บทที่ 8 เลขาคนนี้มีเจ้าของหรือยัง

ตอนที่ 8. เลขาคนนี้มีเจ้าของหรือยัง

ช่วงบ่ายของวันเดียวกันเกรซกำลังนั่งตรวจสอบตารางนัดหมายอยู่หน้าห้องทำงานของประธานบริษัท หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายระหว่างท่านประธานกับท่านรองประธานในช่วงเช้าผ่านไป เธอก็ได้แต่หวังว่าช่วงเวลาที่เหลือของวันจะสงบสุขเสียที แต่ดูเหมือนความหวังของเธอจะอยู่ได้ไม่นานเพราะโทรศัพท์ภายในบนโต๊ะดังขึ้น

“ค่ะ เลขาคุณนฤบดินทร์ค่ะ”

(เตรียมตัวให้พร้อม อีกยี่สิบนาทีเข้ามาพบผม)

เสียงทุ้มของคนปลายสายสั่งการสั้น ๆ ก่อนวางสายไปโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอถามอะไรเพิ่มเติม เกรซมองโทรศัพท์ในมือแล้วถอนหายใจเบา ๆ

“จะสั่งงานทั้งทีก็ช่วยบอกรายละเอียดหน่อยไม่ได้หรือไงคะ ท่านประธาน…”

ถึงจะบ่นอย่างนั้น แต่เธอก็ลุกขึ้นหยิบแฟ้มเอกสารแล้วเดินเข้าไปในห้องทำงานตามคำสั่ง

ก๊อก ก๊อก

“เข้ามา”

เมื่อเปิดประตูเข้าไป เกรซก็พบว่านฤบดินทร์กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่หลังโต๊ะทำงาน ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบนิ่งเหมือนทุกครั้งที่เธอเห็น

“ท่านประธานเรียกดิฉันมีอะไรหรือเปล่าคะ?”

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น ก่อนเลื่อนแฟ้มเอกสารบนโต๊ะไปตรงหน้าเธอ

“คืนนี้ผมมีงานเลี้ยงรับรองลูกค้าของบริษัท คุณต้องไปกับผม”

เกรซเปิดแฟ้มดูรายละเอียดคร่าว ๆ ก่อนพยักหน้า

“ได้ค่ะ แล้วมีเอกสารอะไรที่ต้องเตรียมเป็นพิเศษไหมคะ?”

“รายละเอียดการเจรจาอยู่ในแฟ้มนี้ ผมต้องการให้คุณตรวจสอบตัวเลขทั้งหมดอีกครั้ง แล้วเตรียมสรุปประเด็นสำคัญไว้ให้ผมก่อนหกโมงเย็น”

“รับทราบค่ะ”

เธอกำลังจะปิดแฟ้ม แต่เสียงทุ้มกลับดังขึ้นอีกครั้ง

“แล้วก็…”

เกรซเงยหน้ามอง “คะ?”

ดินมองเธอตั้งแต่ใบหน้าลงมาถึงชุดทำงาน ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“คืนนี้คุณต้องออกงานในฐานะเลขาส่วนตัวของผม แต่งตัวให้เหมาะสมด้วย”

หญิงสาวเลิกคิ้วเล็กน้อย

“ดิฉันทราบค่ะว่าไปงานเลี้ยง ไม่ได้จะใส่ชุดนอนออกไปเสียหน่อย”

ปลายปากกาของชายหนุ่มหยุดชะงักเขาเงยหน้ามองเธอทันที

“คุณเกรซ”

“คะ ท่านประธาน?”

“ผมกำลังพูดเรื่องงาน”

“ดิฉันก็พูดเรื่องงานเหมือนกันค่ะ”

เกรซตอบพร้อมรอยยิ้มหวาน ก่อนจะก้มศีรษะเล็กน้อยแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างอารมณ์ดี

ส่วนคนที่ยังนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานกลับมองตามแผ่นหลังของเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

ผู้หญิงคนนี้…กล้าต่อปากต่อคำกับเขาได้ทุกครั้งจริง ๆ

ที่น่าแปลกคือแทนที่เขาจะรำคาญ กลับรู้สึกว่าบรรยากาศในห้องทำงานที่เคยเงียบเหงาเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างประหลาด

ชายหนุ่มส่ายหน้าให้กับความคิดของตัวเอง ก่อนก้มลงทำงานต่อเขาคงทำงานหนักเกินไปแล้วจริง ๆ ถึงได้เอาแต่สนใจเลขาคนใหม่อยู่แบบนี้

ร้านอาหารหรูใจกลางเมือง

ในเวลาเดียวกัน นาวิน ภัทรวงศ์ กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้ามภาคินทร์ เพื่อนสนิทของพี่ชาย ภายในร้านอาหารที่ทั้งสองนัดกันมากินมื้อกลางวัน

“กูยังคาใจไม่หายเลยว่ะ” นาวินพูดพลางหมุนแก้วน้ำในมือ

ภาคินทร์เงยหน้าจากเมนู “คาใจอะไรอีก?”

“ก็เรื่องเลขาคนใหม่ของพี่ดินน่ะสิ”

ภาคินทร์หัวเราะออกมาเบา ๆ “มึงจะอะไรนักหนา ผู้หญิงเขาก็แค่ทำงาน”

“มึงไม่เข้าใจ”

นาวินโน้มตัวเข้าหาเพื่อน สีหน้าจริงจังขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

“พี่กูเป็นคนแบบไหน มึงก็รู้ เขาไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัว ยิ่งเรื่องผู้หญิงยิ่งแล้วใหญ่ เลขาคนก่อน ๆ ทำงานกับเขาแทบไม่มีใครอยู่ได้นาน เพราะพี่กูเข้มงวดจนบางคนร้องไห้กลับบ้านก็มี”

“แล้ว?”

“แล้วอยู่ ๆ ผู้หญิงคนนี้เข้ามาทำงานวันแรก พี่กูกลับเก็บไว้ทำงานกับตัวเอง ทั้งที่เจ้าตัวสมัครมาเป็นเลขากู!”

ภาคินทร์วางเมนูลงช้า ๆ ก่อนยิ้มมุมปาก

“หรือพี่มึงจะชอบเธอ?”

นาวินนิ่งไป ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็หัวเราะลั่นจนโต๊ะข้าง ๆ หันมามอง

“ไอ้บ้า! พี่กูเนี่ยนะชอบผู้หญิง?”

“ทำไมวะ ผู้ชายอย่างมันก็มีหัวใจเหมือนกันไหม?”

“มีน่ะมี แต่กูไม่เคยเห็นมันใช้!”

ภาคินทร์หัวเราะจนต้องยกมือห้าม

“เบา ๆ หน่อยไอ้คุณรองประธาน คนอื่นเขามองกันหมดแล้ว”

นาวินลดเสียงลง ก่อนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้

“เออ แต่กูว่าเราต้องพิสูจน์”

“พิสูจน์อะไร?”

“พิสูจน์ว่าพี่กูสนใจคุณเกรซจริงหรือเปล่า”

ภาคินทร์ยิ้มเจ้าเล่ห์ทันที

“ถ้ากูบอกว่ากูมีข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ มึงอยากฟังไหม?”

นาวินหันขวับ

“อะไร?”

“เธอเคยมาที่ผับของกูเมื่อไม่นานมานี้”

“แล้ว?”

“นั่งดื่มอยู่คนเดียว แล้วพี่มึงก็ไปนั่งคุยด้วย”

นาวินถึงกับอ้าปากค้าง “เดี๋ยวนะ! พี่ดินไปนั่งคุยกับผู้หญิงก่อนเนี่ยนะ?”

“เออ”

“โดยที่ผู้หญิงไม่ได้เดินเข้าไปหาก่อน?”

“เท่าที่กูเห็นก็ใช่” นาวินยกมือขึ้นลูบคาง ก่อนจะค่อย ๆ ยิ้มกว้างขึ้น

“โอ้โห…”

เขาลากเสียงยาว “งานนี้ไม่ธรรมดาแล้วสิ”

ภาคินทร์ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มอย่างใจเย็น

“กูเตือนมึงไว้ก่อนนะ อย่าไปเล่นกับพี่ชายมึงมากนัก เดี๋ยวจะโดนหางเลข”

นาวินยักไหล่

“กูเป็นน้องมันมาตั้งยี่สิบเก้าปี กูรู้ว่าต้องเล่นยังไงไม่ให้โดนฆ่า”

“ขอให้โชคดีแล้วกัน” ทั้งสองหัวเราะออกมาพร้อมกัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป