บทที่ 15 Rose Forest ดอกไม้กลางป่า 15

Rose Forest ดอกไม้กลางป่า 15

เวลาที่อยู่กรุงเทพฯ กลับรู้สึกว่าวันเวลาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อตอนนี้ได้ออกมาพักที่ต่างจังหวัดกลับรู้สึกว่าเวลานั้นช่างเดินผ่านไปอย่างเชื่องช้า อย่างตอนนี้ยังไม่พ้นวันแรกที่มาถึงบ้านคุณพนาวันเลย

เจ้าของบ้านหลังจากกินข้าวเสร็จก็รับสายใครสักคนก่อนจะออกไปยังไม่กลับเข้ามา ฉันที่รู้สึกกลัวเพราะแปลกที่จึงมาเล่นที่ห้องพักของยี่โถ ซึ่งตอนนี้เบสกับบอลก็ย้ายมาอยู่ที่นี่ มาพักห้องเดียวกัน ซึ่งฉันตั้งใจว่าจะนอนกับเพื่อนที่นี่เหมือนกัน

“ฉันไปขอฟูกป้าถินมาแหละ นอนพื้นกับบอลได้ เผื่อแขกหรือเพื่อนคุณป่าเยอะ” เบสบอกมาแบบนั้น ฉันจึงไม่ได้เซ้าซี้ รวมถึงอยากจะมานอนกับเพื่อน แต่ดูท่าแล้วคงจะยาก

“แต่พิงค์ แกกับคุณป่า มันจะดีใช่ไหม?” ซูซี่ถามอย่างกังวลใจ ซึ่งฉันได้แต่ฝืนยิ้มส่งให้เพื่อน

“ฉันคิดว่าน่าจะดี บางอย่างฉันบอกไม่ได้ ขอโทษด้วยนะ” สุดท้ายก็เกริ่นให้เพื่อนทุกคนได้รู้ แม้จะไม่ได้เล่าแบบลงรายละเอียดก็ตาม

“อื้อ ไม่เป็นไร แต่ก็อยากให้แกรู้นะพิงค์ว่ายังไงแกก็ยังมีพวกฉัน พ่อแม่ฉันรักแกมากเลยนะ” ซูซี่ย้ำความจริงใจที่มีต่อกัน ฉันโชคดีมากจริง ๆ ที่เจอเพื่อนกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะทำอะไรทุกคนจะคอยเชียร์ฉันอยู่ตลอด

“เข้าใจแล้ว แต่มะขามอันนี้อร่อยอะ” เมื่อได้ลองชิมมะขามแช่อิ่มก็เหมือนจะถูกใจ จิ้มกินอีกชิ้น

“ปวดท้องเด้อ อย่าหาว่าไม่เตือน” บอลที่นอนเล่นเกมเอ่ยเตือนขึ้นมา

“แต่ข้าวเย็นอร่อยมากอะ ฉันกินข้าวไปตั้งสองจาน” ยี่โถแซวตัวเองพลางหัวเราะขบขัน ไม่ต่างจากพวกฉันที่ได้ยินก็ดันหลุดหัวเราะตาม

“ฉันก็กินเยอะ กุ้งทอดซอสมะขามอร่อยมาก” ซูซี่เอ่ยเสริมมือก็หยิบขนมขึ้นมากินเล่น โดยที่มืออีกข้างยังเล่นโซเชียลบนโทรศัพท์มือถือได้อย่างชำนาญ

“แล้วชุดกับช่างแต่งหน้าทำผมแกมีไหม? ถ้าไม่มีพวกฉันแต่งให้ได้นะ” ซูซี่ถามอย่างเป็นห่วง

“คุณป้าบอกว่าพรุ่งนี้ที่ร้านจะเอาชุดเข้ามาให้ลอง แต่อย่างอื่นฉันลืมถาม”

“จะบ้าตาย งานแต่งที่เจ้าสาวไม่รู้อะไรเลย” เบสส่ายหน้าแซว แต่ก่อนที่เราจะคุยกันไปมากกว่านี้ ประตูห้องพักก็ถูกเคาะสามครั้งติดกัน เราทั้งสี่คนที่นั่งอยู่บนฟูกข้างเตียงนอนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

“บอลไปดูหน่อย” และคนที่ถูกใช้ดันเป็นชายหนุ่มคนเดียวที่กำลังนั่งเกมด้วยท่าทีเคร่งเครียด อ้อ ที่ให้บอลเป็นชายหนุ่มคนเดียวเพราะยัยซูซี่เป็นเพื่อนสาวน่ะ ไม่ยอมเป็นเพื่อนหนุ่มให้พวกเรา

“พิงค์อยู่นี่หรือเปล่า?”

“อ้อ อยู่ครับพี่ อยู่นั่นครับ” บอลตอบคนที่มาเคาะห้องพร้อมกับเปิดประตูให้กว้างขึ้น ก่อนจะรีบเดินกลับมาทิ้งตัวนอนเล่นเกมต่อ ส่วนเจ้าของบ้านที่มาเคาะห้องในตอนนี้เขายังยืนอยู่ที่หน้าประตูไม่ได้ก้าวเข้ามา

“ดึกแล้ว” คนตัวสูงบอกแค่นั้น เพื่อน ๆ ได้ยินก็รีบยึดถุงมะขามในมือไปเก็บและดันไหล่ให้ไปพักทันที

“เออใช่ ดึกแล้ว พรุ่งนี้อาจจะต้องจัดสถานที่ช่วยพี่ ๆ เขา ไปนอน ๆ” ซูซี่คือคนแรกที่ไล่กัน

“ไปนอน ๆ” ตามด้วยเบสที่เหมือนจะนั่งตัวเกร็งหลังตรง ตั้งแต่ที่พบว่าเจ้าของบ้านตัวสูงยืนอยู่หน้าประตู

“ฝันดีน้า” ยี่โถส่งยิ้มแหย ๆ มาให้กัน ก่อนจะยกมือไหว้อย่างขอไปที ด้วยท่าทางรู้สึกผิด และที่ทำแบบนั้นคิดว่าพวกเธอคงจะกลัวคุณพนาวันอย่างแน่นอน ซึ่งฉันเองก็กลัวค่ะ คิดได้แบบนั้นก็ลุกขึ้นยืนโบกมือลาเพื่อน ๆ แล้วเดินออกมายังหน้าประตูห้องรับรองแขกของบ้านหลังใหญ่ทันที

ฉันเดินตามคุณพนาวันกลับไปที่ฝั่งตรงข้ามของบ้าน กระทั่งเข้าไปภายในห้องนอน ระหว่างเราก็ยังไม่มีเสียงพูดคุย อีกฝ่ายเดินเข้าไปในโซนห้องเสื้อที่ถูกเชื่อมต่อกับห้องน้ำขนาดใหญ่ ฉันจึงเดินไปนั่งบนเก้าอี้ก่อนจะฟุบหน้าทับท่อนแขนรอคิวเข้าไปอาบน้ำ

“อาบน้ำหรือยัง?” เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ คนที่อาบน้ำเพิ่งเสร็จก็เดินออกมาและส่งเสียงถามกันด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ยังค่ะ เดี๋ยวอาบเลย” เอ่ยจบก็เดินผ่านคนตัวสูงเข้าไปยังโซนของห้องน้ำ กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็สักพักใหญ่ เมื่อเดินออกจากห้องน้ำกลับไม่เจอคนตัวสูง และไม่คิดจะตามหาอีกฝ่ายจึงตัดสินใจเดินไปเปิดโคมไฟข้างเตียงนอนไว้แล้วปิดไฟกลางห้อง เสร็จแล้วจึงเดินไปสอดตัวใต้ผ้าห่มนุ่ม ๆ หลับตาลงเพื่อพักผ่อน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป