บทที่ 18 Renewed ขอโอกาสให้ฉันได้รัก 18
Renewed ขอโอกาสให้ฉันได้รัก 18
“พี่เจ้าจะกลับเลยไหมคะเนี่ย?” น้องนิ้ง พนักงานของร้าน เอ่ยถามฉันอีกครั้งหลังจากที่เราช่วยกันทำความสะอาดร้านและอุปกรณ์ต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อย ซึ่งโดยปกติแล้ว เราจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยภายในสี่สิบนาทีถึงหนึ่งชั่วโมงหลังจากร้านเปิด
“กลับเลยจ้ะ ทำไมเหรอ?” มองคนที่ถามอย่างเกรงใจนั่นด้วยความไม่เข้าใจ
“ไม่มีอะไรค่ะ หนูลองถามดู คือพวกหนูตั้งใจจะไปกินส้มตำด้วยกันต่อ เลยอยากจะชวนพี่เจ้าด้วย” น้องนิ้งเฉลยด้วยรอยยิ้มเขินอาย
“ขอบคุณนะคะ ไว้ครั้งหน้าได้ไหมคนสวย พี่สัญญาว่าจะไปด้วยแน่ ๆ พอดีวันนี้พี่มีนัดแล้วน่ะ” บอกน้องนิ้งอย่างรู้สึกผิด
“ไม่เป็นไรค่ะพี่เจ้า เอาไว้ครั้งหน้าเราค่อยไปด้วยกันนะคะ”
“ได้จ้ะ กลับกันเถอะ” เอ่ยชวนพนักงานที่ยืนอยู่ไม่ไกล เช็กร้านจนมั่นใจถึงได้เข็นจักรยานไฟฟ้าไปตามทางฟุตพาท เดินไปเรื่อย ๆ จนถึงต้นซอย เมื่อถึงจุดที่เลี้ยวไม่ย้อนศร จึงขึ้นจักรยานแล้วขี่ไปตามเส้นทางที่ฉันใช้มาช่วงเช้า
“ไงเจ้าเหมียว จะไปไหนน่ะ” ขี่จักรยานมาเรื่อย ๆ ไม่ลืมแวะทักทายเจ้าแมวสีขาวตัวอวบอ้วนที่เดินเล่นอยู่ริมถนน
เมี้ยว~
เสียงร้องเล็ก ๆ ของเจ้าแมวทำให้ฉันหลุดยิ้มบาง ๆ ก่อนจะจอดจักรยานไฟฟ้า แล้วลงไปลูบขนมันเล่นอย่างสบายใจ
“หิวไหมเนี่ย พี่ไม่ได้ซื้อข้าวมาให้เลยอะ” ฉันชวนแมวอ้วนคุย ทั้งที่รู้ว่าแมวไม่สามารถตอบกลับได้ แต่ก็ยังรู้สึกสบายใจที่ได้พูดคุยและเล่นกับมันแบบนี้ทุกวัน
“อ้าว แม่หนู เลิกงานแล้วเหรอจ๊ะ?” เสียงคุณยายที่รดน้ำต้นไม้อยู่ทักทายพร้อมกับรอยยิ้ม
“เลิกแล้วค่ะคุณยาย ขยันเหมือนเดิมเลยนะคะ” ฉันมองคุณยายที่ยืนรดน้ำต้นไม้ในรั้วบ้านด้วยรอยยิ้ม หากแม่กับพ่อยังอยู่ คงจะมีเวลาพักผ่อนแล้วรดน้ำต้นไม้อย่างที่ชอบเหมือนกับคุณยายล่ะมั้ง คิดถึงท่านทั้งสองจัง
“คนแก่ก็งี้แหละลูก หาอะไรทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ให้ตัวเองเบื่อน่ะ”
“ยังไม่แก่หรอกค่ะ คุณยายแข็งแรงมากเลยนะคะ” เอ่ยชมคุณยาย มือก็ลูบขนเจ้าแมวตัวอ้วนไปสองสามที ก่อนจะบอกลาคุณยายและเจ้าเหมียว
ฉันขี่จักรยานไฟฟ้ากลับบ้าน แล้วขี่ไปจอดที่มุมลึกของโรงจอดรถกว้าง ๆ เพื่อไม่ให้จักรยานเกะกะรถยนต์ของคนอื่น
“อ้าว มาแล้วเหรอลูก?”
“กลับมาแล้วค่ะคุณป้า” ตอบเจ้าของบ้านที่เดินออกมารับ แต่ยังไม่ทันจะได้เดินออกห่างจักรยานก็เห็นรถของคุณอธิปเลี้ยวเข้ามาภายในรั้วบ้าน เห็นแบบนั้นถึงกับต้องรีบหลบไปอีกด้าน เขาขับเข้ามาจอดชิดกับจักรยานไฟฟ้าคันเล็กของฉันอย่างจงใจ อีกเล็กน้อยก็จะชนมันล้มแล้วด้วยซ้ำ
นิสัยไม่ดี
“กลับมาแล้วเหรอลูก?” ป้ามาลารีบทักทายลูกชายที่เปิดประตูรถลงมาพร้อมกับเสื้อสูทราคาแพง
“กลับมาแล้วครับแม่”
“ดี ๆ ไปพักสักหน่อย จะได้ลงมากินข้าวกัน”
“ครับ กำลังหิวอยู่พอดีเลย” ปากขยับคุยตอบโต้มารดา ขณะสายตาจับจ้องมาทางฉัน แน่นอนว่าฉันไม่ได้ทักหรือชวนเขาคุย แค่เดินตามแรงจับจูงของป้ามาลาเข้าบ้านไป
“วันหยุดนี้ ทีมงานจะเอาชุดมาให้หนูลองก่อนนะลูก เผื่อปรับหรือแก้”
“ได้ค่ะคุณป้า”
“ตาที วันหยุดนี้ห้ามไปไหน ร้านชุดแต่งงานเขาจะเอาชุดมาให้ลอง”
“ครับ ๆ ขัดอะไรไม่ได้อยู่แล้วนี่ครับ” เอ่ยจบก็เดินผ่านขึ้นไปยังชั้นสองทันที
“อย่าไปสนใจเลยลูก” ท่านหันกลับมามองฉัน เมื่อท่าทางของลูกชายท่านนั้นไม่ได้น่ารักสักเท่าไหร่
“ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า งั้นเดี๋ยวหนูไปช่วยป้าสายทำกับข้าวนะคะ”
“ว้าย หยุดเลยค่ะ ๆ เด็กคนนี้นี่ จะทำให้ตัวเองเหนื่อยทำไม ไปนั่งเล่นกับป้าค่ะลูก ไม่ต้องเข้าไปทำกับข้าว มา ๆ” ผู้อาวุโสดุเสียงเข้ม แต่ฉันคิดว่าจะช่วยงานบ้านคนงาน เพราะไม่อยากทำตัวว่างและเหมือนเอาเปรียบป้ามาลากับคนในครอบครัว อย่างน้อยก็ช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้บ้าง
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่ค่ะ มาเลยเด็กซน” ท่านเอ่ยดุอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นเสียงดุที่เหมือนกำลังเอ็นดูกันแทน
ฉันนั่งคุยเล่นกับป้ามาลาจนถึงเวลามื้อค่ำ วันนี้ลูก ๆ ของท่านกลับบ้านหมด หลังจากกินข้าวเสร็จ ฉันก็ขอตัวกลับห้องพัก เพราะไม่อยากรบกวนเวลาครอบครัวคุณป้า รู้สึกเหงานิดหน่อยที่เห็นท่านอยู่กับครอบครัว แต่ฉันกลับไม่มีใครอยู่ข้าง ๆ ในวันที่เหนื่อยล้าแบบนี้
“พ่อกับแม่สบายดีไหมคะ?” ยืนมองดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน
“หวังว่าจะสบายดีนะคะ หนูเองก็จะพยายามมีความสุขให้มากกว่านี้ ไม่ต้องห่วงหนูนะ”
นานเท่าไหร่แล้วนะที่ฉันไม่ได้กอด ไม่ได้เล่าเรื่องราวที่เจอในแต่ละวันให้พ่อกับแม่ฟัง...
“คิดถึงนะคะ”
