บทที่ 12 Rose Forest ดอกไม้กลางป่า 12
Rose Forest ดอกไม้กลางป่า 12
ร้านอาหารที่มีทั้งโซนร้านอาหารคาวและโซนเครื่องดื่มกาแฟ เราตกลงกันว่าจะไปทานข้าวก่อน เสร็จแล้วก่อนเดินทางค่อยไปซื้อเครื่องดื่ม
เมื่อทุกคนทยอยลงจากรถ ฉันจึงพับผ้าห่มผืนเล็กที่เจ้าของรถหยิบติดมือมาให้อย่างใจดี รวมถึงหมอนรองคอนุ่มนิ่มที่พอได้หนุนก็อยากจะนอนหลับ
“เปลี่ยนกางเกงก่อนไหม?” นั่นคือสิ่งที่คุณพนาวันเอ่ยถามเมื่อได้อยู่กันตามลำพัง
“คือ...”
“ไปเปลี่ยนเถอะ สองชั่วโมงเลยกว่าจะถึงบ้าน ได้นอนสบายๆ เบาะก็ปรับกระแทกหน้าไอ้ปวินไปเลยไม่ต้องเกรงใจมัน” คุณพนาวันบอกติดตลก อีกฝ่ายก้าวลงจากรถเพื่อเปิดประตูท้ายหยิบกางเกงขาสั้นออกมาส่งให้ฉันอย่างไม่นึกรังเกียจ
“เปลี่ยนในรถก็ได้ฟิล์มมืดอยู่...ไม่ ๆ ไปห้องน้ำ ไปห้องน้ำ เดี๋ยวพาไป”
ทำไมเขาดูสับสนกับความคิดตัวเองจัง แต่สุดท้ายก็ได้เปลี่ยนเป็นกางเกงขาสั้น เสื้อยืดตัวใหญ่นั้นยาวจนถึงเข่าฉันเลยล่ะ เหมือนสวมเดรสเนื้อนุ่มและมีกางเกงขาสั้นด้านในด้วยสบายตัวที่สุดเลย เปลี่ยนกางเกงเสร็จบอลกับเบสก็มาถึงร้านอาหารพอดี นั่นจึงทำให้เราเดินเข้าร้านพร้อมกัน
“เอ่อคุณพนาวันคะ...”
“เรียกป่าก็ได้ อันนั้นทางการเกินไป” คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เตือนเพื่อนของฉัน เมื่อสรรพนามที่เพื่อนใช้ดูทางการจนเกินไป
“ค่ะคุณป่า คือธีมงานแต่งเป็นแบบไหนเหรอคะ? พวกเราตื่นเต้นมากเลยค่ะ” เบสถามขณะเดียวกันก็มองด้วยความรู้สึกตื่นเต้น ส่วนฉันกำลังก้มหน้าทานอาหารด้วยความหิวโหย
ทีแรกก็ไม่คิดว่าตัวเองจะหิวข้าว กระทั่งอาหารมาเสิร์ฟบนโต๊ะ อีกอย่างบนรถของคุณพนาวันไม่มีขนมหรือของว่างสักอย่าง มีแค่น้ำเปล่าที่เพื่อนเอาติดกระเป๋ามา ฉันเองก็เกรงใจไม่กล้าบอกให้เขาแวะหรือจอดที่ไหน
“ยังไม่ได้ส่งให้เพื่อนเหรอ?”
“อ่า ไม่รู้ธีมค่ะ” ตอบกลับคนตัวโตเสียงอ้อมแอ้ม
“เอาโทรศัพท์มา” คุณพนาวันแบมือมาตรงหน้า ฉันจึงวางโทรศัพท์มือถือของตัวเองลงไปไม่นานก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์เพื่อน ๆ แอบเหลือบสายตาไปมองก็เห็นว่าเขากำลังเพิ่มเพื่อนใครสักคนให้ฉันทั้งในแชตไลน์และเฟซบุ๊ก จากนั้นก็ส่งกลับคืนมาให้ฉัน
“รีบกินข้าวเถอะ”
“...” อื้อ รีบกินก็ได้ ทำไมต้องทำเสียงดุแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้
ออกจากร้านอาหารอาจารย์ปวินไม่ยอมย้ายมานั่งข้างหน้า เพื่อนฉันเลยต้องทนนั่งเกร็งต่อไป โชคดีที่รถคันใหญ่เบาะกว้างขวาง และเพื่อนฉันตัวเล็กเลยนั่งกันได้สบาย ๆ พอเริ่มเดินทางอีกครั้งฉันที่ตื่นตั้งแต่เช้ามืดก็เริ่มง่วง บวกกับยาแก้เมารถที่กินหลังจากทานข้าวเสร็จเริ่มออกฤทธิ์
“ขอนอนได้ไหมคะ?” แต่เพราะเกรงใจเจ้าของรถจึงตัดสินใจเอ่ยถามออกไป
“ได้สิ นอนเถอะ อีกนานกว่าจะถึง” คุณพนาวันตอบกลับเสียงเบา ได้ยินแบบนั้นก็สบายใจกล้าเอียงคอซบหมอนรองคอแล้วหลับไป อากาศเย็น ๆ ภายในรถทำให้หลับไปจนไม่มั่นใจว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่ฉันกลับรู้สึกตัวตื่นตอนที่มีเสียงของเจ้าของรถกำลังคุยกับเพื่อนของเขา
“มึงบอกดาด้าหรือยัง ที่มึงจะแต่งงาน
“...”
“มึงยังไม่ลืมดาเหรอวะ มันหลายปีแล้วนะ หรือที่มึงยอมแต่งงานใช้เขาเป็นไม้กันหมา เพราะจะรอดากลับมา” ประโยคทิ่มแทงใจนั่นช่างรุนแรงเสียจริง ไม้กันหมาอย่างนั้นเหรอ? จากสิ่งที่คุณพนาวันเคยบอกกับฉันถึงเงื่อนไขการแต่งงานของเรา สรุปแล้วฉันก็เป็นไม้กันหมาของเขาดี ๆ นี่เอง
“พูดเยอะจังวะ กินอิ่มแล้วก็นอนเถอะ รำคาญเสียง ถ้าไม่รู้อะไรอย่าพูดคนอื่นจะเข้าใจผิด”
“ไอ้ห่านี่ ด่ากูทุกประโยค อย่าเป็นหมากลับมาให้กูช่วยแล้วกัน”
“ไม่มีทาง”
จากที่บอกตัวเองให้หลับต่อ แต่สมองกลับไม่ยอมหลับ ได้แต่รอให้เวลาผ่านไปสักพักถึงได้ลืมตาขึ้นมองรอบข้าง
