บทที่ 16 Renewed ขอโอกาสให้ฉันได้รัก 16
Renewed ขอโอกาสให้ฉันได้รัก 16
“ขอบใจนะ แต่คุณป้าให้คนขับรถของที่บ้านมารับแล้วน่ะ” ท้ายที่สุดฉันก็ต้องโกหกเพื่อนออกไป เพราะไม่อยากให้เพื่อนรู้ว่าใครคือคนที่กดดันฉันอยู่ คนที่ถูกบังคับให้แต่งงานกับฉันน่ะ
“อ้าวเหรอ? มาหรือยัง เดี๋ยวเราเดินไปส่งที่รถ” ชนินยังถามด้วยความเป็นห่วง มองซ้ายมองขวาเพื่อหารถที่คาดว่าน่าจะเป็นรถของคนที่จะมารับฉันกลับ
“มาแล้วละ เดี๋ยวเราวิ่งกลับไปขึ้นรถนะ ส่วนชนินน่ะขับรถกลับดี ๆ ถึงแล้วก็อย่าลืมส่งเข้าแชตกลุ่มด้วยนะ” ย้ำกับเพื่อน
“อ่า ไม่ให้ไปส่งจริงเหรอ?” เขาถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
“อื้อ ไม่เป็นไร ขอบใจมาก ๆ เลย เอาไว้ว่าง ๆ เราค่อยเจอกันเนอะ”
“อ่า ก็ได้ครับ ถึงแล้วบอกด้วยนะ” ชนินย้ำ ฉันรีบพยักหน้าส่งให้เพื่อน พลางโบกมือลาแล้ววิ่งไปยังยังลานจอดรถอีกมุม กระทั่งเข้าใกล้รถคันหรู ก็เริ่มไม่มั่นใจว่าตัวเองจะต้องนั่งตรงไหน และท่าทางยึกยักของฉันคงจะขัดใจเจ้าของรถอยู่ไม่น้อย อีกฝ่ายจึงเลื่อนกระจกฝั่งคนขับลงแล้วสั่งด้วยเสียงเข้ม
“ขึ้นมา ดึกแล้วเหนื่อย” นั่นแหละค่ะ สิ่งที่เขาบอกกับฉัน
ตลอดการเดินทางกลับบ้าน ฉันกับเจ้าของรถไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งที่ตอนนี้ดึกมากแล้วแต่รถยังติดอยู่แทบไม่ขยับ แบบนี้ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดจนไม่กล้าหายใจแรง กลัวจะไปรบกวนเจ้าของรถหน้าดุเข้า
“แม่คุยกับเธอหรือยัง?” จู่ ๆ คนที่นั่งเคาะนิ้วเข้ากับพวงมาลัยรถก็เอ่ยถามขึ้นมา
“คุยเรื่องไหนคะ?” ถามเสียงเบา และไม่ได้หันไปมองคนข้าง ๆ เลยสักวินาที ไม่ชินเลยสักนิดที่ได้อยู่ใกล้ชิดเขาสองต่อสองแบบนี้
“เรื่องงานแต่ง”
“ก็...ค่ะ”
“ฉันผิดเองที่เข้าห้องเธอจนทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น ในเมื่อแม่ต้องการให้แต่งงาน ฉันก็จะยอมแต่งตามที่แม่บอก แต่ขอให้เธอรู้ไว้ว่า มันเป็นเพียงการแต่งงานในนามเท่านั้น”
“...”
“แต่งเพื่อให้แม่สบายใจ” คนตัวสูงแจ้งด้วยน้ำเสียงจริงจัง และเรียบนิ่ง ราวกับเขาเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับการแต่งงานครั้งนี้ นอกจากความเบื่อหน่าย
“หวังว่าเธอจะไม่ทำอะไรให้ฉันต้องลำบากหรือขายขี้หน้า”
“ค่ะ ไม่ทำหรอกค่ะ” ตอบรับประโยคของคุณอธิป และตั้งใจจะไม่ทำให้เขาลำบากใจไปมากกว่านี้ แค่นี้ฉันก็ลำบากใจพอแล้ว แต่เมื่อไหร่กันนะ เมื่อไหร่จะถึงบ้าน ฉันอยากหนีหน้าเขาจะแย่แล้ว
“ส่วนห้องนอนฉัน...เธอไม่มีสิทธิ์เข้าไป ถ้าแม่ถาม ห้องหอให้ใช้ห้องของเธอ”
“...ตามนั้นค่ะ” ฉันเหนื่อย ฉันไม่อยากพูดหรือเถียงเขาแล้วละ
“ก็ดี ต่อไปจะทำอะไรก็ระวังหน่อยแล้วกัน ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ฉันเองก็ไม่อยากถูกนินทาว่าโดนเมียสวมเขาให้” พูดดีได้ไม่นาน ประโยคไม่น่าฟังก็พ่นออกมาอีกครั้ง
“บอกตัวเองเถอะ” ประชดเขาเสียงเบาและไม่คิดว่าคนที่ตั้งใจขับรถจะได้ยิน ไม่สิ ต้องบอกว่าเขาได้ยินไม่ชัดมากกว่า
“อะไรนะ?”
“ไม่มีอะไรค่ะ”
“หึ...”
ฉันน่ะปากเก่งไปงั้นแหละ พอเอาเข้าจริงแล้วก็กลัวเขาจะตายไป กลัวทุกอย่างที่เป็นเขา รวมถึงเกรงใจเขาจนไม่เป็นตัวของตัวเอง ซึ่งตัวฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะแก้ไขอย่างไรดี เพราะยิ่งนานวันฉันยิ่งกลัวเขา กลัวว่าเขาจะเกลียดตัวเองไปมากกว่าเดิม...
เกิดเป็นฉัน แก้วเจ้าจอมคนนี้ ชีวิตช่างน่าสมเพชหรือเกิน
