บทที่ 15 Renewed ขอโอกาสให้ฉันได้รัก 15
Renewed ขอโอกาสให้ฉันได้รัก 15
“ฉันไม่ได้ทำอะไรเสียหาย คุณป้าไม่มีอะไรต้องอายค่ะ” นี่คงเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันถกเถียงกับเขา แม้ภายในใจจะหวั่น ๆ อยู่ก็ตาม
“เหรอ? แล้วนั่งหัวเราะคิกคักเอียงซบผู้ชาย ทั้งที่ร้านอาหารคนเยอะแยะ ไม่มีอะไรเสียหายเลยมั้ง?” คุณอธิปยังไม่หยุดโมโห ไม่สิ ทุกครั้งที่เจอกันเขามักจะโมโหตลอดอยู่แล้วนี่นา ใบหน้านิ่ง ๆ หน้าเหวี่ยง ๆ คิ้วที่แทบจะขมวดติดกันอยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็สงสัยว่าเขาเคยมีความสุขบ้างไหม เจอหน้าฉันทีไรถึงได้ทำหน้าอมทุกข์อยู่แบบนั้น
“นั่นเพื่อนของฉันค่ะ อย่ามาใส่ร้าย ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัว” อธิบายด้วยประโยคยาว ๆ ตั้งใจจะเดินออกห่าง หากไม่มีน้ำเสียงของเขาดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“ให้เวลาอีกสามสิบนาที อย่าให้ต้องตาม”
นั่นคือสิ่งที่ฉันได้ยินจากเขา เพราะไม่อยากอยู่ใกล้กับคนเจ้าอารมณ์ ฉันจึงรีบเดินกลับไปยังโต๊ะที่เพื่อน ๆ นั่งรอกันอยู่ พร้อมกับของหวานที่ทุกคนสั่งมาเพิ่มหลังจากทานของคาวเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“คนเยอะเหรอ?” กัณเงยหน้าขึ้นมาเจอก็รีบถามเมื่อฉันหายไปเข้าห้องน้ำนานสักพักใหญ่
“อื้อ นิดหน่อยน่ะ แล้วสั่งอะไรมากินอีกเนี่ย” ตอบเพื่อนแล้วนั่งลงที่เก้าอี้
“บัวลอยไข่หวาน นี่แหละ ทำถึง! ละมุนลิ้นสุด แกชิมดู” กัณยังชวนให้ชิมของหวาน ฉันยื่นมือไปหยิบช้อนแล้วลองชิมบัวลอยไข่หวานตามคำชักชวนนั้น แต่พอเงยหน้าขึ้นมองรอบข้าง ก็เห็นว่ามุมที่ฉันนั่งอยู่สามารถมองเข้าไปยังส่วนภายในร้านที่ตอนนี้มีลูกค้านั่งอยู่มากมาย และสายตาคู่คมของคุณอธิปกำลังจ้องมองฉันจากในร้าน
มิน่าล่ะ ถึงได้พูดจาแบบนั้นกับฉัน บังเอิญมาร้านเดียวกันจนน่าหงุดหงิดเลยสิ
“ว่าแต่คนอื่น ตัวเองยังมากับสาวเลย”
“หา? ว่าไงนะ?” ชนินที่นั่งข้าง ๆ รีบถามทันทีเมื่อได้ยินฉันบ่นพึมพำกับตัวเอง
“อะ อ้อ ไม่มีอะไร บ่นลมบ่นฟ้าไปเรื่อยน่ะ”
“โอเคแน่นะ?” ชนินเอ่ยถาม พลางยกมือขึ้นเกลี่ยเส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าฉัน ขณะที่ฉันก้มหน้าก้มตากินบัวลอยไข่หวานแสนอร่อย
“อื้อ ขอบใจนะ กินต่อเถอะ” ฉันบอกชนิน แล้วขยับตัวออกห่างด้วยความเกรงใจ แต่เหมือนจะช้าไป เมื่อโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายกำลังส่งเสียงเรียกเข้า ฉันหยิบขึ้นมารับสาย แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไร คนปลายสายก็เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเสียก่อน
(จะขยับออกห่าง หรือจะให้เข้าไปพากลับ)
“...” เสียงเข้มนั้นทำให้ฉันเผลอมองไปที่โต๊ะที่เขานั่งอยู่ ก่อนจะพบว่ามีสาวคนสวยที่ฉันจำได้ดีว่าเป็นคนเดียวกับที่เดินตามกันไปมาในงานเลี้ยงต้อนรับเขา นอกจากพวกเขาสองคนยังมีคนอื่น ๆ นั่งอยู่ประมาณสามถึงสี่คน และคนนิสัยไม่ดีที่โทร. มาดุดันฉัน ตอนนี้กำลังถือโทรศัพท์แนบหูจ้องมองกันผ่านกระจกร้านโดยไม่สนใจสาวสวยข้างกายเขาเลยสักนิด
“ใครโทร. มาน่ะ? หน้าซีดจัง?” เบสหันมามองรีบถามด้วยความเป็นห่วง
“พวกคอลเซนเตอร์น่ะ”
“อ้อ บล็อกเบอร์ไว้เลย จะได้ไม่โทร. มาอีก” เบสแนะนำ ฉันรีบพยักหน้าก่อนจะทำตามที่เพื่อนแนะนำ นั่นคือการบล็อกเบอร์โทรของคุณอธิป...
สามทุ่มตรง ถึงเวลาที่ฉันต้องแยกย้ายกับเพื่อนเพื่อกลับบ้าน ชนินอาสาไปส่งที่บ้านคุณป้ามาลา เพราะบ้านของเขาอยู่ในโซนเดียวกับฉัน เราตกลงกันไว้แล้วว่าเขาจะไปส่งฉันเอง
“รถอยู่ทางนี้ครับ” เพื่อนตัวสูงเตือนเสียงนุ่ม เมื่อส่งเบสและกัณขึ้นรถเรียบร้อย
“เอ่อ คือ...” เริ่มลังเลเล็กน้อย เมื่อมองเห็นคนตัวสูงอีกคนที่ยืนเป็นยักษ์ปักหลั่นอยู่ข้างรถคันหรูของเขา แล้วกำลังยืนจ้องฉันกับเพื่อนอยู่นิ่ง ๆ
“หือ? มีอะไรหรือเปล่า? หรืออยากแวะที่ไหน บอกเราได้นะ จะพาแวะครับ ไม่เป็นไร” คนใจดีเดาสาเหตุที่ทำให้ฉันมีท่าทีอึกอัก แม้สิ่งที่เดาจะไม่ตรงกับความเป็นจริง แต่ฉันก็ไม่ได้ขัดเพื่อน
