บทที่ 6 #รามแอล :: CHAPTER 5 [100%]

= EP5 =

Raam-magian :: TALK

สายตาของผมทอดมองไปยังหน้าต่างที่ยังไม่ได้เปิดดีก่อนจะลุกขึ้นนั่งมองไปยังบนเตียงที่ไร้ซึ่งร่างของหญิงสาวที่พามาเสพความสุขด้วย ผมลงจากเตียงและหยิบผ้าขนหนูมาพันเอวเปิดประตูห้องนอนที่ไว้สำหรับนอนกับผู้หญิงคนอื่นออกมา สายตาก็จับจ้องมองไปยังเคาน์เตอร์ครัวที่ไร้ซึ่งร่างบอบบางที่คุ้นตา สาวเท้าเดินเข้าห้องนอนที่ไม่มีใครเข้ามานอกจากแอลคนเดียวเท่านั้น หยิบมือถือขึ้นมาต่อสายหาแอลทันทีแต่ก็ไม่มีคนรับสาย

“ทำอะไร” บ่นพึมพำก็ทิ้งมือถือลงบนเตียงจึงเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปเรียนซึ่งตอนนี้ก็เลยเวลาเข้าคลาสแรก เสร็จเรียบร้อยก็ขับรถมาถึงมหาลัยแต่ก่อนจะขับไปถึงคณะตัวเองก็จอดที่คณะของแอล จึงเห็นเพื่อนสนิทของเธอนั่งอ่านชีทงานอยู่พอเธอรับรู้การมาของผมก็เงยหน้าฉีกยิ้มให้

“หวัดดีรามเกียรติ์”

“แอลอยู่ไหน?” มัดหมี่ขมวดคิ้วก่อนจะทำหน้ามึนงง

“แอลไม่ได้บอกเหรอ”

“โทรไปไม่รับ” อธิบายออกไปว่าทำไมผมถึงต้องมาถามเธอ มัดหมี่ก็พยักหน้ารับ

“ฉันก็ไม่รู้ โทรไปก็ไม่รับเหมือนกัน”

“แน่ใจ” ถามย้ำมีเหรอว่าเธอเป็นเพื่อนคนสนิทจะไม่รู้ว่าทำไมแอลถึงไม่มาเรียน

“อือ พอทำรายงานกันเสร็จฉันก็กลับมาเลย พอแอลไม่มาเรียนนั่นแหละถึงได้โทรหาแต่ก็ไม่รับสาย”

“อืม”

ได้รับคำตอบที่จริงผมก็ขับรถมาถึงคณะ ถอนหายใจเมื่อนั่งลงที่โต๊ะหินอ่อนใต้ต้นไม้สบตากับไอ้เทียนและไอ้ไฟที่มาเรียนได้แล้ว “มาเรียนแล้ว”

“เออ แพงไล่ไม่มาได้ไง”

“แต่มึงก็ง้อน้องพะแพงสำเร็จแล้วนี่หว่า เพียงแต่น้องพะแพงก็ไม่ได้ยอมคืนดีกับมึงง่ายๆ” ไอ้เทียนหัวเราะออกมาก่อนจะโดนไอ้ไฟตบศีรษะ

“กูรู้ แค่แพงให้โอกาสกูก็ดีแค่ไหนแล้ว” ไอ้ไฟเอนหลังพิงเก้าอี้ กระตุกยิ้มอย่างดีใจ “จากนี้จะทำให้ดีที่สุด ไม่ทำให้แพงเสียใจกับเรื่องเลวระยำของกูอีกต่อไป”

“ปรบมือผัวดีเด่นครับ” ไอ้เทียนปรบมือให้ไอ้ไฟ ส่วนผมก็ก้มหน้าลงเข้าไลน์ส่งข้อความให้แอลที่ยังไม่ยอมอ่าน โทรไปก็ไม่รับสายเป็นอะไรหรือเปล่านะ “ทำไมสีหน้ามึงดูว้าวุ่นจังวะไอ้ราม”

“นั่นดิ ทะเลาะกับแอลหรือไง?” สบตากับเพื่อนทั้งสองพลางถอนหายใจเพื่อเป็นคำตอบ

“ชัวร์ ทะเลาะกับเมีย”

“โทรไปไม่รับ” ชูสมาร์ทโฟนขึ้นส่ายหน้าก่อนจะยกเท้าขึ้นพาดบนโต๊ะ “ห่วง”

“ก็ไปหาที่บ้านดิ” ไอ้เทียนแนะนำผมก็ถอนหายใจ

“ถอนหายใจหลายเฮือกแล้วนะมึงอะ” ไอ้ไฟตบมือมาที่ท่อนขาของผม “เย็นนี้คลับเฮียแซค”

“มึงไปได้เหรอ ต้องไปรับน้องพะแพงนี่”

“เดี๋ยวกูขออนุญาตก่อน”

“แหม... ทำอะไรเดี๋ยวนี้ต้องขอเมียนะมึง กลัวเมียเห็นๆ”

แอลเป็นแบบนี้ยิ่งทำให้ผมหงุดหงิดเท่าตัวนะ และที่ไม่อยากไปหาที่บ้านก็เพราะว่ารำคาญพี่เอ็มพี่ชายของเธอที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้าผมสักเท่าไหร่ วันนี้ทั้งวันผมเรียนไม่เข้าหัวเลยแต่พอมาที่คลับเฮียแซคก็ซัดเหล้าไปหลายพลางก็มองสมาร์ทโฟนไปด้วยก็ไร้วี่แววของแอล

“มึงงุ่นง่านมากอะ”

“นั่นดิ ว้าวุ่นขนาดนี้มึงก็ให้คนของคุณลุงตามหาเลยดิ” ไอ้ไฟแนะนำแต่ผมก็เลือกที่จะฟังไม่ตอบอะไรกลับไป กระทั่งไอ้ไฟดูเวลาที่ข้อมือก็ลุกขึ้นยืนจนพวกผมมึนงง

“มึงจะกลับแล้วเหรอ เพิ่งมาแดกไม่มีกี่แก้วเองนะ” มองไอ้เทียนที่ถามอย่างสงสัย แต่ผมก็รู้ดีที่มันรีบไม่ใช่เพราะอะไรหรอกนะ หนึ่งในนั้นคือมีพะแพงอยู่ด้วยไง

“พะแพงให้กูมาก็จริง แต่กูก็อยากไปหาเมียอะ”

“หูย... ไอ้ไฟ มึงหลงเมียหนักมากอะ”

“เออ กูไปก่อน เจอกัน”

ไอ้ไฟโบกมือให้กับเราสองคนก่อนจะเดินจากไป ผมก็หยิบแก้วเหล้าขึ้นมากรอกผ่านลำคอมองสบตากับไอ้เทียนที่ดูเหมือนจะถามอะไรจึงรอให้ผมดื่มเหล้าจนหมด

“มึงถามแอลยังเรื่องที่กูเห็นคนคล้ายแอลไปทำงานที่บาร์กึ่งเปิดอะ”

“ถามแล้ว” ไอ้เทียนจับจ้องผมเพื่อที่จะรอฟังคำตอบอีกครั้ง “แอลบอกไม่ได้ทำ”

“เหรอวะ แต่กูว่ากูเห็นเหมือนมากเลยนะ”

“...”

“ไอ้เชนมันก็ไปนั่งกินเหล้าร้านนั่นบ่อยๆ” ชื่อของใครบางคนทำให้ผมตวัดสายตามองไอ้เทียน “ไอ้เชนจริงๆ กูจำรถมันได้ อีกอย่างคนอย่างมันใครจำไม่ได้บ้างวะ”

เชนหรือราเชนที่ไอ้เทียนเอ่ยถึงคือคนที่ผมไม่ได้ถูกชะตาด้วย อาจจะเพราะสองครอบครัวของเราไม่ได้ถูกกันจึงพาให้รุ่นลูกไม่ชอบหน้ากัน มีหลายเรื่องราวที่พ่อของไอ้เชนทำไว้กับพ่อของผม เรื่องนี้พ่อยังไม่เล่าให้ฟังว่ามันเป็นเรื่องอะไร

“ราม” เฮียแซคเรียกชื่อผมก่อนจะนั่งลงตามด้วยสีหน้าที่ตั้งคำถาม

“มีอะไรครับ?”

“แอลเมียมึงมีเพื่อนผู้ชายด้วยเหรอ” ชะงักมือที่กำลังเทเหล้าลงแก้วและสบตากับเฮียแซค “มึงหวงแอลจะตาย ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้ไม่ได้ ถูกปะ”

“ใช่เลยเฮียแซค” ไอ้เทียนเป็นฝ่ายตอบคำถามเฮียแซคแทนผม “มันหึงเมียมันจะตาย”

“เฮียหมายความว่ายังไง?”

“วันก่อนกูเข้าไปซื้อกิจการที่บาร์กึ่งเปิด แล้วก็เจอแอลที่นั้น” รู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองร้อนรนกระวนกระวายใจยังไงบอกไม่ถูก เพราะว่าสิ่งที่ไอ้เทียนเคยพูดกับผมและสิ่งที่เฮียแซคพูดตอนนี้มันตรงกันเลย “แอลบอกกูว่ามาหาเพื่อน แล้วเพื่อนคนนั้นก็คือผู้ชาย”

“...”

“กูก็สงสัยไงว่ามึงปล่อยให้ผู้ชายคนอื่นเข้าใกล้เมียตัวเองด้วยเหรอ?”

“บาร์นั่นอยู่ที่ไหน”

“มึงจะไปเลยเหรอไอ้ราม”

ผมไม่สนใจคำพูดของไอ้เทียนและฟังที่อยู่ของบาร์กึ่งเปิด ผมก็ขับรถตรงไปยังที่หมายลงจากรถและตรงเข้าไปในร้านทันที กวาดสายตามองหาพนักงานสาวที่กำลังเสิร์ฟว่ามีแอลอยู่ด้วยหรือเปล่า ปรากฏว่าไม่มีจึงเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์

“รับอะไรดีครับ”

“รู้จักแอลหรือเปล่า?” บางทีแอลอาจจะมาหาเพื่อนจริงๆ แต่เพื่อนนอกจากมัดหมี่แล้วเธอก็ไม่ได้คบหาใคร โดยเฉพาะกับผู้ชาย

“ครับ” กวาดสายตามองชายคนนี้ก็ถ่ายรูปส่งให้เฮียแซคดูซึ่งเฮียคอนเฟิร์มว่าคนนี้คือเพื่อนของแอล ผมก็ตวัดมือกระชากคอเสื้อมันเข้ามาใกล้ “คะ คุณลูกค้าจะทำอะไรครับ!”

“อย่ายุ่งกับแอล”

“!”

“คราวหน้าจะไม่ใช่แค่เตือน”

ผลักมันจะเซล้มไปด้านหลังก็มีพนักงานเสิร์ฟมาประคองมันให้ลุกขึ้นผมก็เดินออกมาเพื่อตรงไปที่รถของตัวเอง ทว่ากลับเดินสวนใครบางคนทำให้หยุดชะงัก

“อ้าว รามเกียรติ์” น้ำเสียงแหบทำให้ผมค่อยๆ หันไปสบตากับคนตรงหน้าที่ยกยิ้มมุมปากก่อนจะยกแขนทั้งสองกอดไปที่อกของตัวเองอย่างไอ้ราเชน “มาเที่ยวที่นี่ด้วยเหรอ?”

“เสือก”

“โห ทักทายกันแบบนี้ฉันเสียใจแย่นะ” คนที่ทำให้ผมเกลียดขี้หน้าและมันเองก็คงไม่ต่างจากผมที่ต่างคนต่างเกลียด ด้วยเพราะเรื่องของครอบครัวที่ไม่ถูกกัน “ทำหน้าแบบนี้แสดงว่าไม่ได้มาเที่ยว”

“อย่าทักกู”

“โอเค ไม่ทักก็ไม่ทัก” ยกมือทั้งสองข้างขึ้นชูราวกับยอมแพ้ “ไปก่อนนะ พอดี... ติดสาวที่นี่น่ะ”

ไม่ได้อยากจะรู้เรื่องของมันสักนิด ผมก็ขึ้นรถและขับตรงไปยังบ้านของแอลแม้ว่าจะโดนพี่เอ็มมองแบบไม่ชอบหน้า แต่เพราะแอลไม่รับสายบวกกับเรื่องที่เฮียแซคเล่าทำให้ผมต้องถามเธอให้แน่ใจ

ออด ออด~

ผมรัวกริ่งหน้าบ้านของเธอ มองเข้าไปด้านในจึงได้เห็นว่ามีคนอยู่เพราะไฟเปิดทิ้งไว้ ถอนหายใจก่อนจะหันหลังพิงกับขอบประตูรั้วหน้าบ้านแอลพลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบเพื่อไล่ความหงุดหงิด

“มาทำไม?” น้ำเสียงเข้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ยืนกอดอกหลังจากเปิดประตูบ้านทิ้งไว้ ผมไม่พูดอะไรกลับเดินสวนเขาเพื่อจะเข้าไปหาแอลแต่ท่อนแขนแกร่งก็ยกขึ้นบดบังร่างผมเอาไว้ “เข้าไปฉันแจ้งข้อหาบุกรุกแน่”

“ผมจะคุยกับแอล”

“แอลไม่อยู่”

“ผมไม่เชื่อ” ไม่ว่าเปล่าก็ผลักท่อนแขนพี่เอ็มออกและเดินตรงเข้าไปในบ้าน ท่อนแขนก็ถูกคว้าไว้ซะก่อนทำให้ผมหันไปมองเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจ “แอลเป็นแฟนผม”

“อ๋อเหรอ?” พี่เอ็มกระตุกยิ้มที่มุมปาก “นึกว่ามีแต่แอลที่คิดแบบนั้น”

“ปล่อย” มองลงมาที่ฝ่ามือบีบข้อศอกผมไว้ “หรือจะให้ผม...”

“ใครมาเหรอพี่เอ็ม...!”

คนที่ผมต้องการเจอโผล่หน้าออกมาพอเห็นผมก็ทำหน้าตกใจ ทว่าสายตาของผมต่างหากที่มองไปยังเรือนร่างที่สวมแค่กางเกงยีนขาสั้นกับเสื้อเอวลอยแบบบางจนเห็นชั้นใจสีดำ ความหงุดหงิดที่มีก่อนหน้านั้นก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

“ออกไป”

“แอล” ผมไม่คิดจะขู่แอลหรอกนะ แต่ถ้าหากไม่ได้คุยกันในเรื่องที่เกิดขึ้นผมคงรู้สึกหงุดหงิดมากกว่านี้แน่ “ถ้าไม่คุย รู้นะว่าจะเจอกับอะไร”

“นี่นายขู่แอลงั้นเหรอ!” พี่เอ็มตะคอกผมด้วยสีหน้าโกรธเคือง ผมจึงยกยิ้มมุมปากและหันไปมองแอลที่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

“ก็ลองดู”

“มึง...”

“แอลจะคุยกับรามเองพี่เอ็ม” เธอรู้สิว่าถ้าผมพูดหรือขู่อะไรออกมา นั่นเท่ากับว่าผมทำจริงๆ และในหัวของผมก็คิดไว้แล้วด้วยจะทำให้พี่เอ็มตกงานได้อย่างง่ายดาย แอลเดินนำผมไปยังด้านนอกซึ่งผมก็ยืนพิงรถของตัวเองมองแอลที่อยู่ตรงหน้า นานหลายนาทีกว่าผมจะเอ่ยคำถามที่สงสัย

“เฮียแซคบอกเจอเธอ” แอลพยักหน้ารับโดยไม่ปฏิเสธ “มีเพื่อนผู้ชายตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“ห๊ะ”

“ผู้ชายที่อยู่บาร์ ทำไมฉันถึงไม่รู้” ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอพูดอะไรออกมา แน่นอนว่าผมไม่รู้ตัวเองแอลถึงได้งงไงว่าคนอย่างรามเกียรติ์ที่ขี้เกียจพูด ดันพูดได้ซะยาวเหยียดจับประเด็นได้โดยไม่ต้องพูดซ้ำ

“ก็...”

“ฉันปะติดปะต่อเรื่องที่ไอ้เทียนเล่า กับที่เฮียแซคบอก” แอลคงไม่รู้ตัวสินะว่าเวลาตัวเองโดนต้อนจะชอบทำหน้าเลิ่กลั่กจนผมจับได้ “บอกมาให้หมด”

“ไม่มีอะไร”

“แอล” กระชากท่อนแขนจนร่างเล็กเซมากระทบกับร่างผม ใบหน้าของเราสองคนเสมอกันและผมก็ใช้สายตาคาดคั้นเธอที่ยังคงบอกว่ามันไม่มีอะไร “ถ้าไม่... มันจมตีนแน่”

“อย่าทำอะไรเป้นะ”

“แล้วมันเป็นใคร!”

ตะคอกจนเสียงดังเป็นผลให้แอลตกใจจนน้ำตาคลอ พอได้ยินแอลปกป้องมันแบบนี้ผมก็ยิ่งโมโหจนเผลอขึ้นเสียงทั้งที่ผมไม่เคยทำมาก่อน ถอนหายใจและยกมือไปแนบแก้มของเธอ “ขอโทษ”

“เป้เป็นเพื่อนกับมัดด้วย”

“แน่ใจ” ย้ำชัดแอลก็ค่อยๆ ผงกศีรษะโดยไม่สบตากับผม “แล้วได้ไปทำงานที่บาร์”

“ไม่ได้ไป” เธอตอบผมก่อนจะได้ฟังคำถามจบ “ไปก็รู้อยู่แล้ว”

“ใช่” ผมเลื่อนแขนซ้ายของตัวเองโอบเอวเธอให้ขยับเข้ามาใกล้ กระทั่งฝ่ามือทั้งสองของแอลจะวางตรงตำแหน่งหน้าอกจนผมใช้มืออีกข้างช้อนปลายคางเธอขึ้น

“แล้วโมโหอะไรอะ”

“ทุกอย่างที่เธอทำ”

“ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” เถียงจนต้องบีบแก้มเธอจนปากยู่ แอลก็ปัดมือผมออกไปแถมยังเชิดหน้าใส่อีกต่างหาก

“งอนอะไร?” คิดว่าถามจะได้คำตอบกลับมาไหมล่ะ บอกเลยว่าไม่สำหรับแอล

“เปล่า” ผิดปากผมซะที่ไหน

“โทรมาก็ไม่รับ ไลน์ไปก็ไม่อ่าน” สบตากับแอลที่หลับตาลงค่อยๆ เอนใบหน้ามาซบลงกับไหล่ของผม “เป็นอะไร?”

“อยากได้รามคนเดิม” พอพูดออกมาแบบนี้ผมก็ชะงักมือที่กำลังจะดันไหล่เธอออก

“คนนี้ไม่ใช่”

“ไม่” ส่ายหน้าไปมาก่อนจะกดจูบลงที่ลำคอของผมซุกไซ้จนผมจำต้องเงยหน้ามองท้องฟ้าและมึนงงกับคำถามเธอ

“อะไร”

“รามคนนั้นน่ารัก ใจดีแล้วก็เชื่อฉันทุกอย่าง” ถอนหายใจวางมือลงที่เอวเธอทั้งสองข้างบีบเบาๆ จนแอลหยุดจูบลำคอของผม ฉับพลันคำพูดของแอลก็ทำให้ผมนึกคิดไปถึงรามคนที่เธอพูดถึง

“คนเดียวกัน”

“เมื่อวานฉันไปหานาย” ดวงตาทั้งสองกระตุกลอบมองใบหน้าของแอลที่เศร้าจนผมรับรู้ได้ “ทำไม...”

“แอล”

“ทำไมต้องมีคนอื่นทั้งที่มีฉันอยู่ด้วย”

“เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าพูดเรื่องนี้” ดันไหล่แอลออกห่างจากตัวอย่างไม่สบอารมณ์ “ทำไมไม่ฟังกันบ้าง”

“...” แอลก้มหน้าลงมองเท้าและเพราะเธอชอบพูดอะไรแบบนี้มันก็ทำให้ผมหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง

“คบกันแบบไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวกันจะได้ไหม?” ผมเคยบอกและกำชับเธอเสมอ อย่ายุ่งเรื่องส่วนตัวของผมไม่ว่าจะมีเหตุผลอะไรก็ตาม ถึงยังไงสำหรับผมแอลก็คือคนที่คบหาด้วยไม่ใช่ผู้หญิงนอนด้วยชั่วครั้งชั่วคราว

“ได้” เธอเงยหน้าสบตากับผม รอยยิ้มที่ผุดขึ้นทำให้ผมรู้สึกตงิดใจยังไงบอกไม่ถูก “งั้นนายก็อย่ายุ่งเรื่องส่วนตัวของฉันเหมือนกัน”

“แอล”

“ฉันคิดว่ามันไม่แฟร์สำหรับฉันเหมือนกัน เพราะงั้นเอาตามนี้” พอได้ยินคำตอบแบบนี้ผมจะทำอะไรได้นอกจากพยักหน้ารับตกลง เพราะผมรู้ดี... ยังไงแอลก็ไม่มีทางมีคนอื่นได้

เธอรักผมมาก รักมานานแค่ไหนแอลรู้ตัวเองดีและผมมั่นใจ

ไม่ว่าจะทำอะไรหรือไปที่ไหน... กลับมาก็จะเจอแอลอยู่เสมอ เพราะเธอคือของตายสำหรับผม

“ตกลง”

Raam-magian :: TALK END

บทก่อนหน้า
บทถัดไป