บทที่ 22 Rose Forest ดอกไม้กลางป่า 22
Rose Forest ดอกไม้กลางป่า 22
บรรยากาศน่าอึดอัดนั่นผ่านไปหลังจากที่เราทานข้าวเสร็จและแยกย้ายกันกลับ ระหว่างที่กลับขึ้นมานั่งบนรถฉันได้ไอศกรีมมาหนึ่งถ้วยจึงนั่งตักไอศกรีมทานอย่างสบายอารมณ์
“แล้วที่คุณ...ที่พี่บอกว่าวัวไม่สบายตอนนี้หายหมดแล้วใช่ไหมคะ?” ยามเผลอเรียกว่าคุณ เจ้าของชื่อก็เหลือบสายตามองดุ ๆ ทำให้ต้องรีบเปลี่ยนสรรพนามของเขาทันควัน
“อื้อ โดนวางยาน่ะ โชคดีที่โดนไม่กี่ตัว”
“ที่ฟาร์มเลี้ยงอะไรบ้างเหรอคะ?” เมื่อได้ฟังก็เกิดความสงสัยอยากรู้เพิ่มเติม ที่บ้านเขาดูมีอะไรมากมายเลยล่ะ แล้วอากาศก็ดี มาก ๆ ด้วย ที่ไปครั้งนั้นแทบจะไม่ได้ออกจากบ้านหลังใหญ่นั่นเลย ทำให้เห็นแค่วิวรอบ ๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็สวยมากแล้ว
“มีวัวน่ะ มีทั้งวัวนมและวัวเนื้อ วัวนมที่ฟาร์มเราจะเป็นพันธุ์โฮสไตน์ฟรีเชียน ส่วนวัวเนื้อเราเลี้ยงพันธุ์ชาร์โรเลส์” อ่า คำศัพท์ของเขาฉันไม่ค่อยเข้าใจเลย และคุณเขาคงจะรู้ว่าตอนนี้สมองฉันเบลออีกฝ่ายถึงได้หัวเราะออกมาแล้วอธิบายให้ฟังเพิ่มเติม
“วัวนมก็ตัวขาวดำนั่นแหละ
“อ๋อ นึกออกแล้วค่ะ แต่ชื่อยากจัง”
“ชื่อสายพันธุ์ก็แบบนี้แหละ มีเอกลักษณ์ทั้งหมด นอกจากนี้ที่ไร่ก็ปลูกข้าว อ้อย ข้าวโพด ทำเกษตรทั่วไปนั่นแหละ”
“เข้าใจแล้วค่า ทำเยอะเลยอะ”
“มีที่ดินของพ่อกับแม่ก็ไม่อยากให้ปล่อยร้างเลยทำ ๆ ไป เอาไว้กลับบ้านแล้วจะพาไปดู ส่วนตอนนี้ถึงห้องแล้วเก็บของกันก่อนนะ พรุ่งนี้จะไปทยอยย้ายไปที่คอนโดฯ”
“ได้ค่ะ”
เมื่อกลับถึงห้องก็ทยอยเก็บของใส่กล่อง แต่ก็ทำได้ไม่เยอะเพราะกลัวจะรบกวนห้องข้าง ๆ จนเกิดไป เลยเก็บพวกหนังสือและอุปกรณ์การเรียนลงกล่องแทน
หลังจากนั้นเพียงแค่สองวันฉันก็ย้ายมาอยู่ที่คอนโดฯ สุดหรูใกล้มหาลัย เจ้าของห้องยกคีย์การ์ดให้ฉันเก็บไว้กับตัวเอง ส่วนอีกใบอยู่กับเขา และกุญแจห้องเขาแบ่งเก็บกับฉันคนละหนึ่งดอกเช่นเดียวกัน
“พี่ไม่ได้อยู่ที่นี่เหรอคะ?”
“อยู่ตอนเรียน จากนั้นก็ให้คนเข้ามาทำความสะอาดน่ะ เพราะอยู่ที่ไร่เป็นหลัก”
“ห้องกว้างมากเลยค่ะ”
“อื้อ อยู่ได้ใช่ไหม?” เจ้าของห้องทวนถามอีกครั้งขณะเดียวกันก็มองหน้ากันอย่างพิจารณา
“ค่ะ น่าจะได้” ถ้ากลัวคงจะเปิดไฟไว้ทั่วห้องนั่นแหละ
“หึ กลัวก็โทร.มาจะอยู่เป็นเพื่อน แล้วก็พรุ่งนี้ต้องกลับแล้วนะ เดี๋ยวตอนเช้าจะออกไปซื้อของมาไว้ให้ เผื่ออยากกินอะไร ทุกวันศุกร์แม่บ้านจะเข้ามาทำความสะอาดห้องแล้วก็ทำงานบ้านให้”
“ไม่ ๆ ไม่ต้องค่ะ ฉันทำเองได้” รีบยกมือห้ามคนหวังดีที่ดูจะอำนวยความสะดวกกันเกินกว่าเหตุ
“ตั้งใจเรียนก็พอ เอาตามนี้แล้วกัน ส่วนสินสอดเช็กดูหรือยัง โอนให้ตั้งแต่วันก่อนแล้วนะ” ได้ยินแบบนั้นก็รีบพยักหน้าและบอกอีกฝ่ายกลับไปอีกครั้ง
“เดี๋ยวโอนคืนให้นะคะ คือฉันไม่เอา...”
“ไม่ได้ นั่นคือสินสอดแต่งงานนะ ให้แล้วก็ให้เลย อย่าคิดอะไรเยอะ ตั้งใจเรียนก็พอ” คุณพนาวันเอ่ยจบก็เดินหายเข้าไปยังห้องนอน ปล่อยให้ฉันยืนบ่นพึมพำกับตัวเองอย่างไม่เข้าใจ
สินสอดที่เป็นเงินสดนั่นมีมูลค่าสิบสองล้านเลยนะแล้วเขาก็โอนเข้ามาในบัญชีของฉัน
ไหนจะมรดกของพ่อที่แม่โอนมาอีก ทั้งที่ดินแล้วก็กิจการอาคารพาณิชย์ที่ปล่อยให้ร้านเอกชนเช่าระยะยาวนั่นอีก ของแม่ก็มีเงินสดและเครื่องประดับ
ตอนนี้ฉันมีเงินเยอะมาก!!
และมันเหมือนความฝันมากจริง ๆ เลยล่ะ
