บทที่ 21 Rose Forest ดอกไม้กลางป่า 21

Rose Forest ดอกไม้กลางป่า 21

ฉันเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ดูอะไรไปเรื่อยเปื่อยสลับกับตอบแชตเพื่อน ๆ ที่เริ่มตื่นกันแล้วแม้เพื่อนจะชวนกันไปกินชาบูแต่ฉันกลับไปไม่ได้เนื่องจากมีนัดกับแม่

“ออกไปเลยไหม?”

“ได้ค่ะ”

เมื่อตกลงกันได้ เราก็เปลี่ยนชุดออกจากห้องไปยังร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกลจากมหาลัย เมื่อไปถึงก็พบว่าแม่นั่งรออยู่ก่อนหน้าแล้ว ตั้งแต่วันแต่งงานฉันก็ไม่ได้เจอแม่อีกเลย แปลกเหมือนกัน

“สวัสดีค่ะแม่”

“เวียงพิงค์ มาแล้วเหรอ สวัสดี นั่งก่อนเร็วแม่มีเรื่องจะคุยกับหนูเยอะเลย แต่สั่งอาหารก่อนนะ ระหว่างรอค่อยคุยกัน” แม่รีบบอกด้วยประโยคยาว ๆ ก่อนจะยกมือส่งสัญญาณให้พนักงานนำเมนูอาหารให้สั่ง

“หนูสอบเสร็จหรือยังลูก?” แม่เริ่มถามด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่แฝงไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้น

“ค่ะแม่ สอบมิดเทอมเสร็จวันนี้ค่ะ แล้วก็ยังเรียนต่ออีกเทอมก่อนจะไปฝึกงานเทอมหน้า” ฉันเองก็เต็มใจที่จะตอบและเล่าให้ท่านได้ฟัง นานแล้วที่เราไม่เคยพูดคุยกันด้วยเรื่องแบบนี้

“เก่งมากเลยลูก แล้วก็วันนั้นแม่ได้ไม่เอาให้หนู แต่นี่คือแหวนแต่งงานของแม่กับพ่อนะลูก แม่กับพ่อเราสัญญากันไว้ ว่าถ้าหนูแต่งงานเราจะมอบสิ่งนี้ให้หนู” ท่านยื่นกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินมาตรงหน้าฉัน เห็นแบบนั้นจึงตัดสินใจยกมือไหว้ขอบคุณก่อนจะรับมาเปิดดู

“ขอโทษนะที่แม่ ปกป้องหนูไม่ได้เลย”

“ไม่เลย หนูรู้ว่าแม่ก็ทำเต็มที่แล้วค่ะ” ท่านเลือกปกป้องฉันในแบบของท่าน ฉันรู้ว่านอกจากจะสู้กับสามีใหม่ที่คุณยายอยากให้แต่งงานด้วยแล้ว แม่ยังต้องสู้กับคุณยายอีกด้วย เพราะคุณยายไม่ชอบพ่อฉัน พอมีฉันออกมาท่านเลยพาลเกลียดไปด้วย

“เด็กดี มรดกที่เป็นชื่อของพ่อ ตอนนี้แม่ให้ทนายโอนเป็นชื่อของหนูหมดทุกอย่างแล้วนะ ทรัพย์สินของแม่ครึ่งหนึ่งแบ่งให้หนู ส่วนอีกครึ่งแบ่งให้น้องนะลูก แต่ของพ่อเป็นของหนูคนเดียว” แม่ส่งยิ้มให้กันอย่างโลกใจ ราวกับว่านี่คือสิ่งที่ท่านปกปิดมานานและรอมอบให้ฉันเมื่อถึงเวลา

“แม่คะ อย่าเพิ่งพูดแบบนั้นสิคะ”

“แม่แค่บอกไว้เองลูก ไม่มีอะไรหรอกน่า ป่าน้าฝากน้องด้วยนะลูก”

“ครับคุณน้า ไม่ต้องเป็นห่วงครับ แล้วก็สินสอดน้องที่เป็นเงินสดผมฝากเข้าบัญชีให้น้องแล้วครับ เครื่องประดับ ทองแล้วก็โฉนดที่ดินยังอยู่ที่บ้านครับ รอน้องไปจัดการเอง”

“ดี ดีมาก ได้เห็นแบบนี้น้าก็เบาใจ ต่อไปใช้ชีวิตในแบบที่หนูอยากใช้นะลูก” แม่ยังเน้นยำย้ำประโยคเดิม วันนี้ท่านดูมีความสุขมากจริง ๆ จนฉันเองก็ยังหวั่นใจ

“อาหารมาพอดีเลย กินเยอะ ๆ เลยนะลูก สอบมาเหนื่อย ๆ ...”

“แหม มาทานข้าวกับลูกสาวไม่ชวนผมเลยนะ” แต่แล้วความสบายใจของเขาก็หายไปเมื่อมีเสียงหนึ่งดังขึ้นใกล้ ๆ โต๊ะ ยังไม่ทันได้เชิญเจ้าของเสียงนั้นก็ถือวิสาสะนั่งลงบนเก้าอี้ข้างแม่แล้วยังใช้สายตายั่วโมโหจ้องมองคุณพนาวัน

“แหม แต่งงานได้ไม่กี่วันถึงกับวิ่งตามเฝ้าลูกเลี้ยงผมเลยนะครับคุณพนาวัน” อีกฝ่ายจงใจยั่วโมโห แต่เหมือนจะไม่ค่อยได้ผลเพราะคนที่โมโหกลับเป็นเขาเสียเอง

“ก็แน่สิครับ นี่ภรรยาของผมนะครับ ไม่ให้เฝ้าเมียแล้วจะให้เฝ้าใครล่ะ? จริงไหมครับ?”

“นี่แก”

“เอาละคะค่ะ ฉันมาทานข้าวกับลูกสาวฉันนะคะ คุณอย่าทำให้เสียบรรยากาศได้ไหม ทานข้าวเถอะลูก” แม่รีบห้ามสามีตัวเอง ส่วนฉันก็ทานอาหารไปเรื่อย ๆ ไม่ได้รู้สึกกลัวสามีของแม่เหมือนกับก่อนหน้านี้ อาจเป็นเพราะมีคนตัวโตที่นั่งอยู่เคียงข้างกันก็เป็นได้ คิดแบบนั้นก็แอบมองอีกฝ่ายที่ทานข้าวสลับกับยื่นมือไปตักอาหารมาใส่จานให้กัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป