บทที่ 4 Rose Forest ดอกไม้กลางป่า 4
Rose Forest ดอกไม้กลางป่า 4
เมื่อคิดแบบนั้นก็เผลอลอบมองหน้าคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน แต่เขากลับมีท่าทีนิ่งสงบมากกว่าฉันอยู่มาก และตอนนี้ดูไม่ออกเลยว่าเขากำลังรู้สึกหรือกำลังคิดอะไรอยู่
“อ้อ ทานข้าวเสร็จก็ไปส่งน้องด้วยนะตาป่า” คุณลุงอาคมเตือนลูกชาย
“ครับพ่อ ผมจะไปส่งให้เอง” สุดท้ายคนตัวโตก็รับปากผู้เป็นพ่อ
ผู้ใหญ่เหมือนจะคุยเรื่องงานแต่งเพิ่มเติม ส่วนฉันไม่รับรู้อะไรแล้ว ตอนนี้แค่อยากออกไปจากสถานการณ์น่าอึดอัดใจนี้ให้เร็วที่สุด ฉันไม่เข้าใจเลยสักนิดเดียวว่าทำไมแม่ต้องให้ฉันแต่งงาน แต่งกับคนที่ไม่ได้รัก มันรั้นแต่จะทรมานกันทุกฝ่าย ท่านเองก็น่าจะรู้ดีแล้วทำไม...
“รถอยู่ทางนี้...” หลังจากทานข้าวเสร็จคนที่อาสาไปส่งก็เอ่ยขอตัว โดยอ้างว่าจะพาฉันไปส่ง เมื่อสบโอกาสก็รีบไหว้ลาผู้ใหญ่ในห้องอาหารแล้วออกมาทันที ระหว่างเรามีเพียงความเงียบ กระทั่งเดินไปถึงรถสปอร์ตห้าประตูสีเทาฟ้า สัญญาณรถถูกปลดพร้อมกับไฟที่สว่างวาบและเสียงติ๊ด ๆ สองครั้งติด
“กินข้าวอิ่มหรือเปล่า?” เจ้าของรถคันหรูเอ่ยถามขณะที่ช่วยเปิดประตูรถด้านหน้าข้างคนขับให้ขึ้นไปนั่ง
“ขอบคุณค่ะ แล้วก็กินข้าวอิ่มค่ะ” ตอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ เจ้าของรถพยักหน้าเข้าใจแล้วช่วยปิดประตูให้ก่อนจะเดินวนมาประจำตำแหน่งที่นั่งคนขับ
“เพิ่มเพื่อนในไลน์แล้วส่งพิกัดหอพักมาให้หน่อย” โทรศัพท์มือถือของคุณเขาถูกส่งมาให้พร้อมกับคำสั่ง ฉันทำตามที่อีกฝ่ายต้องการจนครบ จากนั้นก็ส่งโทรศัพท์กลับคืนไป
“มีอะไรอยากถามหรือคุยไหม?” คุณพนาวันเอ่ยถามขณะที่เจ้าตัวยังขับรถอยู่อย่างระมัดระวัง สายตาจ้องมองบนท้องถนน
“...”
“สงสัยใช่ไหมว่าทำไมผมถึงยอมแต่งงานกับคุณง่ายๆ” และสิ่งที่เคยสงสัยก็ถูกอีกฝ่ายยกขึ้นมาคุย
“ค่ะ”
“เงื่อนไขง่าย ๆ เลย ครอบครัวผมจะได้เลิกวุ่นวาย ถ้าแต่งกับคุณ อย่างน้อยพวกท่านก็จะได้เลิกวุ่นวายจับคู่ให้ผม ส่วนคุณ...”
“...”
“ก็จะได้เป็นอิสระจากครอบครัวนั้น” นี่เขา...เขารู้ได้ยังไงว่าฉันอยากตัดขาดกับครอบครัวของแม่
“ผมไม่รู้รายละเอียดเรื่องของคุณหรอก แต่ที่ยอมตกลงก็เพราะเรื่องของตัวเองทั้งนั้น หรือคุณมีคนรักอยู่แล้ว?” คุณพนาวันถามเสียงเข้ม ฉันที่นั่งบีบมือตัวเองแน่นตั้งแต่ขึ้นรถได้แต่ส่ายหน้าและตอบกลับเสียงแผ่ว รู้สึกไม่ชอบที่สุดคือการที่มีคนมาทำเสียงดัง ตะคอก ตะโกน หรือพูดเสียงเข้ม ๆ ใส่ทั้งที่ตัวฉันยังไม่ได้ทำอะไรผิด
“ไม่มีค่ะ”
“ก็ดี ไม่มีก็ดี แล้วเรามาแต่งงานกัน คุณเป็นอิสระ ผมไม่โดนบังคับให้ไปดูตัว”
“...”
“แฟร์ทั้งคู่อยู่แล้ว”
เพราะเขามีจุดประสงค์สินะถึงได้ยอมตกลงแต่งงานอย่างง่ายดาย ส่วนฉันยังไม่มั่นใจเลยว่าแต่งงานไปแล้วจะเป็นอิสระจากครอบครัวของแม่ไหม แต่ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้สินะ
“ว่าไง ตกลงไหม” คุณพนาวันถามย้ำ
“ค่ะ ฉันตกลง”
“หึ ยินดีที่จะได้แต่งงานกันเวียงพิงค์” เสียงหัวเราะในลำคอของอีกฝ่ายดูไม่น่าไว้วางใจเลยสักนิด แต่ถึงอย่างนั้นก็ตอบตกลงไปแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คงเป็นผลที่ฉันทำด้วยตัวเองสินะ
