บทที่ 3 #รามแอล :: CHAPTER 2 [100%]

= EP2 =

“แอลเสิร์ฟโต๊ะ 10”

“ได้จ้า”

หลังจากกลับมาจากบ้านของราม เราสองคนก็ไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก อันที่จริงเป็นฉันซะมากกว่าที่ไม่คิดจะพูดอะไร โดนตอกหน้าไปตอนนั้นก็หมดอารมณ์ที่จะเซ้าซี้ ฉันก็ไปหาเขาตามปกติทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ใจของฉันมันยังคงคิดถึงเรื่องนั้นวนเวียนไปมา

“มาแล้วค่ะ” ฉันมาทำงานที่บาร์กึ่งเปิดในเวลาสี่ทุ่มและเลิกอีกทีตอนตีหนึ่งกว่าๆ เพราะแบบนี้ไงพี่เอ็มถึงได้เป็นห่วงและอยากให้ฉันเลิกทำงานที่นี่ทั้งที่ได้เงินเดือนดีมาก

“น่ารักเหมือนเดิมเลยนะครับน้องแอล” ขาประจำที่มานั่งดื่มก็รู้จักฉันเป็นอย่างดีจึงฉีกยิ้มหวานๆ ให้เพื่อเป็นการตอบแทนคำชม “พี่ให้ทริปครับ”

“ขอบคุณมากๆ เลยนะคะพี่” ไหว้อย่างนอบน้อมและรับธนบัตรสีเทามาไว้กับตัว “แอลขอไปทำงานต่อนะคะ”

เพราะที่นี่มีระบบป้องกันอย่างดีเพื่อไม่ให้เด็กเสิร์ฟโดนลวนลามและที่นี่ก็ไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นเลย ฉันทำงานที่นี่ก็ไม่ค่อยได้สนิทกับใครนอกซะจากบาร์เทนเดอร์ที่ชื่อเป้แค่นั้น

“โต๊ะ 5” ฉีกยิ้มให้กับเป้ก่อนจะเดินถือถาดที่มีวิสกี้และแก้วออกมาด้านนอก

“มาแล้วค่ะ” วางของลงก่อนจะเงยหน้าสบตากับคนตรงหน้าที่เท้าคางยิ้มให้กับฉันอยู่ แน่นอนว่ามันสร้างความดีใจให้กับฉัน

“ไงครับ งานหนักเลยเหรอ?” น้ำเสียงแหบพร่าและเซ็กซี่นิดๆ ของเขาทำให้ฉันพยักหน้ารับ

“ไม่คิดว่าเชนจะมา” ผู้ชายคนนี้ชื่อว่าราเชน ฉันเจอกับเขาที่นี่เพราะเขามาดื่มกับเพื่อนบ่อยและตอนนั้นก็เมาจนกลับไม่ได้ ก็ได้ฉันเนี่ยล่ะที่ดูแลจนสร่างเมา

“ก็มาวันก่อนแล้วไม่เจอ” เทวิสกี้ลงแก้วและยกขึ้นดื่มพลางมองนาฬิกาข้อมือ “เลิกงานแล้ว กินบะหมี่กัน”

ไม่ปฏิเสธราเชนและแน่นอนว่าเขาเปรียบเสมือนเพื่อนของฉันคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะหลังจากนั้นเขาก็ติดต่อกับฉันมาตลอดจนกลายเป็นว่าฉันมีเพื่อนเพิ่มอีกหนึ่งคน

หลังเลิกงานเวลาตีหนึ่งครึ่งฉันก็เปลี่ยนเสื้อผ้าจากยูนิฟอร์มของร้านที่เป็นเสื้อเชิ้ตสีดำสกรีนตรงหน้าอกว่า ‘Bye’bar’ ก็เดินออกมาจากร้านฉับพลันก็เจอรุ่นพี่ผู้หญิงที่ทำงานอยู่ยืนดักรอฉันอยู่

“มีอะไรหรือเปล่าคะพี่นิด” ถามออกไปเธอก็บิดตัวไปมาก่อนจะชี้นิ้วไปยังร่างสูงของราเชนที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงรถสปอร์ตเฟอรารี่สีดำ “พี่รู้ว่าน้องแอลมีแฟนแล้ว แต่กับคุณราเชนล่ะคะ เขาโสดหรือเปล่า?”

“อ๋อ ปิ๊งเชนเหรอคะ”

“น้องแอลอ่า” รอยยิ้มของฉันผุดขึ้นขณะที่เดินสวนพี่นิดไปหาราเชนที่หันมาสบตากับฉัน

“จะไปกินบะหมี่ตอนนี้ที่ไหนอะ?” ถามก่อนจะได้ขึ้นรถเพราะนี้มันก็ตีหนึ่งกว่าเกือบตีสองแล้ว

“ที่ห้องผม”

“หือ”

“ล้อเล่นน่ะครับ ก็มินิมาร์ทไง” พยักหน้ารับก่อนจะขึ้นรถของราเชนที่ขับไปส่งฉันที่บ้านแต่แวะที่มินิมาร์หน้าปากซอยบ้านของฉัน “มาแล้วครับ”

ระหว่างนั่งรถที่หน้าร้านซึ่งมีโต๊ะเก้าอี้ไว้บริการบะหมี่ถ้วยก็ส่งกลิ่นหอมโชยเตะจมูก มองน้ำที่ถูกยื่นมาและเครื่องดื่มบำรุงร่างกายที่แถมมาด้วย

“ขอบคุณนะ หิวมากเลย”

“ผมก็กะแล้วล่ะว่าแอลจะต้องหิว” เอาตะเกียบชี้มาตรงหน้าก่อนจะจัดการบะหมี่ถ้วยพร้อมกับฉัน “แล้วแฟนแอลไม่รู้เหรอครับว่าต้องทำงานหนักขนาดนี้”

มือชะงักที่กำลังจะคีบเส้นบะหมี่เข้าปาก สบตากับราเชนที่เลิกคิ้วขึ้นเพื่อฟังคำตอบ “อย่าบอกเขานั่นแหละดีที่สุด”

“ทำไมล่ะครับ อย่างน้อยก็น่าจะมารอรับแอลเวลากลับดึกๆ”

“ถ้าบอกเขา ป่านนี้ฉันคงไม่ได้ทำงานหรอก” สูดเส้นบะหมี่เข้าปากและยกถ้วยขึ้นซดน้ำ อิ่มท้องที่สุด “เพราะถ้าบอกว่าเดือดร้อนต้องใช้เงิน เขาจะโอนให้ทันทีโดยไม่ลังเล”

“ก็ดีไม่ใช่เหรอครับ?”

“ไม่ดีสำหรับฉันไง” กระดกน้ำขึ้นกรอกผ่านลำคอเกือบหมดขวดยกหลังมือปาดริมฝีปากตัวเอง “เอาจริงไม่อยากใช้เงินเขา ถึงจะเป็นแฟนกันแต่เรื่องเงินมันไม่เข้าใครออกใคร”

“อ๋อ เข้าใจแล้วครับ”

ราเชนขับรถมาส่งฉันที่บ้านในเวลามาต่อ ซึ่งเป็นจังหวะที่พี่เอ็มจอดรถที่หน้าบ้านกำลังจะไขประตูเข้า สีหน้าของพี่เอ็มยามมองราเชนไม่ค่อยจะพอใจเท่าที่ควรฉันรู้เลยล่ะ

“พี่เอ็มนี่ราเชน เชนนี่พี่ชายฉันชื่อพี่เอ็ม”

“สวัสดีครับพี่เอ็ม” พี่ชายของฉันรับไหว้อย่างไม่เต็มใจนัก “ผมกลับก่อนนะครับ ไว้เจอกัน”

“ขอบคุณนะเชน”

ฉันเข้าบ้านมาพร้อมกับพี่เอ็มที่ปิดประตูล็อกเรียบร้อยก็ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาข้างกัน ฉันหยิบรีโมทขึ้นมาเปิดทีวีดูไปเรื่อยต้องนั่งสักพักก่อนถึงจะไปอาบน้ำแล้วนอนได้

“เมื่อกี้ใครอีกล่ะ?”

“พี่เอ็มหมายถึงเชนอ่อ”

“แล้วใครมาส่งแกเมื่อกี้ พี่ก็ถามถึงคนนั้น” ผละจากจอทีวีหันไปมองสบตากับพี่เอ็มที่แม้จะมองฉันอยู่แต่มือก็เปิดโน้ตบุ๊คได้อย่างแม่นยำทีเดียว

“ราเชนเขาเป็นเพื่อนแอล”

“เพื่อน? นอกจากมัดหมี่แล้วแกคบเพื่อนผู้ชายด้วยเหรอ” พี่เอ็มถามด้วยความมึนงง “ก็ไอ้รามมันหึงแกจะตาย”

“หึงตรงไหน เย็นชาขนาดนั้น”

พอพูดถึงรามฉันก็เบ้ปากและลุกขึ้นหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายบ่าและหันไปมองพี่เอ็มที่เลิกคิ้วขี้นด้วยความึนงง

“อะไรของแก ทะเลาะกันอีกหรือไง?”

“เอาเป็นว่ารามไม่เคยหึงแอล พี่เอ็มเข้าใจตรงนี้ด้วย โอเค๊!”

แค่นั้นฉันก็ลุกขึ้นเดินไปยังห้องของตัวเองก่อนจะทิ้งตัวลงนอนคว่ำทั้งที่ยังไม่คิดจะไปอาบน้ำ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาดูหน้าจอก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อปลายสายที่ขึ้นมันดันเป็นชื่อของคนที่ไม่ค่อยได้โทรหาฉันเพราะจะเป็นฉันไงที่โทรหาเขาตลอดเวลา

‘Baby Raam’

“โทรมาทำไม?” นี่คือคำถามของฉัน แต่ก็เลือกที่จะไม่โทรกลับเพราะว่ามันง่วงนอนเกินกว่าจะคุยกับเขาหรือทะเลาะกันในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องอีก ฉันหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้าแบบสุดๆ

เช้านี้ฉันมาถึงมหาลัยในเวลาเกือบสิบโมงเช้า แถมยังอดเข้าคลาสในช่วงเก้าโมงอีกต่างหากทำให้ต้องมานั่งจ๋องอยู่ที่หน้าคณะรอมัดหมี่ออกคลาสและรอเข้าใหม่ตอนสิบเอ็ดโมงเพราะวันนี้เลิกช่วงบ่ายเร็วหน่อย

“ตื่นสายหรือไง?”

“อือ พี่เอ็มไม่ปลุกอะ” ยกมือปิดปากหาวก่อนจะมองของดองที่มัดหมี่ซื้อมาเพื่อให้ฉันกินและตื่นจากอาการง่วงหาวตอนนี้ กัดมะม่วงแช่อิ่มเคี้ยวหน้าตายมองสบตากับเพื่อนสาวที่ยื่นเอกสารมาให้ตรงหน้า

“ชีทงาน ไปถ่ายเอกสารมาให้”

“งือ ขอบคุณนะ” พนมมือไหว้มัดหมี่พลางมองไปรอบๆ คณะ แดดตอนนี้ก็ช่างแรงเหลือเกิน

“แล้วไม่ได้ไปหารามเกียรติ์ที่คอนโดอ่อ” ชะงักมือที่กำลังกินของดองสบตากับมัดหมี่พลางส่ายหน้าไปมา “ทะเลาะกันเหรอ?”

“ไม่ใช่ แต่แค่ไม่อยากเจอกันตอนนี้”

“ทะเลาะกันชัวร์” เบ้ปากใส่มัดหมี่เพราะเอาเข้าจริงฉันไม่ได้อยากมีปัญหากับรามหรอกนะ เพียงแต่ว่าแค่เพราะเรื่องส่วนตัวของเขาที่ฉันเข้าไปก้าวก่ายไม่ได้นี่สิ และมันจะมีเหตุผลอะไรล่ะถ้าไม่ใช่เพราะเขาควงผู้หญิงคนอื่นทั้งที่มีฉันอยู่

ไม่มีความเกรงใจให้กันเลยสักนิด ทั้งที่ฉันมักจะทำมันเสมอเวลามีผู้ชายหลายๆ คนเข้าหา จะบอกพวกเขาว่ามีแฟนแล้ว รามเกียรติ์ล่ะ... เคยบอกผู้หญิงพวกนั้นหรือเปล่าว่ามีแฟนแล้ว ฉันคิดว่าความเนือยของเขาคงไม่อยากจะพูดเรื่องนี้หรอก

“ช่างเถอะ ถึงยังไงเขาก็คงไม่ได้สนใจฉันหรอก”

“แกแน่ใจเหรอแอล”

“อือ ทำไมอะ?” มองมัดหมี่ที่เอียงคอและพยักเพยิดหน้าไปด้านหลังซึ่งพอฉันมองไปก็พบกับร่างสูงที่เดินล้วงกระเป๋ากางเกงตรงมาหาพวกเรา รามเดินมาหยุดข้างฉันพลางมองมัดหมี่ที่ทำหน้าเจื่อนๆ

“หวัดดีรามเกียรติ์”

“อือ”

“ฉันไปรอที่คลาสนะแอล” ยัยเพื่อนตัวดีรีบรวบรวมของไว้กับอกและเดินปรี่หนีฉันเข้าคณะไป ทิ้งฉันไว้กับแฟนเนือยเฉื่อยที่ไม่พูดอะไรเอาแต่จับจ้องมองฉัน

“มีอะไรหรือเปล่า?”

“โทรไปทำไมไม่รับ” แค่จะมาถามแค่นี้อ่อ ไม่มั้ง คนอย่างรามคงไม่มาหาฉันที่คณะเพียงเพราะมาถามแค่นี้แน่ๆ

“เมื่อคืนนอนหลับเร็วอะ” โกหกให้เนียนที่สุดเลยนะแอล เพราะถ้าหากรามรู้ว่าฉันไปทำงานบาร์กึ่งเปิด ก็ไม่รู้ว่าชีวิตของตัวเองจะเป็นยังไงต่อจากนี้ “แล้วก็ตื่นสายด้วยเลยไม่ได้ไปปลุกนาย”

“แน่ใจ”

“อือ แน่ใจ” ฉีกยิ้มกว้างให้กับเขาซึ่งสายตาของรามก็ยังคงจับจ้องมองฉันไม่วางตา “แล้วโทรมามีไรอะ”

รามยังคงเงียบและมองฉันอย่างจับผิด “ไอ้เทียนบอกมา”

“ลี้เทียนเหรอ? บอกอะไร”

“บอกว่าเห็นเธอทำงานที่บาร์”

“!”

กลืนน้ำลายลงคอนิ่งไปกับคำพูดของรามที่พูดได้ยาวขึ้น แต่ก็ยังคงเว้นจังหวะการพูดแบบฉบับคนขี้เกียจอย่างเขา แม้แต่พูดยังขี้เกียจเลยทำไมเซ็กส์ถึงไม่ขี้เกียจบ้างนะจะได้เลิกไปกินตับกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน

“ลี้เทียนมั่วแล้วล่ะ” ฉันรีบกลบเกลื่อนอาการของตัวเองทันที “เมื่อคืนฉันอยู่บ้านตลอด แถมยังนอนเร็วอีกต่างหากจะไปทำงานแบบนั้นได้ไง”

“อือ”

“นายเชื่อลี้เทียนเหรอ?” จับมือของเขามาบีบเบาๆ ออดอ้อนด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความงอแง “รามอ่า”

“ไม่เชื่อ” จากนั้นรามก็เท้ามือลงกับโต๊ะหินอ่อนและโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนฉันใช้สองมือยันแผ่นอกแกร่งเอาไว้ด้วยสีหน้าเลิ่กลั่ก

“ระ ราม” กระพริบตาถี่รัวเมื่อจับจ้องมองไปยังดวงตาคมที่มองฉันอยู่แบบนั้น และรู้ไหมว่าสายตาของรามสามารถฆ่าฉันได้เลยล่ะ “ทำอะไร คนมองนะ”

“แล้วไง”

“ก็... คนมองไง”

“ไม่สน”

“แต่ฉันสน” เถียงคำไม่ตกฟาก รามก็ขยับตัวไปยืนตัวตรง

“เย็นนี้ไปกินข้าว”

“จริงเหรอ?” ต้องถามให้แน่ชัด ปกติรามจะไม่ใช่คนที่ชวนฉันไงและพอฉันชวนเขาก็มักจะปฏิเสธตลอด มันเป็นครั้งแรกเลยมั้งตั้งแต่คบกันมา

“เลิกกี่โมง”

“บ่ายสอง”

“รอที่หน้าคณะ”

สั่งเสร็จสัพก็เดินจากไปจนฉันได้แต่มึนงงกับการกระทำของราม ปกติเขาไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะหรือว่ากำลังจะขอโทษฉันอยู่... แล้วตัวเขาไปทำอะไรผิดมาล่ะ ไม่สิ มันต้องมีอะไรแน่ๆ ไม่อย่างนั้นเขาจะสนใจฉันที่ไหน แม้ว่าจะตามใจทุกอย่างสนใจเป็นบางครั้ง แต่นี่มันน่าสงสัยอะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป