บทนำ
บท 1
INTRO
Raam’ Crazy เธอคือของตาย
You are my everything,
but it isn't love.
Even though I want to.
‘ราม นายจำฉันได้ไหม?’
‘อืม’
‘งั้นก็ต้องจำเรื่องนั้นได้’
‘...’
‘นายจะเป็นแฟนกับฉันได้หรือเปล่า?’
เปลือกตาของผมค่อยๆ เปิดขึ้นรับแสงแดดยามเช้า ก่อนจะยกมือปิดบังความสว่างและเอี้ยวตัวไปมองแผ่นหลังบอบบางที่กำลังดึงผ้าม่านสีน้ำเงินและนำไปผูกอย่างสวยงาม จากนั้นก็หันมาเท้าเอวมองผมด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“ตื่นได้แล้ว” น้ำเสียงแหบนิดๆ ของเธอบวกกับใบหน้าสวยคม ผมสีดำยาวปะบ่า ดวงตากลมโตจับจ้องผมก่อนจะเดินสาวเท้าขึ้นมานั่งบนเตียงพลางเอื้อมมือมายีเส้นผม “ผมก็ยาว ไม่คิดจะตัดเหรอ?”
“ยุ่ง” ปัดมือเธอออกไปจากศีรษะ “ปลุกทำไม”
“วันนี้นายมีเรียน” เธอถอนหายใจก่อนจะดันแผ่นหลังผมให้ลงจากเตียงและเธอก็จัดการเตียงนอนให้ผมจากที่มันยับยู่ยี่อยู่ตอนนี้กลับกลายเป็นเตียงนอนใหม่ที่เรียบร้อย “อยากกินอะไรตอนเช้า”
หันมามองสบตากับผมที่กำลังลุกขึ้นหยิบผ้าขนหนูพาดไหล่ก่อนจะถอดบ็อกเซอร์ออกพลางยืนเท้าเอวให้คนตรงหน้าเห็น... และคนตรงหน้าของผมได้ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘แฟน’
“ไม่รู้” ตอบกลับไปแต่แอลแฟนของผมก็หยิบหมอนโยนเขวี้ยงใส่
“งั้นไปอาบน้ำ มายืนโชว์อยู่ได้”
“หึ” ผมหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นแก้มนวลแดงระเรื่อ “ก็เห็นอยู่”
“รู้” เธอทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“หรือจะบอกว่าไม่เคย”
“ราม” ผมไม่ได้เกรงกลัวกับสีหน้าและท่าทางของเธอเลยนักนิด ไม่คิดจะต่อปากต่อคำอะไรกับเธอ ผมก็เดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำเพื่อทำให้ตัวเองได้ตื่นจากการนอนหลับและดันไปฝันถึงคำพูดของแอลในวันที่เจอกันครั้งแรก
ผมกับเธอเราคบหากันเป็นแฟนได้เกือบสองปีแล้ว แต่เป็นการคบหาที่ผมไม่ได้เต็มใจนัก อาจจะเพราะว่าแอลต้องการผมก็เลยเออออไปด้วย หากแต่ว่าการมีเธอในชีวิตก็ใช่ว่าจะทำให้ผมหยุดเรื่องความเจ้าชู้ของตัวเองลง แอลไม่รู้หรือรู้อันนี้ผมไม่ทราบ แต่ถ้าหากเธอเลือกที่จะเข้ามาอยู่ในชีวิตของผมแล้ว ก็ต้องรับให้ได้ถึงตัวตนจริงๆ ของผม
ว่าผมไม่ใช่รามเกียรติ์คนเดิมที่เธอเคยรู้จัก
ประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับผมที่สวมชุดนักศึกษาเรียบร้อยแล้ว ผมยกมือทั้งสองขึ้นก่อนจะรวบเส้นผมสีดำปนน้ำตาลของตัวเองมัดรวบไว้ที่ท้ายทอย มองแผ่นหลังของเธอที่กำลังง่วนกับการทำอาหารเช้าให้กับผมที่คอนโด แม้ว่าเราสองคนจะเป็นแฟนกันแต่แอลก็ไม่ได้มาค้างที่ห้องของผมบ่อย อาจเพราะว่าเธอมีบ้านที่ต้องให้กลับไปมากกว่า
“พี่เอ็ม ทำไมไม่บอกแอลอ่า” ผมเดินไปนั่งเก้าอี้ตรงเคาน์เตอร์เท้าคางมองแอลที่ยังคงไม่รับรู้กับการมาของผม “แต่แอลก็มีส่วนต้องช่วยพี่เอ็มนะ”
เอ็มพี่ชายแท้ๆ ของเธอที่ทำงานอยู่ที่สำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง เขาเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างสุขุม ผมเคยเจอเขามาแล้วเพราะเขามักจะเก็บตัวเพื่อเก็บข้อมูลและทำงานเป็นนักเขียนที่แม้จะมีชื่อเสียงอยู่บ้าง แต่กว่าจะได้ส่งต้นฉบับให้กับสำนักพิมพ์ การเงินของทางบ้านแอลถึงได้มีปัญหามาเสมอและเธอจะต้องทำงานเพื่อแบ่งเบาภาระของพี่ชาย
“แอลรู้ เงินทองมันหายาก แต่แอลจะหาทางช่วยพี่เอ็มเองนะ ยังไงค่าบ้าน ค่าไฟ ค่าน้ำอีกเยอะแยะแอลจะจัดการเอง พี่เอ็มไปปั่นต้นฉบับเหอะ” พูดจบแอลก็วางสายไปก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก็หันมาพร้อมกับจานอาหารที่เป็นแบบ Breakfast เธอก็ฉีกยิ้มให้กับผมพร้อมกับเลื่อนจานอาหารเช้ามาให้ ตามด้วยน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว
“ไม่กิน” พอเห็นว่ามีแค่ของตัวเองจึงเอ่ยปากถาม
“ฉันกินมาแล้ว” เธอตอบก่อนจะก้มหน้าลงถอดผ้ากันเปื้อนสีดำออก อันที่จริงตั้งแต่มีแอลเข้ามาในชีวิตตู้เย็นของผมก็จะมีของสดและอาหารไว้พร้อมทั้งที่เมื่อก่อนจะมีก็แค่เบียร์กับน้ำเปล่าแค่นั้น “ฉันไปมหาลัยก่อน”
“ไปพร้อมกัน” ผมรีบเบรกร่างเล็กที่วิ่งไปอยู่ตรงหน้าประตูพลางสวมรองเท้าผ้าใบสีขาว เธอหันมายิ้มให้ผมก่อนจะโบกมือไปมา
“ฉันไปเอง รีบกินรีบไปเรียน วันนี้นายมีเรียนเก้าโมงเช้า” แอลสั่งเสร็จสัพก็รีบวิ่งออกจากห้องไป ผมถอนหายใจก่อนจะจัดการอาหารตรงหน้าจนหมดและออกจากห้องเพื่อตรงไปยังมหาลัย อันที่จริงแอลกับผมเราเรียนที่มหาลัยเดียวกันแต่คนละคณะ แอลเรียนคณะอักษรศาสตร์ปีสามซึ่งปีเดียวกับผม
“มาแต่เช้าเลยนะมึง” ไอ้ลี้เทียนเพื่อนสนิทของผมทักทายขณะที่โบกมือให้เมื่อผมมานั่งอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนหน้าคณะนิเทศศาสตร์
“อือ” ผมตอบแค่นั้น ไม่พูดอะไรมากอาจด้วยเพราะว่าผมเป็นคนเนือยๆ เฉื่อยๆ และขี้เกียจพูดจึงเป็นพวกแบบถามคำตอบคำ จับใจความได้ยากจนเพื่อนอยากจะตบหน้า แต่มันก็ไม่กล้าพอที่จะทำแบบนั้นกับผม
“ไอ้ไฟช่วงนี้หายไปเลย ตามง้อน้องพะแพง”
“อือ” ถอนหายใจเมื่อได้ฟังเรื่องของไอ้ไฟเพื่อนสนิทอีกหนึ่งคนที่ตอนนี้ผมกับมันกำลังอยู่ในช่วงโกรธกันก็ว่าได้ เพราะผมดันไปจูบพะแพงและพูดว่าอยากได้เธอ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าพะแพงคือใครสำหรับมัน
“วันนี้ไปคลับเฮียแซคกัน กูเหงาอะ ชวนไอ้ไฟก็ไม่ไป” ผมผละใบหน้าจากสมาร์ทโฟนมองสบตากับไอ้เทียน
“อือ” ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น เพื่อบอกให้ไอ้เทียนรู้ว่าผมชักจะรำคาญมันแล้ว สายตาก็จับจ้องมาที่หน้าจอสมาร์ทโฟนอีกครั้งก่อนจะกดเข้าแอปพลิเคชั่นของธนาคารแห่งหนึ่ง เลื่อนไปที่รายการโปรดก่อนจะหาชื่อของคนที่ต้องการจะใช้งาน
นางสาวนาราภัทร วีระธารา
เมื่อเจอชื่อที่ต้องการผมก็กดจำนวนเงินลงไป ก่อนจะจัดการโอนเงินจำนวน 50,000 บาทไปยังบัญชีของแอลเป็นอันเสร็จเรียบร้อย
“มึงทำไรวะ นัดสาวหรือไง?”
“เปล่า” เมื่อทำตามที่ตัวเองการเสร็จผมก็ยกข้อมือซ้ายดูเวลาซึ่งเหลืออีกสิบนาทีผมไปรอเรียนในคลาสเลยดีกว่า “โอนเงินให้แอล”
“หือ” ไอ้เทียนทำหน้ามึนงงเมื่อเดินข้างๆ ผมเพื่อเข้าไปยังคณะ “เมียมึงไม่มีเงินอ่อ”
“อือ”
“แหม ใส่ใจเก่งนะเนี่ย” ผมหันไปมองไอ้เทียนที่กอดคอผมพลางแซวด้วยสีหน้าปลาบปลื้ม “โอนให้เมียเท่าไหร่อะ?”
“ห้าหมื่น”
“เหี้ย!” ไอ้เทียนอุทานออกมาจนคนที่เดินสวนเราสองคนมองด้วยสีหน้าตกใจ “ทีกูยืมมึงสองหมื่น มึงบอกไม่มี”
“ก็ไม่มี” ตอบกลับไปเพราะมันคือเรื่องจริง “ของเก่ายังไม่คืน”
“เออ... กับเพื่อนบอกไม่มี กับเมียนี่โอนเก่งนะมึง” ผมไม่ฟังเสียงบ่นของไอ้เทียนและเดินเข้าคลาสเรียนเพื่อเข้าไปหลับ เอาจริงนะ ผมไม่เคยได้ความรู้จากการเข้าคลาสเรียนสักเท่าไหร่ที่มาก็เพราะไม่อยากขาดเรียน สำคัญคือแอลตามไปปลุกทุกวันแบบนั้นไม่อยากมาก็ต้องมาล่ะนะ
เลิกคลาสราวๆ สี่โมงเย็นได้ ผมก็เดินออกมาจากคณะพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นแผ่นหลังที่คุ้นตากำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะหินอ่อน แต่ทว่ากลับมีผู้ชายจากคณะอื่นเข้ามาพูดคุยกับเธอด้วย ทำให้ผมล้วงมือลงกระเป๋ากางเกงถอนหายใจออกมายามจับจ้องภาพนั้น
“ยังจะมีคนกล้ามาคุยกับเมียมึงอีกเหรอวะ?” ไอ้เทียนตบบ่าผมพลางมองไปยังจุดนั้นเช่นเดียวกัน “กูไปรอที่คลับ”
สองเท้าเดินตรงไปหยุดตรงด้านหลังของแอลที่กำลังพูดคุยกับผู้ชายตรงหน้า จนมันเห็นผมก็ตกใจลุกขึ้นยืนก่อนจะยกมือเกาท้ายทอยตัวเอง แอลเมื่อเห็นผมมาก็ลุกขึ้นมาฉีกยิ้มกว้างให้
“ราม...”
“ยุ่งกับแอลทำไม?” ผมถามกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง มันถึงกับไปไม่เป็นทันทีก่อนจะยกมือโบกไปมา
“ผมเปล่านะครับ แค่มาถามพี่แอล”
“อะไร” เดินไปหยุดตรงหน้ามัน “อยากเจ็บตัว?”
“ราม ใจเย็นสิ” ท่อนแขนถูกดึงเข้าหาคนตัวเล็กที่สูงเพียงหัวไหล่ของผมเท่านั้น “น้องเขามาถามเรื่องงานที่คณะ เขาเป็นเดือน”
“แล้ว” ผมไม่สนใจหรอกนะว่ามันจะมาถามเรื่องอะไร แต่ที่ผมสนคือ... มันมายุ่งกับของของผม
“ผมขอโทษครับ” ทุกคนรู้ดีว่าแอลคือแฟนของผม ฉะนั้นไม่มีใครกล้ามายุ่งกับเธอสักเท่าไหร่ แต่ก็จะมีบางส่วนที่ชอบท้าทายอำนาจของผมไง พอมันเดินจากไปผมก็หันมาเล่นงานยัยตัวดีที่ไม่ว่าผมจะทำยังไงก็มักจะมีคนพวกนี้เข้าหาแอล เธอสวย เธอน่ารักและเธอก็แกร่งมากด้วยถึงได้เป็นที่ต้องการของผู้ชายหลายๆ คน
“มาทำไม” ปกติแอลจะไม่มาที่คณะของผมถ้าหากไม่มีเรื่องจำเป็นจริงๆ เธอมักจะโทรหาหรือไม่ก็ส่งข้อความไลน์มาเท่านั้น
“นายโอนเงินมาให้ฉันใช่ไหม?” แอลไม่พูดเปล่าก็หยิบสมาร์ทโฟนรุ่นเดียวกับผมแต่คนละสีขึ้นมา ชูหน้าที่เป็นภาพว่ามีคนโอนเงินไปให้เธอห้าหมื่น เวลาและจำนวนเงินถูกต้องผมจึงพยักหน้ารับ “โอนมาทำไมอะ”
“เห็นบ่นเรื่องเงิน” ผมตอบก่อนจะเดินนำแอลไปที่รถซึ่งเธอก็เปิดประตูเข้ามานั่งและหันมาเล่นผมเหมือนเดิม
“แต่ฉันไม่ได้ต้องการเงินจากนายนะ”
“อยากให้” รถของผมเคลื่อนตัวออกไปจากรั้วมหาลัยเพื่อไปส่งแอลที่บ้าน เมื่อได้คำตอบจากผมแอลก็เงียบไปทันที
“โอนคืนกลับไปนะ”
“โอนโดนดี” สั่งให้เธอหยุดการกระทำที่จะทำต่อจากนี้ แอลก็ชะงักมือที่กำลังกดโอนเงินคืนให้ผม เธอหันมามองผมด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
“ราม” น้ำเสียงแหบของเธอเวลาอ้อนแล้วมันจะเล็กนิดเดียว ใบหน้าสวยขยับมาเกยกับไหล่ของผมก่อนจะจรดริมฝีปากลงบนแก้ม “ฉันไม่อยากได้เงินนาย”
“ให้แล้ว ไม่รับคืน” ตอบกลับแค่นั้นสายตาของผมก็มองสัญญาณไฟที่ยังคงแดงและรอนานแน่ๆ จึงหยิบซองบุหรี่ Marlboro Red ซองขลิบแดงขึ้นมาพร้อมกับไฟแช็ก ก่อนจะกดลดกระจกลงสูบเอานิโคตินเข้าปอดเฮือกใหญ่และปล่อยควันออกด้านนอก “โอนมาเจอดี”
“รู้แล้วค่า” แอลยิ้มและกดจูบมาที่แก้มของผมอีกครั้ง
“พอแล้ว” เอี้ยวใบหน้าหลบหลีกริมฝีปากของเธอ ก่อนจะหันไปมองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “อยากโดน”
“โดนอะไร?” เธอเลิกคิ้วขึ้นด้วยสีหน้ามึนงง ผมไม่พูดอะไรก่อนจะหันไปสูบบุหรี่ตามเดิม “ราม”
“นอนค้างที่คอนโด” ผมตอบกลับก่อนจะทิ้งก้นบุหรี่ลงที่หน้าคอนโซล หันไปมองแอลที่กระพริบตาถี่ “จะได้รู้”
ไม่ต้องคิดอะไรมาก แอลรู้ถึงความหมายที่ผมบอกดีว่ามันคืออะไร รถของผมก็เคลื่อนตัวออกไปตามเส้นทางเพื่อไปส่งเธอที่บ้าน “แล้ววันนี้ไม่ไปไหนเหรอ?”
“ไป” แอลเงียบไปจนผมต้องหันไปมอง เธอจับจ้องมองตรงไปยังท้องถนนที่ตอนนี้รถของผมกำลังเลี้ยวเข้ามาในซอยบ้านของเธอ “ไปคลับเฮียแซค”
“อย่าดื่มเยอะแล้วกัน” รถของผมจอดลงที่หน้าบ้านซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวแต่มีพื้นที่กว้างขวาง แอลอยู่ที่นี่กับพี่ชายแค่สองคนเท่านั้น วันไหนที่ผมอยากให้เธอค้างด้วยเธอก็จะไม่รีรอมาค้างกับผม
“แอล”
ผมรั้งต้นแขนเธอไว้ก่อนจะโน้มใบหน้าไปจรดริมฝีปากลงที่กลีบปากบอบบางที่อ่อนนุ่มของเธอ แอลตกใจไม่น้อยแต่ก็ยอมที่จะหลับตาลงเพื่อรับสัมผัสของผมที่ค่อยๆ ขยี้จูบลงไปเพื่อบอกให้เธอเปิดปากขึ้น จากนั้นลิ้นร้อนของผมก็ได้เข้าไปตักตวงความหอมหวานทุกครั้งที่สัมผัส ผมจูบแอลจนพอใจจึงค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกก่อนจะกดจูบลงที่ริมฝีปากเธอกดย้ำซ้ำจนแอลประคองแก้มผมไว้และเป็นฝ่ายกดจูบมาแทน
“อยากจูบทำไมไม่บอกดีๆ อะ” เมื่อได้เห็นรอยยิ้มของแอลผมก็ไม่คิดจะตอบอะไร “อยากได้มากกว่าจูบจัง”
“บอกให้ค้าง”
“ค้างอะไร เดี๋ยวนายก็ต้องไปคลับ” ผละออกจากผมแต่ก็ไม่วายจูบมาที่จมูกอีกครั้งทิ้งท้าย
“งั้นพรุ่งนี้” แอลทำหน้านึกคิดจนผมหรี่สายตามองอย่างไม่พอใจ “จ้างค้าง”
“เท่าไหร่?” ใบหน้าสวยฉีกยิ้มกว้างเมื่อผมพูดว่าจะจ้างเธอ ยัยตัวดี! เห็นแก่เงินมากกว่าแฟนตัวเองสินะ
“อืม...”
“หน้าเงิน” ว่ากลับก่อนจะวางมือไปที่ศีรษะของเธอพลางยีไปมาเบาๆ “เท่าไหร่ก็บอก”
“จ่ายไหวเหรอ?” ทำเสียงสูงก่อนจะยื่นหน้ามาท้าทายผม
“ฉันรวย” แอลทำหน้ามั่นไส้ จนผมไล่สายตามองใบหน้าของเธอก่อนจะไล่มาเรื่อยๆ มาหยุดที่ทรวงอกใหญ่โตที่ใส่เสื้อนักศึกษารัดฟิตและต่ำมาที่จุดสำคัญของเธอ
“มองอะไร” ผมไม่พูดอะไรก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เธอจนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน
“คิดค่าจ้าง” พอผมตอบแบบนี้แอลก็ยิ้มขำพลางยันหน้าผากผมออกห่าง “เขิน”
“อือ” เธอตอบความจริงก่อนจะลงจากรถก็หันมามองผมอีกครั้ง “พรุ่งนี้ไปหา”
“ค้างด้วย” ต่อคำให้เธอแอลก็ออกจากรถไป ผมไม่ไปไหนจนเธอมึนงงที่โบกมือให้ผมแล้วแต่ผมก็ยังคงอยู่ที่เดิม
ก๊อก ก๊อก
ผมเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะลดกระจกลงแอลก็โน้มตัวลงมามองด้วยสีหน้าสงสัย “ไม่ไปอ่อ”
“เข้าบ้าน” ตอบแค่นี้แอลก็ทำหน้ามึนงงเข้าไปอีก แต่ก็ยอมทำตามที่ผมบอกเมื่อมองแอลไขประตูเรียบร้อยดีแล้วผมจึงมองแอลที่โบกมือให้ก่อนจะขับรถไปยังคลับของเฮียแซค
ที่ไม่อยากไปตอนที่เธอยังไม่เข้าบ้านก็เพราะว่าห่วง... พี่ชายเธอไม่อยู่ไง แต่แอลก็ชอบทำเหมือนว่าตัวเองแข็งแรง ชอบพูดว่าไม่มีอะไรหรอก แต่ผมไม่มั่นใจถึงได้ต้องรอจนกว่าเธอจะเข้าบ้านได้อย่างปลอดภัย
ผมเข้ามาถึงคลับกวาดสายตามองหาไอ้เทียนมันก็ยกมือโบกให้ ผมจึงเดินตรงไปนั่งฝั่งตรงข้ามมันและหันไปเรียกบริกรสั่งเครื่องดื่มอย่างเหล้าที่ชงกับโซดา อันที่จริงผมสามารถกินเหล้าได้หลากหลายแต่เห็นที่จะชอบมากที่สุดคงจะเป็นเหล้าเข้มข้นผสมโซดาเนี่ยล่ะ
“ทำไมช้าอะ” ไอ้เทียนถามขณะฉีกยิ้มให้กับผู้หญิงสองคนที่ยืนเต้นอยู่ตรงโต๊ะของตัวเอง
“ไปส่งแอล”
“ให้เดาคือแอลจะเอาเงินมาคืนมึงสินะ” ไม่ใช่ครั้งแรกที่แอลจะคิดแบบนี้ ตั้งแต่คบกันมาผมให้เงินแอลไว้ใช้ไม่ว่าจะเป็นเงินสดหรือโอน แต่เธอมักจะเกรงใจผมอยู่เสมอ รู้ว่าเธอร้อนเงินมากแค่ไหนลำพังแค่จ่ายค่าเทอมพี่เอ็มพี่ชายเธอก็แทบจะหมดตัว เพราะแม้ว่าจะได้เงินจากต้นฉบับแต่ก็มาใช้จ่ายภายในบ้านก็มากพอแล้ว สองคนพี่น้องที่อยู่แบบประหยัดสุดๆ บางวันผมเห็นแอลหิ้วห่อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปเกือบลัง
ถึงจะทำเหมือนว่าไม่ใส่ใจแอล แต่ผมก็ไม่ชอบที่จะเห็นแฟนตัวเองทำตัวยาจกแบบนั้นหรอก
“อือ”
“แอลนี่ก็แปลกนะ มีมึงเป็นผัว แถมยังรวยสายเปย์ขนาดนี้เป็นกูนะ... จะขอแม่งให้หมดตัว”
“อยากเป็นตัวเมีย?” ผมถามก่อนจะชงเหล้ายกขึ้นดื่ม พลันสายตาก็มองไปยังร่างสูงใหญ่ที่สวมชุดสูทสีดำกำลังคุยกับลูกน้องตัวเองอยู่ พอเห็นผมกับไอ้เทียนก็เดินตรงมาทิ้งตัวนั่งข้างกัน
“ไอ้ไฟไปไหน” คำถามแรกที่เฮียแซคถามขึ้นคือหาไอ้ไฟที่มักจะมาดื่มกินกับผมสองคนอยู่ประจำ ผมไม่ตอบอะไรหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ
“ง้อเมียอะเฮีย”
“เมีย?”เฮียแซคทำหน้ามึนงงก่อนจะยกมือขึ้นเสยผมขึ้น “มันเลิกเจ้าชู้แล้ว”
“ใช่ครับ โดนเละเลย เมียไม่คืนดีง่ายๆ เพราะทำเลวกับเขาไว้เยอะ”
“หึ” ผมพ่นควันบุหรี่ลอยคลุ้งเหนือศีรษะกระทั่งรับรู้ถึงสายตาที่จับจ้องจึงหันไปมองก็พบว่าเฮียแซคนั่นเอง
“อะไร?” ถามกลับด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“เปล่า กูมองไม่ได้หรือไง” แต่เฮียแซคกลับยักไหล่ไหว “มึงก็มีเมียนี่”
“แล้ว”
“ระวังเป็นแบบไอ้ไฟ”
“ผมไม่ได้เลว” ตอบกลับเฮียแซคที่ยกยิ้มมุมปาก
“แต่ก็เจ้าชู้ แดกผู้หญิงคนอื่น” คำพูดนี้เป็นของไอ้เทียนที่เอ่ยขึ้น ผมไม่พอใจจึงลุกขึ้นเต็มความสูง
“ไปไหน มึงเพิ่งมาไม่ใช่หรือไง?” ผมก้มหน้ามองเฮียแซคและหยิบกระเป๋าเงิน กุญแจรถขึ้นมาถือไว้
“รำคาญ” บอกได้แค่นั้นผมก็เดินหนีเฮียแซคกับไอ้เทียนออกไปนอกคลับ เอนสะโพกพิงขอบปูนที่ด้านข้าง มองผู้คนที่ยังคงเดินเข้าไปด้านในไม่ขาดสาย กระทั่งมีผู้หญิงคนหนึ่งที่มาเดินมาหยุดตรงหน้า ผมเงยหน้าขึ้นก่อนจะพ่นควันสีเทาออกไป
“รามเกียรติ์” เธอพูดชื่อผม ก่อนจะใช้สายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า “พอดีแซคแนะนำมาน่ะค่ะ”
“...” ผมไม่ตอบอะไรก่อนจะทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นพลางใช้ปลายรองเท้าผ้าใบขยี้จนไฟมอดดับไป
“ครีมเมานิดหน่อยน่ะ” ไม่ว่าเปล่าก็ขยับเข้ามาใกล้ผม พลางวางมือลงบนแผงอกและค่อยๆ เลื่อนต่ำมายังขอบกางเกงของผมจากนั้นก็เลื่อนมาลูบไล้กลางกายของผมจนรู้สึกหวิวๆ ในช่องท้อง “ขอกลับด้วยได้ไหมคะ?”
“หึ” รอยยิ้มของผมผุดขึ้นก่อนจะเดินนำผู้หญิงคนนั้นไปยังรถของตัวเอง ผมเปิดประตูรถเท้าแขนบนหลังคารถ “ไปสิ”
ผมเจ้าชู้ข้อนี้ใครๆ ก็รู้ดี แม้แต่พ่อแม่ก็ยังไม่กล้าจะก้าวก่ายผม... เพราะเรื่องนี้มันคือเรื่องส่วนตัวถึงแม้จะเป็นพ่อ แม่ เพื่อน พี่หรือแม้แต่แอล ก็ไม่มีสิทธิ์มาห้ามคนอย่างผม
ถ้าจะหยุด ผมหยุดเอง ไม่ต้องให้ใครมาบอก... ใครจะมองว่าผมเลวที่ทำแบบนี้ทั้งๆ ที่มีแฟนอยู่แล้ว
ผมก็ยอมรับ เพราะการมีแอลอยู่ในชีวิตนั่นคือสิ่งที่เธอต้องการ แต่ผมไม่ได้ต้องการ
บทล่าสุด
#45 บทที่ 45 #รามแอล :: CHAPTER 44 [100%] THE END
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#44 บทที่ 44 #รามแอล :: CHAPTER 43 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#43 บทที่ 43 #รามแอล :: CHAPTER 42 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#42 บทที่ 42 #รามแอล :: CHAPTER 41 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#41 บทที่ 41 #รามแอล :: CHAPTER 40 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#40 บทที่ 40 #รามแอล :: CHAPTER 39 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#39 บทที่ 39 #รามแอล :: CHAPTER 38 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#38 บทที่ 38 #รามแอล :: CHAPTER 37 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#37 บทที่ 37 #รามแอล :: CHAPTER 36 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#36 บทที่ 36 #รามแอล :: CHAPTER 35 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026
คุณอาจชอบ 😍
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
เพื่อนคนนี้ที่จอมทัพอยากได้ (เซต..วิศวะ)
*** เมื่อเพื่อนสนิทชายหญิงมาอาศัยอยู่ในห้องเดียวกัน มันจะมีคนหนึ่งที่คิดไม่ซื่อ จ้องจะงาบเพื่อนอยู่ตลอด มาลุ้นกันว่าฝ่ายไหนจะเปิดก่อน แล้วคนเปิดก่อนจะได้เปรียบจริงหรือเปล่า? ***
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
ม่านหมอก
ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่สายสตรองพร้อมมิติห้างลับยุค80
ยากจน? อดอยาก? ญาติพี่น้องจอมปลิงรังแก?
หึ! ฝันไปเถอะ! เพราะเธอไม่ได้มาตัวเปล่า แต่พกมิติห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาข้ามเวลามาด้วย
ในเมื่อยุคนี้ข้าวยากหมากแพง เธอก็จะใช้ของวิเศษเปิดร้านอาหารที่อร่อยที่สุดโกยเงินเข้ากระเป๋า
ใครกล้ามารังแกครอบครัวเธอ แม่จะฟาดกลับให้ร้องขอชีวิตไม่ทัน
ส่วนสามีที่ใครๆ ก็หาว่าเป็นคนพิการไร้ค่า... ไหงตอนนี้ขากลับมาหายดี แถมยังกลายเป็นพ่อหมาป่าจอมคลั่งรัก ที่พร้อมจะคุกเข่าให้เธอทุกวันได้ล่ะเนี่ย?!
คำเตือน: นิยายเรื่องนี้พระเอกคลั่งรักเมียมาก และนางเอกฟาดศัตรูไม่เลี้ยง!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!













