พลาดหรอก”

มือของเกรซที่กำลังถือแก้วหยุดนิ่ง นฤบดินทร์...

เธอค่อย ๆ หันไปมองทางที่ชายหนุ่มเพิ่งเดินหายเข้าไป

หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

“อย่าบอกนะว่า...”

เธอพึมพำ แล้วคำพูดของคนโต๊ะข้าง ๆ ก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ดินนี่โคตรเก่งเลยนะ อายุแค่สามสิบกว่า ๆ แต่ขึ้นเป็นประธานภัทรวงค์ กรุ๊ปได้แล้ว”

เกรซนิ่งงัน ดวงตาเบิกกว้าง ผู้ชายที่เธอเพิ่งขับรถชน

ผู้ชายที่เธอกำลังนั่งดื่มด้วย

คือ... นฤบดินทร์ ภัทรวงค์

ประธานบริษัทคู่แข่งของครอบครัวภัทรา ผู้ชายที่วัลลภเลือกทิ้งเธอเพื่อเข้าไปอยู่ในครอบครัวนั้น

ริมฝีปากของเกรซค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่แตกต่างจากรอยยิ้มก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิงในหัวของเธอมีเพียงความคิดเดียว

ถ้าฉันทำให้ประธานบริษัทคู่แข่งของภัทราหลงรักฉันได้...

ดวงตาของเกรซวาววับ

วัลลภจะได้รู้ว่าการทิ้งฉันไปเพื่อผู้หญิงคนนั้น เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต

และภัทรา...เธอก็จะได้รู้เช่นกันว่า

คนอย่างวิมลรัตน์ไม่ได้ยอมแพ้ใครง่าย ๆ

เกรซวางแก้วลงบนโต๊ะก่อนจะมองไปยังทางเดินที่นฤบดินทร์กำลังเดินกลับมา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป