บทที่ 10 Rose Forest ดอกไม้กลางป่า 10

Rose Forest ดอกไม้กลางป่า 10

ช่วงเช้าของวันที่ต้องเดินทางไปบ้านคุณพนาวันฉันแอบไปวัดแถวชานเมืองตั้งแต่เช้ามืดพอกลับมาถึงห้องก็สายมากแล้ว คนที่ค้างด้วยกันตั้งแต่เมื่อวานเปลือยท่อนบน อวดหุ่นหนากำยำด้วยกล้ามเนื้ออยู่กลางห้องนอนอย่างไม่คิดอาย

“เอากระเป๋ากับของอย่างอื่นไปเก็บที่ท้ายรถแล้ว เดี๋ยวจะมีเพื่อนไปด้วยคนหนึ่งนะ”

“ที่นั่งพอไหมคะ? คือให้ฉันกับเพื่อนไปนั่งที่รถของ...”

“พอ ไปด้วยกันนี่แหละ” คุณพนาวันบอกมาแบบนั้นฉันเองก็ไม่กล้าเถียง อีกฝ่ายชี้นิ้วให้เข้าไปอาบน้ำ ถึงได้เดินเข้าไปอาบน้ำตามที่อีกฝ่ายสั่ง

ฉันสวมเสื้อยืดตัวใหญ่กับกางเกงขายาว ที่จริงอยากใส่ขาสั้นด้วยซ้ำเพราะกลัวร้อน แต่ก็เกรงใจเจ้าของรถและเพื่อนเจ้าของรถที่ฉันเองยังไม่รู้จัก จึงต้องสวมชุดเสื้อผ้าที่สุภาพ

ความลับอีกอย่างของฉันคือ ฉันเมารถเก่งมากค่ะ นั่งแป๊บก็สามารถเวียนหัวจะอาเจียนได้แล้ว และวันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะรอดไหมเพราะรู้ตัวดีว่าเมารถ

“นั่งรถนานนะ ไหวเหรอ? กางเกงขายาวน่ะ” คุณพนาวันถามดักทาง คล้ายกับรู้ว่าฉันขี้ร้อน

“แอร์รถคุณเย็นค่ะ” เอ่ยจบก็เดินไปตากผ้าเช็ดตัวหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับคนตัวสูง ตอนนี้รอผมแห้งก็พร้อมเดินทางแล้วเพราะคุณพนาวันเลื่อนเวลาเป็นบ่ายโมงตรง เขาบอกว่าถึงบ้านจะได้ไม่มืดค่ำเท่าไหร่นัก

“หึ จะรอดูเด็กปากเก่ง” คนตัวสูงสวมเสื้อยืดสีเทาก่อนจะหยิบจับของใส่กระเป๋ากางเกง ดูแคลนกันอย่างชัดเจน

“ฮื่อ อย่าเพิ่ง ผมยังไม่แห้งค่ะ” รีบร้องบอกคนที่แต่งตัวเสร็จก่อน อีกฝ่ายเมื่อได้ยินแบบนั้นก็เดินย้อนกลับมายืนซ้อนหลัง จับไดร์เป่าผมจากมือฉันไปเร่งสปีดแล้วเป่าผมจนเส้นผมกระจาย

เหมือนจะแกล้งแต่มืออีกข้างที่ช่วยสางผมกลับแผ่วเบาและอ่อนโยนอย่างน่าตกใจ ไม่นานผมก็เหมือนจะแห้งหมาดแล้ว อีกฝ่ายรีบปิดไดร์เป่าผม ถอดปลั๊ก เสร็จแล้วก็ไปยืนพิงโต๊ะกอดอกจ้องกันอย่างกดดัน

ไม่มีประโยคที่เร่งรัดให้รีบทำ แต่สายตาที่เขาจ้องมองกันนั้นชัดเจนเหลือเกินว่าฉันต้องรีบทำทุกอย่างให้เรียบร้อย

“พร้อมแล้วค่ะ” กระเป๋าสะพายข้างใบเล็กถูกหยิบขึ้นมาคล้องคอกันลืม เช็กทุกอย่างเสร็จถึงได้เดินออกจากห้องและล็อกประตูไว้ คุณพนาวันหยิบแม่กุญแจอีกชุดมาล็อกกลอนประตูด้านนอกจากนั้นก็ส่งกุญแจให้ฉันเก็บไว้

เมื่อเริ่มออกเดินทาง ก็แวะรับซูซี่กับยี่โถที่คอนโดของเพื่อน จากนั้นก็แวะไปรับเพื่อนของเจ้าของรถ

จากที่แนะนำตัวกันเสร็จ เพื่อนคุณพนาวันขึ้นรถมาเพื่อน ๆ และฉันก็เกร็งเข้าไปใหญ่เพราะคนที่อีกฝ่ายมารับนั้นเป็นอาจารย์ที่เคยเจอกันตอนอยู่โรงอาหารคณะเกษตร

“อ้าว บังเอิญจัง ขอไปด้วยนะขี้เกียจขับรถน่ะ”

“ได้ค่ะอาจารย์” ซูซี่ตอบรับเสียงสั่น ส่วนยี่โถที่นั่งอยู่ระหว่างกลางของอาจารย์กับซูซี่ก็นั่งตัวลีบเล็กเกร็งไปหมด

“คือ ถ้าแวะปั๊มน้ำมัน ขอเปลี่ยนไปนั่งข้างหลังกับเพื่อนได้ไหมคะ?” กระซิบถามเจ้าของรถ เนื่องจากกลัวเขาจะมองว่าตัวเองเรื่องมาก แต่ก็ไม่อยากให้เพื่อนนั่งเกร็งขนาดนั้น

“หือ? ทำไมล่ะ?” คนที่ขับรถอยู่ทวนถามกลับมาเสียงเบา

“เพื่อนเกร็งค่ะ”

“อ๋อ งั้นค่อยย้ายแล้วกัน”

“ขอบคุณค่ะ” โชคดีจริง ๆ ที่เขาเข้าใจและไม่บังคับกัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป