บทที่ 7 ไหนล่ะเลขาสาวแสนสวยของผม
ตอนที่ 7. ไหนล่ะเลขาสาวแสนสวยของผม
เกรซนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะหน้าห้องประธานบริษัท มือเรียวกำลังจัดเรียงเอกสาร ที่ต้องใช้ในการประชุมช่วงบ่ายอย่างเป็นระเบียบ หลังจากเริ่มงานได้ไม่นาน เธอก็พบว่าการเป็นเลขาส่วนตัวของนฤบดินทร์ไม่ใช่งานง่ายอย่างที่คิด เพราะชายหนุ่มเป็นคนละเอียด รอบคอบ และจริงจังกับงานทุกอย่างจนแทบไม่มีช่องว่างให้เกิดความผิดพลาด
แต่สำหรับเธอแล้ว ต่อให้งานจะยากแค่ไหนก็ไม่ใช่ปัญหาสิ่งสำคัญคือเธอได้เข้ามาอยู่ใกล้ผู้ชายที่เป็นหมากตัวสำคัญในแผนแก้แค้นของตัวเองแล้ว
ขณะที่กำลังตรวจสอบตารางนัดหมาย เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังเข้ามาใกล้
เกรซเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ ก่อนจะพบชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีกรมท่าเดินตรงมาทางโต๊ะของเธอ
ใบหน้าหล่อเหลาของเขามีส่วนคล้ายกับนฤบดินทร์อยู่ไม่น้อย เพียงแต่แววตาและรอยยิ้มกลับดูมีชีวิตชีวากว่ามาก ราวกับเป็นผู้ชายที่พร้อมจะพูดเล่นได้ทุกสถานการณ์
ต่างจากพี่ชายที่มักมีสีหน้าเคร่งขรึมอยู่เสมอ
เกรซใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีก็พอจะเดาได้ว่าเขาเป็นใครคงไม่ใช่ใครอื่นนอกจากท่านรองประธานบริษัท ซึ่งเป็นน้องชายของเจ้านายเธอนั่นเอง
ชายหนุ่มหยุดอยู่หน้าโต๊ะ ก่อนจะกวาดตามองหญิงสาวตรงหน้าเล็กน้อย
“ไม่ทราบว่าท่านประธานอยู่ไหมครับ แล้วคุณเป็นใคร?”
เกรซวางเอกสารลง ก่อนลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีสุภาพ
“ขออนุญาตแนะนำตัวค่ะ ดิฉันชื่อเกรซ เป็นเลขาคนใหม่ของท่านประธานค่ะ ส่วนท่านประธานกำลังทำงานอยู่ด้านใน ไม่ทราบว่าจะให้ดิฉันแจ้งว่าใครมาพบดีคะ?”
ชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่าเลขาคนใหม่ ก่อนจะยืดตัวตรงเต็มความสูงแล้วเอ่ยแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจอย่างเห็นได้ชัด
“ผม...นาวิน ภัทรวงศ์ รองประธานบริษัท และเป็นน้องชายแท้ ๆ ของท่านประธานที่คุณพูดถึงนั่นแหละครับ”
เกรซยิ้มออกมาทันที
“สวัสดีอีกครั้งค่ะท่านรอง ดิฉันจะเข้าไปแจ้งท่านประธานให้นะคะ”
เธอกำลังจะหันไปทางประตูห้องทำงาน แต่ยังไม่ทันได้ก้าวไปไหน เสียงของนาวินก็ดังขึ้นเสียก่อน
“เดี๋ยวครับ!”
เกรซหันกลับมามอง
“คะ?”
“คุณรู้จักผมเหรอ?” หญิงสาวยิ้มหวาน ก่อนตอบตามตรง
“รู้จักค่ะ เพราะตอนแรกดิฉันมาสมัครเป็นเลขาของท่านรองประธาน แต่ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมถึงได้มาอยู่หน้าห้องท่านประธานแทน”
นาวินนิ่งไปทันที จากนั้นคิ้วเข้มก็ค่อย ๆ ขมวดเข้าหากัน
“เดี๋ยวนะ...คุณพูดว่าอะไรนะครับ?”
“ดิฉันสมัครตำแหน่งเลขาของท่านรองค่ะ”
“แล้วทำไมคุณถึงมาเป็นเลขาพี่ดิน?”
คำถามนั้นทำให้เกรซยิ้มเจื่อนเล็กน้อย
“เรื่องนี้ดิฉันเองก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ทางฝ่ายบุคคลแจ้งว่าดิฉันได้รับเลือกเข้าทำงานที่ภัทรวงศ์ กรุ๊ป และให้มารายงานตัวกับท่านประธานโดยตรง”
นาวินยกมือขึ้นเท้าเอว ก่อนหันไปมองประตูห้องทำงานของพี่ชายอย่างไม่อยากเชื่อ
“นี่มันเรื่องอะไรกัน? “
เขาเป็นคนที่ต้องการเลขาคนใหม่ เพราะเลขาคนเดิมยื่นเรื่องขอลาออกไปศึกษาต่อ ฝ่ายบุคคลก็แจ้งแล้วว่ามีผู้สมัครที่เหมาะสมหลายคน หนึ่งในนั้นคือผู้หญิงตรงหน้าที่เขายังไม่เคยเห็นแม้แต่รูปถ่ายด้วยซ้ำ
แต่พอถึงวันเริ่มงาน เลขาที่ควรจะมาทำงานให้เขากลับไปนั่งอยู่หน้าห้องพี่ชายเสียอย่างนั้น!
ที่สำคัญ... พี่ชายของเขาไม่เคยมีเลขาส่วนตัวที่เป็นผู้หญิงมาก่อนเลย!
ไม่ใช่ว่าไม่มีผู้หญิงเก่งพอ แต่เพราะนฤบดินทร์เป็นคนเข้าถึงยากและจริงจังกับงานมากจนไม่มีใครอยากเข้าใกล้เกินความจำเป็นแล้วอยู่ ๆ ทำไมถึงรับผู้หญิงคนนี้เข้ามาอยู่ใกล้ตัว? นาวินหรี่ตามองเกรซอย่างพิจารณา
“คุณเกรซครับ”
“คะ ท่านรอง?”
“ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?”
“ได้ค่ะ”
“คุณไปทำอะไรให้พี่ชายผมประทับใจหรือเปล่า?”
เกรซชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ
“ทำไมถึงถามแบบนั้นคะ?”
“ก็...” นาวินชี้ไปทางประตูห้องทำงาน “พี่ดินของผมน่ะนะ รับผู้หญิงเข้ามาทำงานใกล้ตัวแบบนี้ ผมว่ามันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่นอน”
“ท่านรองคะ ดิฉันเพิ่งเริ่มงานวันแรกเองนะคะ”
“นั่นแหละครับ ยิ่งน่าสงสัยเข้าไปใหญ่”
เกรซหลุดหัวเราะกับท่าทางจริงจังเกินเหตุของเขาผู้ชายคนนี้ต่างจากนฤบดินทร์อย่างสิ้นเชิง
ถ้าพี่ชายของเขาเป็นน้ำแข็ง น้องชายก็คงเป็นไฟที่พร้อมจะเผาทุกคนด้วยคำพูดกวนประสาท
“ถ้าอย่างนั้น ดิฉันจะเข้าไปเรียนท่านประธานว่าท่านรองมาพบนะคะ”
“เชิญครับ”
นาวินผายมือให้เธออย่างสุภาพ ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้งในจังหวะที่เกรซกำลังเดินผ่าน
“แต่คุณเกรซครับ”
หญิงสาวหันกลับมา “คะ?”
เขายิ้มกว้าง “ถ้าพี่ดินทำให้คุณปวดหัว โทรมาฟ้องผมได้นะครับ ผมยินดีช่วยเหลือเต็มที่”
เกรซหัวเราะ “ขอบคุณค่ะ”
“ไม่ต้องเกรงใจครับ ผมกับพี่ดินเรารักกันมาก”
พูดจบเขาก็ยกมือขึ้นแตะอกตัวเองอย่างภาคภูมิใจ
“ถึงบางครั้งผมจะอยากเอาแฟ้มฟาดหัวพี่ชายตัวเองสักทีก็เถอะ”
“ท่านรอง!”
เสียงเข้มของใครบางคนดังขึ้นจากด้านหลัง
นาวินสะดุ้งจนไหล่แทบกระตุก ก่อนจะค่อย ๆ หันกลับไป
นฤบดินทร์ยืนอยู่ตรงประตูห้องทำงาน สีหน้าเรียบนิ่ง ดวงตาคมกริบจับจ้องน้องชายตัวดีที่กำลังพูดถึงตัวเองอย่างสนุกปาก
“เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ?”
นาวินรีบยืดตัวตรงทันที
“ผมบอกว่ารักพี่มากครับ!”
“ประโยคก่อนหน้านั้น”
“ผม...”
“ว่าไง?”
นาวินกลืนน้ำลาย ก่อนจะยิ้มแห้ง ๆ
“ผมบอกว่าพี่เป็นพี่ชายที่ดีที่สุดในโลกครับ”
เกรซต้องรีบเม้มปากกลั้นหัวเราะ ไม่คิดเลยว่าผู้ชายที่มีตำแหน่งถึงรองประธานบริษัทจะกลัวพี่ชายตัวเองได้ขนาดนี้ นฤบดินทร์ปรายตามองน้องชาย ก่อนหันมาทางเธอ
“เกรซ คุณกลับไปทำงานได้”
“ค่ะ ท่านประธาน”
หญิงสาวรีบกลับไปนั่งที่โต๊ะ แต่ยังไม่วายได้ยินเสียงนาวินดังไล่หลังมา
“พี่ดิน! ผมมาทวงเลขาของผมนะ ไม่ได้มาฟังพี่ดุ!”
“ถ้ายังพูดมาก ฉันจะให้ฝ่ายบุคคลหาเลขาใหม่ให้”
“อ้าว! แล้วคุณเกรซล่ะครับ?”
“ทำงานกับฉัน”
“ทำไมล่ะครับ?”
“เพราะฉันเป็นคนตัดสินใจ”
“แต่ผมเป็นรองประธานนะ!”
“แล้วไง?”
นาวินอ้าปากค้าง
เกรซก้มหน้าลงมองเอกสาร แต่ไหล่กลับสั่นเล็กน้อยเพราะกลั้นหัวเราะแทบไม่ไหว นี่เธอกำลังทำงานอยู่ในบริษัทระดับประเทศจริง ๆ ใช่ไหม?
ทำไมบทสนทนาระหว่างประธานกับรองประธานถึงเหมือนพี่น้องที่แย่งของเล่นกันไม่มีผิด!
“ได้ครับ ได้!” นาวินยกมือยอมแพ้ “ตามใจพี่เลยครับ ท่านประธานผู้ยิ่งใหญ่!”
เขาเดินเข้าไปในห้องทำงาน ก่อนจะหันกลับมาชี้หน้าเกรซพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“คุณเกรซครับ วันนี้ผมยังไม่ยอมแพ้นะ!”
เกรซชี้ตัวเองอย่างงุนงง
“คะ?”
“ผมจะกลับมาทวงสิทธิ์ของผม!”
พูดจบก็เดินหายเข้าไปในห้องทันที เกรซได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆ
น้องชายของเจ้านายเธอ...ช่างเป็นคนที่คาดเดาไม่ได้จริง ๆ
แต่สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ การปรากฏตัวของนาวินในวันนี้จะทำให้เธอได้เข้าไปพัวพันกับโลกส่วนตัวของนฤบดินทร์มากกว่าที่เคยคิดไว้ และอาจทำให้แผนการที่เธอวางเอาไว้เริ่มซับซ้อนขึ้นทีละน้อย
ภายในห้องทำงานประธานบริษัท
นาวินทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟารับแขกอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะมองพี่ชายที่กลับไปนั่งหลังโต๊ะทำงานด้วยสายตาจับผิด
“พี่ดิน”
“อะไร?”
“ผมขอถามจริง ๆ นะ”
“ถ้าเป็นเรื่องไร้สาระก็ออกไป”
“โธ่ พี่ ผมยังไม่ได้พูดเลย!”
นฤบดินทร์ไม่ตอบ เพียงเปิดเอกสารตรงหน้าแล้วทำเหมือนไม่มีน้องชายอยู่ในห้อง
นาวินจึงเอนตัวไปข้างหน้า
“คุณเกรซน่ะ ทำไมถึงมาเป็นเลขาพี่?”
“เธอทำงานได้”
“คนอื่นก็ทำงานได้”
“ฉันเลือกแล้ว”
“แล้วทำไมไม่ให้เธอเป็นเลขาผมตามที่สมัคร?”
คราวนี้นฤบดินทร์เงยหน้าขึ้นมองน้องชาย
“นายมีปัญหา?”
“ไม่มีครับ!” นาวินตอบทันที ก่อนยิ้มกว้าง “ผมแค่สงสัยว่าพี่กำลังคิดอะไรอยู่”
“ฉันไม่มีเวลามานั่งตอบคำถามไร้สาระของนาย”
“งั้นผมถามคำถามสุดท้าย”
“นาวิน”
“พี่ชอบเธอเหรอ?”
ปลายปากกาที่กำลังขีดลงบนเอกสารหยุดชะงัก
เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ก่อนนฤบดินทร์จะวางปากกาลงแล้วมองน้องชายด้วยสายตาเย็นชา
“ถ้านายว่างมาก ฉันจะส่งงานที่ค้างอยู่ทั้งหมดไปให้”
นาวินหัวเราะทันที
“โอ้โห! ผมถามแค่นี้เอง ทำไมต้องขู่ด้วยล่ะครับ?”
“ออกไป”
“ครับ ๆ ไปก็ได้”
นาวินลุกขึ้น แต่ก่อนจะเปิดประตู เขาก็หันกลับมาอีกครั้ง
“แต่พี่ดิน...”
“อะไรอีก?”
“คุณเกรซน่ารักดีนะครับ”
บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที นฤบดินทร์มองน้องชายอย่างไม่แสดงอารมณ์
“แล้ว?”
นาวินยิ้มกวน “ไม่มีอะไรครับ แค่ชมเฉย ๆ”
“นาวิน”
“ครับ?”
“ถ้านายยังอยากทำงานตำแหน่งรองประธานต่อไป ก็อย่าคิดเล่นกับเลขาของฉัน”
นาวินชะงัก ก่อนจะค่อย ๆ ยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม
เลขาของฉัน เขาไม่ได้พูดว่าเลขาของบริษัทแต่พูดว่าเลขาของฉัน
โอ้โห...งานนี้สนุกแล้วสิ!
“รับทราบครับท่านประธาน ผมจะไม่ยุ่งกับเลขาของพี่เด็ดขาด”
นาวินยกมือทำท่าตะเบ๊ะ ก่อนเปิดประตูเดินออกไป
แต่ทันทีที่ประตูปิดลง รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ยิ่งชัดเจนขึ้น
“พี่ดิน...พี่เสร็จแน่”
