บทที่ 17 Rose Forest ดอกไม้กลางป่า 17
Rose Forest ดอกไม้กลางป่า 17
อาหารเช้าที่ซื้อมาถูกรวบมาถือไว้ในมือจนครบ โดยที่มีพี่ ๆ หลายคนกรูเข้ามาช่วยกันยกผักผลไม้ลงจากท้ายกระบะ คุณพนาวันยื่นมือมาช่วยฉันหิ้วถุงของกินก่อนจะส่งสายตาเตือนให้เดินเข้าบ้าน ระหว่างนี้ฉันก็ไม่ได้มองใครเลยแต่พอจะรู้ว่ามีคนมองมายังเราสองไม่วางตา
“ทำไมถึงออกไปตลาดกับคนงาน” เจ้าของบ้านวางของในมือลงบนโต๊ะพร้อมกับเอ่ยถามฉันเสียงราบเรียบ แต่สิ่งที่อีกฝ่ายไม่ได้วางลงบนโต๊ะคือแก้วกาแฟที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง
“ลงมาดื่มน้ำค่ะ พี่ ๆ ชวนเลยไปด้วย สนุกมากค่ะ”
“โทรศัพท์ก็ไม่เอาไป มันน่านักนะ” คนตัวสูงหน้าบึ้งดุเสียงคาดโทษ
“ลืมค่ะ คุณจะทานข้าวเลยไหม?” และฉันยังคงใจดีสู้เสือ ถามอีกฝ่ายอย่างใส่ใจ
“ยังก่อน ยังไม่ค่อยหิว ขึ้นไปนอนพักต่อเถอะ สาย ๆ ค่อยลงมา”
“งั้น เดี๋ยวลงมานะคะ”
“ได้” เจ้าของบ้านเดินมาส่งที่หน้าบันได จังหวะที่กำลังเดินกลับขึ้นไปบนชั้นสองก็เห็นว่าคนตัวสูงยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มขณะที่ก้าวออกไปยังส่วนของหน้าบ้าน
และนั่นจึงทำให้นึกขึ้นได้ว่าแก้วกาแฟนั้นฉันดื่มมันมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ยังกล้ายกให้อีกฝ่ายไป ฮื่อ!! ทำไมฉันถึงทำตัวน่าเกลียดขนาดนี้!
งานแต่งเล็ก ๆ ที่คุณป้ามานีบอกนั้น ฉันรู้สึกว่ามันไม่ได้เล็กเลยสักนิด ห้องนั่งเล่นถูกจัดเป็นห้องที่จะใช้ทำพิธีการและรดน้ำสังข์ ธีมงานคือฟ้าขาวเทา
ภายในงานสวยมากจนฉันแอบกระซิบเพื่อนให้ถ่ายรูปธีมงานให้หน่อยเพราะตัวเองไม่มีโอกาสจับโทรศัพท์เลย คนที่ปกติเห็นสวมเสื้อยืดบ้าง เสื้อเชิ้ตบ้าง
ตอนนี้เมื่อสวมชุดสูตสีเทาอ่อนเข้ากับชุดไทยประยุกต์สีฟ้าเทาตัวที่ฉันสวมอยู่ กลับทำให้รู้สึกว่าชุดเรานั้นลงตัวเป็นอย่างมาก
ชุดหมั้นช่วงเช้าคือชุดแต่งงานสมัยใหม่ที่เรียบหรูและสวยงาม พอสิ้นพิธีหมั้นก็เป็นพิธีแต่งงานและรดน้ำสังข์ ฉันเพิ่งรู้เมื่อวานว่าทุกชุดที่เราสวมใส่ในงาน เป็นชุดสั่งตัด แต่ไม่มีใครบอกว่าใครที่ติดต่อร้านชุด และสั่งให้ตัดแทนการเช่าชุดอย่างที่ฉันคิด
เพื่อนของคุณพนาวันเดินทางมาร่วมงานกันหลายคนเลย และฉันคงจะไม่มีอะไรให้รู้สึกงุ่นง่านนักหากไม่มีหญิงสาวคนหนึ่งก้าวเข้ามารดน้ำสังข์พร้อมกับแววตาอาลัยอาวรณ์ ขณะที่เธอรดน้ำสังข์สายตาก็จ้องคนข้าง ๆ ฉัน ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาสองคนสบตากันอย่างยาวนาน คล้ายกับมีเรื่องมากมายอยากจะพูดคุยกัน
“ดาด้าเสร็จหรือยัง? เราตื่นเต้นอยากรถน้ำสังข์ไอ้ป่าแล้ว” เป็นคุณปวินที่ส่งเสียงเตือนพวกเขาทั้งสองคนที่สบตากันอย่างเนิ่นนาน และนั่นจึงทำให้ฉันได้มีโอกาสพบเจอกับคนที่ชื่อดาด้าเป็นครั้งแรก ส่วนครั้งที่สองที่เจอคือ...
“ขอโทษที่กลับมาช้า ดาขอโทษนะป่า”
“...”
“ดารู้ว่าป่ายังรอดา คุณเคยบอกว่าจะรอดานี่”
“ใช่ ผมเคยบอกว่าจะรอดา”
“งั้น ดากลับมาแล้ว เรื่องของเราให้มันได้ต่อได้แล้วนะคะ”
“...”
“ป่าเคยบอกเองนี่ว่าจะไม่ยอมแต่งงานกับใครถ้าไม่ใช่ดา ถ้าแต่ง คุณบอกว่าจะใช้เธอเป็นไม้กันหมา ดาเข้าใจถูกไหมคะ? แต่น่าสงสารเธอนะคะ แต่งงานได้วันเดียวก็ต้องหย่าซะแล้ว”
ไม่อาจทนฟังสิ่งที่พวกเขาคุยกันต่อได้ จึงตัดสินใจหมุนตัวเดินออกจากบริเวณนั้น และภาพที่พวกเขากอดกัน มันก็เป็นสิ่งยืนยันที่ชัดเจนแล้วว่าผู้หญิงที่ชื่อดาด้าคือคนที่คุณพนาวันเฝ้ารอ และใช้ฉันเป็นไม้กันหมา เพื่อรอเธอกลับมา
