บทที่ 5 ฉันก็จะลาออกเหมือนกัน

ขังรักท่านประธาน

ตอนที่ 5. ฉันก็จะลาออกเหมือนกัน

วันต่อมาเสียงโทรศัพท์ของเกรซดังขึ้นในช่วงสายของวันหญิงสาวที่กำลังนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เหลือบมองหน้าจอ ก่อนจะเห็นว่าเป็นเบอร์ที่เธอไม่คุ้น

“สวัสดีค่ะ วิมลรัตน์พูดค่ะ” ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงผู้ชายจะดังขึ้น

“คุณวิมลรัตน์ใช่ไหมครับ”

“ใช่ค่ะ”

“ผมโทรมาจากภัทรวงค์ กรุ๊ปครับ”

มือของเกรซที่กำลังจับปากกาหยุดนิ่งหัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย

“ค่ะ”

“เรื่องตำแหน่งเลขานุการรองประธานบริษัทที่คุณมาสัมภาษณ์ ทางบริษัทพิจารณาแล้วนะครับ”

เกรซนั่งตัวตรง

“ค่ะ”

“คุณได้รับการคัดเลือกครับ” ดวงตาของเธอเบิกขึ้นเล็กน้อย ถึงแม้จะคาดการณ์เอาไว้แล้ว แต่พอได้ยินจริง ๆ กลับรู้สึกเหมือนทุกอย่างกำลังเดินเร็วขึ้นกว่าที่คิด

“จริงเหรอคะ?”

“ครับ หากคุณสะดวก สามารถเข้ามาเซ็นสัญญาและเริ่มงานได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ได้เลยครับ”

เกรซยิ้ม “สะดวกค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นผมจะส่งรายละเอียดไปให้ทางอีเมลนะครับ”

“ขอบคุณมากค่ะ”

“ยินดีครับ”

สายถูกตัดไปเกรซวางโทรศัพท์ลงช้า ๆ เธอเอนหลังพิงเก้าอี้ ก่อนจะหันไปมองหน้าต่าง

ภัทรวงค์ กรุ๊ป อีกไม่นานเธอจะเข้าไปอยู่ในบริษัทของนฤบดินทร์อย่างเป็นทางการแล้ว แต่ก่อนหน้านั้น...

ยังมีเรื่องหนึ่งที่ต้องจัดการ

บริษัทของภัทรา เกรซหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดปฏิทิน

เมื่อวานเธอไม่ได้เข้าทำงาน และตั้งแต่วันที่ถอนหมั้น เธอก็เข้าทำงานบ้างไม่เข้าบ้าง เธอรู้ดีว่าคงมีคนกำลังรอเล่นงานเธออยู่

และดูเหมือนว่า...เธอเองก็พร้อมจะรับมือแล้วเช่นกัน

บริษัทของภัทรา ช่วงบ่าย

เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังเป็นจังหวะ

ภัทราเดินออกจากห้องทำงานด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“เกรซอยู่ไหน?”

พนักงานคนหนึ่งรีบตอบ “ยังไม่มาค่ะ”

ภัทราหยุดเดิน “ยังไม่มานี่มันเลยเวลาพักแล้วนะ?”

“ค่ะ”

“เข้างานช้า มาทำงานบ้างไม่มาบ้างแล้วนี่กี่วันแล้วที่หยุด?”

พนักงานก้มหน้า “สามวันแล้วค่ะ”

ภัทรากัดฟัน

“โทรตามสิ!”

“เธอไม่รับสายค่ะ”

“งั้นถ้ามาถึงเมื่อไหร่ บอกให้ไปหาฉันที่ห้อง!”

“ค่ะ”

ภัทราหมุนตัวกลับแต่ยังไม่ทันเดินไปถึงห้องทำงาน เสียงลิฟต์ก็ดังขึ้น

ติ๊ง! ประตูลิฟต์เปิดออกเกรซก้าวออกมาหญิงสาวแต่งตัวเรียบร้อยเหมือนทุกวัน

ใบหน้าสงบนิ่ง ในมือมีแฟ้มเอกสารหนึ่งชุดเธอเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง ราวกับช่วงสามวันที่หายไปไม่เคยเกิดขึ้น พนักงานหลายคนแอบมองบางคนกระซิบกันเบา ๆ

แต่เกรซไม่ได้สนใจ เธอวางกระเป๋าลงเปิดคอมพิวเตอร์และกำลังจะเริ่มเก็บของบนโต๊ะ

“วิมลรัตน์!”

เสียงแหลมดังขึ้นจากด้านหลังเกรซหยุดมือก่อนจะหันกลับไป

ภัทรายืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าโกรธจัด

“เธอหายไปไหนมา ทั้งไม่ลางาน เข้างานช้า?”

เกรซมองเธอ

“มีธุระส่วนตัวค่ะ”

“ธุระส่วนตัว?”

ภัทราหัวเราะอย่างดูถูก

“เธอคิดว่าที่นี่เป็นบริษัทของครอบครัวเธอหรือไง ถึงอยากจะมาก็มา ไม่อยากมาก็ไม่มา?”

พนักงานรอบข้างเริ่มหันมามอง

เกรซยังคงนิ่ง “ฉันไม่ได้บอกว่าเป็นบริษัทของฉันค่ะ”

“แล้วทำไมถึงไม่มาทำงาน?”

“ฉันมีเรื่องต้องจัดการ”

“เรื่องถอนหมั้นน่ะเหรอ?”

คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศเงียบลงทันทีภัทรายิ้มอย่างผู้ชนะ

“หรือยังเสียใจเรื่องวัลลภจนทำงานไม่ได้?”

เกรซมองเธอ ไม่ได้ตอบ ภัทราจึงยิ่งได้ใจ

“ถ้าเธอยังทำตัวแบบนี้ ฉันคงต้องรายงานฝ่ายบุคคล”

“ค่ะ”

“แล้วถ้ายังขาดงานโดยไม่มีเหตุผลอีก เธออาจถูกไล่ออกโดยไม่รู้ตัว”

เกรซนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนยิ้มบาง ๆ

“ดีเลยค่ะ”

ภัทราชะงัก “อะไรนะ?”

เกรซลุกขึ้นจากเก้าอี้ เธอหยิบกระเป๋าขึ้นมาอย่างใจเย็น

“เพราะฉันก็จะมาลาออกเหมือนกัน”

ทั่วทั้งแผนกเงียบกริบ ภัทรามองเธออย่างไม่อยากเชื่อ

“เธอ...จะลาออก?”

“ค่ะ”

“เพราะฉันพูดเรื่องไล่ออกเนี่ยนะ?”

“ไม่ใช่ค่ะ”

เกรซส่ายหน้า “ฉันตัดสินใจไว้แล้ว”

เธอหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมา “แค่ยังไม่มีเวลามาจัดการเรื่องเอกสาร”

ภัทราหรี่ตา

“อย่าบอกนะว่าเธอคิดว่าตัวเองจะไปหางานที่ไหนก็ได้”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ”

เกรซยิ้ม “ฉันได้งานใหม่แล้ว”

สีหน้าของภัทราเปลี่ยนทันที “ที่ไหน?”

เกรซไม่ได้ตอบ เธอเพียงจัดของบนโต๊ะต่อภัทราเดินเข้ามาใกล้

“ฉันถามว่าเธอได้งานที่ไหน?”

เกรซเงยหน้าขึ้น “มันสำคัญด้วยเหรอคะ?”

“แน่นอน!”

ภัทรากระแทกเสียง “ฉันอยากรู้ว่าคนอย่างเธอจะไปทำงานที่ไหน”

เกรซมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ

“ที่ที่ให้คุณค่ากับความสามารถของพนักงานมากกว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวค่ะ”

ใบหน้าของภัทราตึงขึ้น เกรซพูดต่อ

“ที่สำคัญ...” เธอหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย

“ที่ทำงานใหม่ของฉัน ต่อให้เจ้าของบริษัทมีลูกสาวเป็นผู้บริหาร ก็คงไม่มีใครเอาเรื่องผู้ชายของตัวเองมาปะปนกับงานจนต้องคอยหาเรื่องคนอื่นหรอกค่ะ”

พนักงานรอบข้างเงียบกริบภัทรากำมือแน่น

“เธอหมายความว่ายังไง?”

เกรซยิ้มหวาน “ฉันพูดถึงงานค่ะ”

“เกรซ!”

เสียงของภัทราดังขึ้น แต่เกรซยังไม่หยุด

เธอเดินเข้าไปใกล้ ก่อนพูดเบา ๆ ให้ได้ยินกันเพียงสองคน

“อย่ากังวลนะคะภัทรา ถึงคุณจะได้วัลลภไปแล้ว...ก็ไม่ได้แปลว่าคุณชนะฉัน”

ภัทราหน้าเปลี่ยนสี “เธอ!”

“เพราะถ้าการแย่งผู้ชายคนหนึ่งจากผู้หญิงอีกคนเรียกว่าชัยชนะ...”

เกรซมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “ฉันก็สงสารคุณนะคะเพราะดูเหมือนคุณจะไม่มีอะไรให้ภูมิใจในตัวเองเลย นอกจากการแย่งของของคนอื่น”

“กรี๊ด!”

เสียงกรีดร้องดังลั่นไปทั่วสำนักงาน พนักงานหลายคนสะดุ้ง บางคนถึงกับรีบหันหนีเพราะไม่กล้ามอง

เกรซยืนมองภัทราที่กำลังโกรธจนตัวสั่นก่อนยกมือขึ้นแตะริมฝีปากอย่างตกใจเกินจริง

“ว๊าย...ตายแล้ว”

เธอทำตาโต “ชะนีติดสัตย์!”

ทั้งแผนกเงียบไปหนึ่งวินาที ก่อนพนักงานบางคนจะรีบก้มหน้ากลั้นหัวเราะ

ภัทราหันขวับ “เธอว่าใครเป็นชะนี!”

เกรซยิ้ม

“ฉันไม่ได้เอ่ยชื่อเลยนะคะ”

“เกรซ!”

“ค่ะ?”

“ฉันจะไม่ให้เธอออกไปง่าย ๆ แน่!”

เกรซหยิบเอกสารลาออกจากโต๊ะขึ้นมา

“ไม่ต้องห่วงค่ะ” เธอวางเอกสารลงตรงหน้าอีกฝ่าย

“ฉันไม่ได้ต้องการอะไรจากที่นี่อีกแล้ว”

ก่อนเดินออกไป เธอหยุดแล้วหันกลับมา

“อ้อ...ฝากบอกวัลลภด้วยนะคะ”

ภัทรามองเธออย่างระแวง “ว่าฉันขอบคุณเขามากถ้าเขาไม่ทิ้งฉัน ฉันก็คงไม่มีโอกาสได้เจอผู้ชายที่ดีกว่าเขา”

พูดจบเกรซก็หันหลังเดินออกไปเสียงส้นรองเท้าของเธอดังไปตามทางเดิน

ทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดลง...รอยยิ้มบนใบหน้าของเกรซก็หายไป เธอถอนหายใจยาวก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาข้อความจากบริษัทใหม่เพิ่งถูกส่งเข้ามา

ฝ่ายบุคคล ภัทรวงค์ กรุ๊ป:

“คุณวิมลรัตน์สามารถเข้ามาเซ็นสัญญาและเริ่มงานได้ในวันจันทร์ค่ะ”

เกรซอ่านซ้ำอีกครั้ง ก่อนมุมปากจะยกขึ้น

วันจันทร์ เธอจะได้เจอนฤบดินทร์อีกครั้ง

แต่ครั้งนี้...เธอจะไม่ได้เจอเขาในฐานะผู้หญิงที่ขับรถชนเขาไม่ได้เจอเขาในฐานะผู้หญิงที่บังเอิญนั่งดื่มกับเขาที่ผับแต่จะได้เจอเขาในฐานะ...พนักงานคนหนึ่งในบริษัทของเขา

เกรซเก็บโทรศัพท์ลงแล้วเดินออกจากอาคารด้วยหัวใจที่เต้นแรงขึ้นอย่างประหลาด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป