บทที่ 3 Rose Forest ดอกไม้กลางป่า 3

Rose Forest ดอกไม้กลางป่า 3

“พี่พิงค์!” อาทิตย์โบกมือส่งให้ฉันพร้อมกับรอยยิ้มดีใจ เห็นแบบนั้นจึงส่งยิ้มให้น้องชายน้อย ๆ ก่อนจะสะดุ้งตกใจตัวโยนเมื่อ พ่อเลี้ยงลากเก้าอี้ออกจากใต้โต๊ะจนเกิดเสียงครืดคราดลั่นห้องอาหารส่วนตัวแห่งนี้

“ขอโทษนะครับ มันฝืด ๆ น่ะ” คุณอติรุจแก้ต่างสิ่งที่ตัวเองเพิ่งกระทำลงไป

“อ้อไม่เป็นไรครับ มันก็ฝืดจริง ๆ นั่นแหละครับ” คุณลุงอาคมรีบตอบกลับเพื่อที่อีกฝ่ายจะได้ไม่เก้อเขิน

“อาหารพร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ ขอเวลาสักครู่นะคะคุณลูกค้า” พนักงานของที่ร้านรีบแจ้งเตือน จากนั้นก็ทยอยนำอาหารหลายอย่างมาเสิร์ฟจนเต็มโต๊ะ

“ทานข้าวกันเถอะ จะได้คุยกันไปด้วย” คุณลุงอาคมทำหน้าที่ชวนพวกเราทุกคนให้ทานข้าว เมื่อบอกแบบนั้นทุกคนก็เริ่มทานข้าว แต่อาหารที่อยู่ตรงหน้าฉันดันเป็นผัดผัก และฉันก็ไม่กล้ายื่นมือไปตักอย่างอื่นจึงต้องทานแค่สิ่งนั้นช้า ๆ อย่างน้อยตอนนี้ก็ไม่ต้องพูดคุยกับใคร แม้จะมีคำถามมากมายอยู่ภายในหัวก็ตาม

“...” แต่เพราะทานแต่ผัดผักที่อยู่ใกล้ ๆ คงจะทำให้ใครบางคนขัดหูขัดตาก็เป็นได้...

“อะ ขอบคุณค่ะ” แต่ใครจะไปคิดว่าคนที่นั่งอยู่เคียงข้างกันจะยื่นมือไปตักไข่เจียวหมูสับมาใส่จานให้ฉัน อีกทั้งยังใจดีตักต้มยำใส่ถ้วยใบเล็กมาวางให้กันอีกด้วย

“อือ” คนตัวโตตอบรับเสียงเบา และฉันก็ไม่คิดที่จะเซ้าซี้อีกฝ่ายต่อ เพราะยังเกร็งยามนึกถึงช่วงเวลาที่คุณเขายืนอยู่หน้าคลาสเรียนเมื่อช่วงกลางวัน

ใช่แล้ว เรื่องบังเอิญที่สุดในโลกได้เกิดขึ้นกับฉันแล้วจริง ๆ เมื่อ คนที่นั่งอยู่เคียงข้างกันตอนนี้คือวิทยากรพิเศษที่ฉันได้มีโอกาสพบเจอเมื่อช่วงเช้า และไม่ทันได้คาดคิดว่าจะได้เจอกันอีกทีที่ร้านอาหารแห่งนี้ในตอนเย็นโดยที่ระยะเวลาห่างกันไม่กี่ชั่วโมงแบบนี้

“ที่จริง...ที่แม่นัดทุกคนมาเจอกัน เพราะมีเรื่องจะบอกกับพี่ป่า แล้วก็น้องพิงค์นะลูก” ทานข้าวไปได้สักพักป้ามานีก็เกริ่นขึ้นมา เพื่อมองฉันสลับกับลูกชายท่านด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เวลารอบข้างคล้ายกับจะหยุดเดิน หูอื้ออึงจนแทบจับใจความหลังจากประโยคนี้เอ่ยจบไม่ได้

“อีกสองเดือนข้างหน้า...”

“...”

“แม่จะให้พี่ป่ากับน้องพิงค์แต่งงานกัน”

“...” ได้ยินแบบนั้นก็หันขวับไปมองหน้าแม่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ทันที ทั้งโกรธ ตกใจรวมถึงน้อยใจ แต่ท่านทำเพียงแค่ยกยิ้มแล้วมองฉันด้วยความโล่งอก แล้วพอหันกลับไปมองหน้าใครบางคนที่นั่งอยู่อีกด้าน กลับพบว่าคุณเขายังทานข้าวอย่างไม่รู้สึกรู้สา อีกทั้งยังตักอาหารมาใส่จานให้ฉันไม่หยุด

“ผมว่ามันเร็วเกินไปนะ เวียงพิงค์ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ แต่งงานไปเกรงจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน” ครั้งนี้เป็นคุณอติรุจที่เสนอความคิดเห็น ใบหน้าของเขานั้นบึ้งตึงดูไม่พอใจกับเรื่องที่คุณป้ามานีเพิ่งเอ่ยแจ้งพวกเรา

ประโยคเหมือนจะหวังดี แต่ฉันกลับไม่รับรู้ถึงความเป็นห่วงจากสามีของแม่เลย

“ที่จริงเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ฉันกับมัลลิกาตกลงกันไว้ตั้งแต่ก่อนที่เธอจะเจอคุณแล้วค่ะ อีกอย่างหนูพิงค์ก็บรรลุนิติภาวะแล้ว ผู้ให้กำเนิดอย่างมัลลิกาก็เห็นด้วย”

“แต่หนูพิงค์อาจจะ...” คุณอติรุจกำลังจะแย้งต่อ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อลูกชายของตัวเองเอ่ยแทรกขึ้นมาเสียก่อน

“ดีนะครับพ่อ นี่มันข่าวดีเลยนี่ พี่พิงค์จะแต่งงานแล้วอ่า ยินดีด้วยนะครับพี่” อาทิตย์รีบบอกพร้อมกับรอยยิ้มตื่นเต้น ปิดโอกาสโต้แย้งจากผู้เป็นบิดา

“แม่คะ...” นานสักพักใหญ่ถึงได้เรียกคนที่ควรจะอธิบายเรื่องพวกนี้ให้ฉันได้ฟังอย่างชัดเจน

“แม่ตกลงกับมานีเขาแล้ว พี่เขาก็เป็นคนดี มีงานมีอาชีพที่มั่นคง แต่งกับป่าเถอะลูก แม่คุยเรื่องงานแต่งเรียบร้อยแล้ว” แม่ยื่นมือมาจับที่มือฉันก่อนจะลูบเบา ๆ ต่างจากฉันที่ไม่รู้สึกถึงสัมผัสอันแสนอบอุ่นจากท่านเลยสักนิด ทำไมท่านทำอะไรไม่ปรึกษากันบ้างเลยล่ะ นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ที่มีแค่ผู้ใหญ่พูดคุย ตกลงกันแล้วทุกอย่างมันจะจบ

ความรู้สึกฉันล่ะ?

หรือแม้กระทั่งความรู้สึกของคนที่จะมาแต่งงานกับเด็กบ้านแตกอย่างฉัน เขาจะรู้สึกยังไง...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป