บทที่ 1 Rose Forest ดอกไม้กลางป่า 1
Rose Forest ดอกไม้กลางป่า 1
“นี่พวกแกว่าวิชานี้คนเยอะแปลก ๆ ไหม?”
“ไม่เยอะน่ะสิแปลก ไม่รู้หรือไงว่าวิชานี้ อาจารย์เชิญใครมา”
“ใครอะ?”
“ศิษย์เก่าตัวท็อปที่หาตัวได้ยาก นาน ๆ จะยอมมาเป็นวิทยากรพิเศษให้ทางคณะเลยนะ”
“โห งั้นรีบไปเถอะ ฉันอยากเห็นว่าแล้วเป็นใคร จะหล่อไหมนะ”
“หล่อมาก! รุ่นพี่ฉันเล่าให้ฟัง ไป ๆ เราต้องไปจองที่นั่งด้านหน้ากัน”
เสียงของนักศึกษากลุ่มใหญ่ต่างพูดคุยและให้ความสนใจในเรื่องเดียวกัน นั่นคือ วิทยากรพิเศษ ที่ถูกเชิญมาบรรยายในหัวข้อที่ต้องเรียนในวันนี้ นั่นจึงทำให้นักศึกษาหลายคนรีบเร่งฝีเท้าเข้าไปจับจองที่นั่งในคลาสเรียน รวมถึงฉัน และเพื่อน ๆ อีกสี่คนที่ต้องรีบเข้าไปจับจองเก้าอี้ ไม่ใช่เพราะอยากเจอวิทยากรพิเศษท่านนี้ แต่ที่รีบไปเพราะกลัวจะไม่มีที่นั่งแล้วโดนอาจารย์ประจำวิชาเชิญออกจากห้องน่ะสิ
“โชคดีมาก ไกลจากจอหน่อยแต่ยังพอมองเห็น” ยี่โถ เพื่อนในกลุ่มเดียวกันพึมพำอย่างโล่งอกเมื่อเข้ามาในคลาสเรียนแล้วพบว่ายังมีที่ว่างให้พวกเราทุกคน ส่วนคนที่มาช้าตอนนี้ไม่มีที่นั่งและได้แต่ยืนอยู่รอบ ๆ ห้องกันหมด
“อ้าว มาทำอะไรกันเยอะแยะล่ะ?” เมื่ออาจารย์ประจำวิชาเดินเข้ามาในคลาสเรียนพร้อมกับเอ่ยแซวลูกศิษย์อย่างอารมณ์ดี ตามฉบับอาจารย์ ที่สอนดี สอนสนุก แค่ตัดเอฟที่เก้าสิบ
“โห อาจารย์ครับ พวกผมตั้งใจเรียนครับ” ชายคนหนึ่งในรุ่นหยอกล้อกับอาจารย์จนท่านหลุดเสียงหัวเราะชอบใจ
“ฮ่า ๆ ๆ ไม่ใช่ว่าอยากเจอรุ่นพี่พวกนายหรอกนะ”
“บ๊า ไม่ใช่ครับ พวกเราอยากเรียนกับอาจารย์ครับผม!” ชายคนนั้นยังตอบโต้ เรียกเสียงหัวเราะ รอยยิ้มจากอาจารย์และเพื่อนร่วมรุ่นได้อีกครั้ง
“อาจารย์จะเชื่อก็แล้วกันนะ แต่ตอนนี้ อาจารย์ต้องแสดงความเสียใจกับนักศึกษาที่ไม่มีเก้าอี้นั่งด้วย ถึงแม้จะเปิดให้นักศึกษาต่างคณะเข้าเรียนด้วยได้ แต่ตอนนี้ห้องเต็มแล้วครับ เชิญนักศึกษาที่ไม่มีที่นั่งกลับไปพักผ่อนก่อนนะ” อาจารย์ประจำรายวิชาเชิญด้วยท่าทีสุภาพ นั่นจึงทำให้นักศึกษาชายหญิงหลายคนทยอยเดินออกจากคลาสเรียนด้วยท่าทางเสียดาย
“เกือบไปแล้วไหมล่ะพวกเรา”
“เกือบแล้วจริง ๆ” เพื่อนสนิทในกลุ่มซุบซิบกันเสียงเบา ถึงแม้เราจะเป็นนักศึกษาของคลาสเรียนนี้ แต่หากไม่มีที่นั่งอาจารย์ก็คงจะเชิญออกไปเหมือนกัน
“เอาละ อย่างที่รู้กันว่าหัวข้อที่จะเรียนกันในวัน นี้อาจารย์ได้เชิญวิทยากรพิเศษมาบรรยาย แต่อาจารย์จะยังเป็นคนออกข้อสอบเหมือนเดิมนะ ไม่ต้องดีใจไป เชิญวิทยากรเลยครับ” อาจารย์ผายมือเชิญผู้ชายตัวสูงที่ยืนอยู่ใกล้ประตูคลาสเรียน อีกฝ่ายสวมเสื้อเชิ้ตสีดำเนื้อดี กางเกงสแล็กแบบสุภาพและรองเท้าหนังที่ไม่ได้ดูแก่
“สวัสดีครับ ผมชื่อ พนาวัน ชัยลพชนะ ได้รับเกียรติจากอาจารย์จักรพรรดิให้มาบรรยายหัวข้อ...”
ชายตัวสูงที่ยืนอยู่หน้าคลาสเรียน ยามพูดคุยดูมีเสน่ห์มากจนน่าตกใจ แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้ขาวมากแต่กลับดูสะอาดสะอ้าน ท่าทางดูดี ไม่แปลกใจแล้วล่ะว่าทำไมนักศึกษาสาว ๆ จึงอยากเข้าร่วมฟังการบรรยายในครั้งนี้
เวลาเกือบสองชั่วโมงที่นั่งฟังบรรยายก็ผ่านไปอย่างราบรื่น กระทั่งทุกคนทยอยออกจากคลาสเรียน ฉันกับเพื่อนก็เตรียมจะเดินออกไปเช่นเดียวกัน แต่เนื่องจากคนเยอะมากๆ ทำให้เราต้องทยอยเดินต่อแถวกันเหมือนมดแล้วยังพูดคุยหยอกล้อกับเพื่อนคนอื่น ๆ ด้วยความสนิทสนม
“ตอนบ่ายเรียนกับคุณแม่อีกแล้ว” เบสพึมพำขณะที่กอดแขนฉันไว้อย่างเหนื่อยหน่าย
“ภาวนาให้คุณแม่อารมณ์ดีนะ ไม่งั้นได้ยกคลาสตั้งแต่สิบนาทีแรกแน่” บอลที่เป็นฝาแฝดกับเบสเอ่ยเสริม ฉันยกยิ้มไม่ได้พูดอะไร แต่ดันเป็นเพื่อนในชั้นปีที่เดินอยู่ด้านหน้าหันกลับมามองแล้วแซวออกมาแทน
“แกอย่าพูดได้ไหมบอล พวกฉันเสียวสันหลังอยู่เนี่ย”
“มีสิทธิ์โดนยก” เอ่ยจบทุกคนก็ทำหน้ากลัว ๆ ฉันหลุดหัวเราะเบา ๆ กับท่าทางของเพื่อน ๆ ที่ต่างก็กังวลกับการยกคลาสแบบกะทันหันของคุณแม่ คุณแม่วัยหกสิบที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย บางวันดีท่านก็น่ารัก แต่บางวันแค่นักศึกษาทำปากกาหล่นก็ดุแล้วยกคลาส เรียนมาจะสี่ปีเจอมาทุกรูปแบบแล้วก็ว่าได้
“นั่นไงล่ะ!” จังหวะที่เรากำลังเดินไปที่ลานจอดรถเตรียมไปทานข้าวเที่ยง เสียงของยี่โถก็ร้องขึ้นเสียงดัง
“อะไรยี่โถ?” ซูซี่ถามอย่างไม่เข้าใจ แล้วเดินขยับเข้าไปใกล้ยี่โถ
“คุณแม่ยกคลาสจ้า แยกย้ายไปนอนเถอะงั้น ไม่มีเรียนตั้งสองวัน” ยี่โถบ่นไม่จริงจัง
“งั้นไปกินข้าวด้วยกันก่อน แล้วค่อยแยกย้าย ไปขึ้นรถจ้า” เบสชวนเพื่อนทุกคน นั่นจึงทำให้เราทยอยไปที่รถของตัวเอง ยกเว้นเพียงฉันที่เดินไปกับยี่โถเพื่ออาศัยรถไปทานข้าวและกลับหอพัก ฉันเป็นคนเดียวในกลุ่มที่ไม่มีรถและขับรถไม่เป็น หมายถึงรถยนต์นะคะ ส่วนรถมอเตอร์ไซค์ฉันขับได้เฉพาะที่ไม่มีเกียร์ส่วนคนสอนก็เพื่อน ๆ ฉันนี่แหละ แปลงเกษตรหลังมหาลัยคือสถานที่หัดขับรถของฉันเมื่อปีก่อนนี่เอง เรียกได้ว่าพุ่มไม้พงหญ้านั้นราบเป็นหน้ากลองเลยก็ว่าได้
“เรียนอีกแค่หนึ่งเทอมก็ต้องออกฝึกงานแล้วอะเร็วมาก” ซูซี่เปรยขึ้นมาเสียงแผ่ว เมื่อเราทุกคนมาถึงร้านอาหารตามสั่งหลังมหาลัยแล้วเรียบร้อย ร้านนี้อร่อยทุกเมนูแต่ไม่ค่อยมีนักศึกษามาทานเท่าไหร่ ทั้งที่ร้านข้าง ๆ มีนักศึกษานั่งกันจนโต๊ะเก้าอี้ไม่พอบริการ ไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนไม่มาที่ร้านนี้
“เร็วจริง แต่ก่อนอื่นนะ สอบไฟนอลก่อนเนอะ ตายอย่างเขียดแน่” เบสแซวพร้อมกับทำหน้าจะร้องไห้ แต่พอได้ยินคำว่าสอบไฟนอลฉันก็ท้อรอแล้ว เหนื่อยทุกเทศกาลสอบเลยก็ว่าได้
