บทที่ 9 จับตาท่านประทาน
ตอนที่ 9. จับตาท่านประธาน
บริษัทภัทรวงศ์ กรุ๊ป
เกรซใช้เวลาช่วงบ่ายตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด เธอพบว่าตัวเลขบางส่วนในรายงานการเงินของลูกค้ามีความคลาดเคลื่อน จึงทำเครื่องหมายไว้และจัดทำสรุปใหม่ทั้งหมด ขณะที่กำลังพิมพ์รายงาน เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากโต๊ะข้าง ๆ
“คุณเกรซคะ ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?”
หญิงสาวหันไปพบมินตรา พนักงานฝ่ายประสานงานที่เพิ่งเดินถือแก้วกาแฟเข้ามา
“ได้สิคะ มีอะไรหรือเปล่า?”
มินตราลดเสียงลงเล็กน้อย ก่อนยื่นหน้าเข้ามาใกล้
“จริงหรือเปล่าคะที่คุณได้เป็นเลขาส่วนตัวของท่านประธาน?”
เกรซยิ้ม “จริงค่ะ ทำไมเหรอคะ?”
“ตายแล้ว!” มินตรายกมือปิดปาก
“ฉันทำงานที่นี่มาสองปี ยังแทบไม่เคยเห็นท่านประธานคุยกับผู้หญิงคนไหนเกินสามประโยคเลยนะคะ!”
เกรซหัวเราะเบา ๆ
“เขาก็คุยกับฉันเรื่องงานเป็นส่วนใหญ่ค่ะ”
“แล้วท่านประธานดุไหมคะ?”
หญิงสาวนึกถึงบทสนทนาเมื่อครู่ ก่อนจะตอบด้วยสีหน้าเหมือนไม่มีอะไร
“ก็…พอสมควรค่ะ”
“เห็นไหมคะ! ฉันว่าแล้ว!”
มินตราทำหน้าเหมือนค้นพบความจริงบางอย่าง
“แต่ถ้าคุณอยู่รอดได้ ฉันนับถือเลยค่ะ”
เกรซหัวเราะกับท่าทางของอีกฝ่าย “ขนาดนั้นเลยเหรอคะ?”
“แน่นอนค่ะ! คุณเป็นเลขาคนแรกในรอบหลายปีที่ได้ทำงานกับท่านประธานโดยตรงนะคะ”
คำพูดนั้นทำให้เกรซนิ่งไปชั่วขณะเลขาคนแรกในรอบหลายปี?
แสดงว่าการที่ดินรับเธอเข้ามาทำงานใกล้ตัวคงไม่ใช่เรื่องธรรมดาอย่างที่คิด หรือว่าเขาจะมีเหตุผลอื่นนอกจากเรื่องงานจริง ๆ?
เกรซรีบสลัดความคิดนั้นออกไป ไม่ได้สิ เธอจะมาหวั่นไหวกับเรื่องเล็กน้อยไม่ได้ สิ่งที่เธอต้องทำคือเข้าใกล้เขา ทำให้เขาไว้ใจ แล้วใช้โอกาสนั้นเอาคืนวัลลภกับภัทรา
ทุกอย่างมีเพียงเท่านี้
“คุณเกรซคะ?”
เสียงมินตราเรียกทำให้เธอหลุดจากภวังค์
“คะ?”
“เย็นนี้มีงานเลี้ยงใช่ไหมคะ?”
“ค่ะ”
มินตรายิ้มกว้าง “ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ต้องสวยแน่ ๆ เลยค่ะ ท่านประธานคงพาคุณไปเปิดตัวกับลูกค้าสำคัญแน่เลย”
“ขอบคุณนะคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ งั้นต่อจากนี้เรามาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนะคะ” มินตราพูดก่อนยื่นมือไปให้เกรซ หญิงสาวมองก่อนจะจับมือตอบ
“โอเคค่ะ ขอบคุณนะคะ”
“อืม..งั้นฉันไปทำงานก่อนนะ” พูดจบมินตราก็เดินกลับไปทำงานของตัวเองในทันที
เกรซยิ้มรับ ก่อนกลับไปทำงานต่อ
แต่ในใจกลับเริ่มคิดถึงงานเลี้ยงคืนนี้ขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
เธอไม่รู้เลยว่า งานเลี้ยงครั้งนี้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายที่กำลังจะตามมา
หกโมงเย็น
เกรซกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้าน ก่อนเลือกสวมเดรสราตรีสีดำเรียบหรู ความยาวคลุมเข่าเปิดช่วงไหล่เล็กน้อย ช่วยขับผิวให้ดูสว่าง ผมยาวถูกจัดแต่งอย่างเป็นธรรมชาติ แต่งหน้าเน้นดวงตาคมหวานและริมฝีปากสีแดงกุหลาบ
เธอยืนมองตัวเองในกระจก ก่อนหยิบกระเป๋าถือใบเล็กขึ้นมา
โทรศัพท์ดังขึ้นพอดีชื่อของแอนปรากฏบนหน้าจอ
“ว่าไงแก?”
(ทำอะไรอยู่ยะ?)
“กำลังจะไปงานเลี้ยงกับเจ้านาย”
(หืม? เจ้านายคนไหน?)
เกรซกลอกตา “ก็ท่านประธานที่ฉันเล่าให้แกฟังไง”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงแอนจะดังขึ้นอย่างตื่นเต้น
(เดี๋ยวนะ! แกจะไปงานเลี้ยงกับผู้ชายหล่อ รวย เป็นประธานบริษัท แถมยังเป็นคู่แข่งกับบริษัทที่แฟนเก่าแกทำงานอยู่เนี่ยนะ?)
“เบา ๆ หน่อยสิแก!”
(โอ๊ย ฉันตื่นเต้นแทน! แล้วแกแต่งตัวหรือยัง?)
เกรซยกโทรศัพท์หันไปทางกระจก
“เห็นไหม?”
(กรี๊ด! เกรซ! แกจะไปทำงานหรือไปล่าผู้ชายยะ!)
“แอน!”
(โอเค ๆ ไม่แซวแล้ว แต่ฉันถามจริงนะ แผนแกไปถึงไหนแล้ว?)
รอยยิ้มบนใบหน้าของเกรซค่อย ๆ จางลงเธอมองตัวเองในกระจก ก่อนตอบเสียงเบาลง
“ก็เริ่มต้นได้ดีนะ”
(แล้วแกแน่ใจใช่ไหมว่าแกจะไม่เผลอใจ?)
เกรซเงียบไปครู่หนึ่ง ภาพใบหน้าของนฤบดินทร์ผุดขึ้นมาในความคิด ทั้งแววตาคมกริบ น้ำเสียงทุ้มต่ำ และท่าทางเย็นชาที่บางครั้งก็แฝงความใส่ใจอย่างประหลาด
เธอรีบส่ายหน้า แม้รู้ว่าเพื่อนมองไม่เห็น
“แน่ใจสิ ฉันไม่ได้ชอบเขาสักหน่อย”
(ก็ดี เพราะถ้าวันหนึ่งแกดันรักเขาขึ้นมาจริง ๆ ฉันไม่รู้ว่าแกจะทำยังไง)
เกรซยิ้มบาง ๆ “ไม่มีวันนั้นหรอกน่า”
เธอกดวางสาย ก่อนหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกจากห้อง
แต่คำถามของแอนกลับยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
ถ้าวันหนึ่งเธอเผลอใจให้ผู้ชายที่กำลังใช้เป็นเครื่องมือแก้แค้นจริง ๆ ล่ะ?
ไม่สิ…
เธอจะไม่มีวันปล่อยให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด
