บทที่ 5 Rose Forest ดอกไม้กลางป่า 5

Rose Forest ดอกไม้กลางป่า 5

เรื่องราวน่าหนักใจจากหลายวันก่อนทำให้ฉันกังวลและคิดมากจนนอนไม่หลับ

เพราะแบบนั้นจึงทำให้เพื่อนในกลุ่มต่างเข้ามาถามไถ่เพราะกลัวฉันมีเรื่องคิดไม่ตกแล้วจะเครียด

คือ ตอนนี้ฉันเองก็ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นเล่าเรื่องพวกนี้ให้เพื่อนฟังยังไง เลยได้แต่บอกว่าไม่เป็นไร...

“ยัยพิงค์ แกไม่โอเคฉันรู้” ยี่โถกอดแขนไม่ยอมให้กลับ เพราะกลัวว่าฉันอาจจะเศร้าจนทำร้ายตัวเอง

“ใช่ ๆ มีอะไรเล่าให้พวกฉันฟังสิ หรือเงินไม่พอเขาไม่โอนเงินให้แกอีกแล้วใช่ไหม ฉันมีเดี๋ยวโอนให้เลย” เบสบอกอย่างหงุดหงิดกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นหลายครั้ง

นั่นคือพ่อเลี้ยงไม่ยอมให้แม่โอนเงินให้ฉัน ถ้าจะเอาต้องเข้าไปรับจากมือท่านที่บ้าน ซึ่งเขามักจะนัดไปในวันที่แม่ไม่อยู่

ป้าแม่บ้านจะเตือนฉันตลอดว่าแม่ไม่อยู่ นั่นจึงทำให้ฉันไม่กลับไปที่บ้านหลังนั้น และทำงานพิเศษแทนการขอเงินพวกเขา รวมถึงกู้เงินเรียน

ถึงจะหนักตอนเรียนจบแต่ฉันเชื่อว่ามันจะดีมากกว่าใช้เงินของครอบครัวแม่

“ไม่ใช่ ๆ เบสใจเย็นก่อนไม่ใช่แบบนั้น” รีบห้ามเพื่อนสาวที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เอะอะก็จะโอนเงินให้ฉันท่าเดียว

“บอลเตือนสติแฝดแกหน่อย ฉันปวดหัวมากนะยะ” ซูซี่แสร้งยกมือขึ้นกุมขมับกับความวุ่นวายในตอนนี้

“แล้วแกน่ะเป็นอะไรพิงค์ มีอะไรไม่สบายใจก็บอกพวกฉันได้ เราเป็นเพื่อนกันนะ”

“มันหลายเรื่องเลยอะ คือ ถ้าไม่ไหวฉันจะเล่าให้พวกแกฟังนะ” เพราะไม่รู้ว่าเงื่อนไขที่ได้คุยกับคุณพนาวันเป็นความลับไหม เลยไม่กล้าเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนได้ฟัง อย่างน้อยเขาก็เป็นคนที่ลงเรือลำเดียวกับฉันแล้ว

“ก็ได้ งั้นวันนี้กินข้าวเสร็จฉันจะไปส่งแกเองนะ มีเวลาว่างเกือบเจ็ดวันก่อนสอบมิดเทอม ต้องกินข้าวกันให้อิ่ม ไปจ้า ไปหาอะไรแพง ๆ กินสักสามสิบบาท” ซูซี่บอกติดตลกก่อนจะหัวเราะชอบใจเมื่อโดนเบสแซวกลับ

“แพงไป ยี่สิบพอ”

“ฮ่า ๆ ๆ ยี่สิบก็ได้ไปกันเถอะ”

กว่าที่ฉันกับเพื่อนจะเดินออกจากคลาสเรียนก็พบว่า เพื่อนคนอื่น ๆ เดินออกไปจนหมดแล้ว และโชคดีที่ไม่มีใครเข้ามาเรียนต่อเลยทำให้เราได้นั่งคุยกันต่ออย่างสบาย เมื่อเลือกร้านอาหารตามสั่งธรรมดาก็พบว่าในร้านมีร้านก๋วยเตี๋ยวเปิดอยู่ข้างกัน ฉันจึงเดินไปสั่งก๋วยเตี๋ยวที่อยากทาน

“หมี่ขาวน้ำใสหนึ่งค่ะ”

“เล็กน้ำตกพิเศษหนึ่งครับ” เสียงสั่งก๋วยเตี๋ยวของตัวเองดังขึ้นพร้อมกับลูกค้าอีกคน พอหันไปมองก็ต้องแปลกใจเพราะคนที่สั่งเส้นเล็กน้ำตกคือคุณพนาวันที่ฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้ โรงอาหารเล็ก ๆ ของคณะเกษตร ที่หากไม่ใช่เด็กเกษตรก็แทบจะไม่มานั่งทาน แต่ฉันกลับพบเขาอยู่ที่นี่อย่างไม่ทันตั้งตัว

เมื่อเห็นว่าเป็นฉันอีกฝ่ายก็ทำหน้านิ่งเรียบเฉย ไม่ได้ทักทายอะไร เห็นแบบนั้นจึงขยับออกห่างจากอีกฝ่ายทันที เพราะคิดว่าเขาคงไม่อยากให้ใครรู้ว่าเรารู้จักกัน

“ได้แล้วลูก”

“ขอบคุณค่ะป้า” ส่งยิ้มแล้วรีบจ่ายเงินค่าก๋วยเตี๋ยวก่อนจะประคองชามก๋วยเตี๋ยวไปวางบนโต๊ะเครื่องปรุง อยากเอาผักกาดแก้วไปด้วยจัง...

“ค่อยกลับมาเอาก็ได้” บอกตัวเองอย่างปลงตก เพราะตอนนี้ไม่สามารถถือชามก๋วยเตี๋ยวและจานผักไปพร้อมกันได้ ขนาดกระเป๋าสตางค์ยังต้องหนีบรักแร้เลยอะ

“กินก๋วยเตี๋ยวเหรอ?” บอลเอ่ยถามเสียงแผ่วเบาเมื่อฉันเดินเข้าไปใกล้โต๊ะนั่ง และโต๊ะข้าง ๆ กันก็มีอาจารย์นั่งอยู่สองคน ฉันเลิกสนใจรอบข้าง ก่อนจะค่อย ๆ วางชามก๋วยเตี๋ยวลงบนโต๊ะอย่างเบามือ

“อื้อ เดี๋ยวจะไปเอา...” ประโยคที่กำลังจะเอื้อนเอ่ยบอกเพื่อนมีอันต้องชะงักไป เมื่อคนที่บังเอิญเจอหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะ แล้ววางจานใบเล็กที่มีผักแกล้มก๋วยเตี๋ยวลงบนโต๊ะข้าง ๆ ชามอาหารของฉัน โดยที่เท้าของคุณเขาไม่ได้หยุด ก่อนจะเดินผ่านไปยังโต๊ะอาจารย์ที่อยู่ใกล้ ๆ

“...” บอลหันมามองหน้าฉันอย่างตกใจ ส่วนฉันก็มองหน้าเพื่อนด้วยความงุนงงไม่ต่างกันนัก แต่เราทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครพูดอะไรถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่ และทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแทน แต่ฉันรู้ว่าตอนนี้ในหัวของเพื่อนคงมีคำถามมากมายไม่ต่างจากในหัวของฉันนัก

ก็แน่ล่ะคุณเขาทำแบบนี้ทำไม ไม่มีใครเข้าใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป