บทที่ 13 06ผ้ายับ(2)
พอโดนยัยแพรวาเล้าด้วยเสียงและเล่นนมใส่ชายคนนั้นก็รูดท่อนเอ็นจนน้ำสีขาวพุ่งออกมา เขาส่งเสียงครางพร้อมใบหน้าเซ็กซี่ปะปนทรมาน (อื้ม อื้ม อ่า)
(ฉันอยากให้คุณกระแทกฉันแรง ๆ จังที่รัก ช่วยทำฉันที) รอบนี้นุกนิกเป็นคนพูด ในมือมีอุปกรณ์ช่วยตัวเอง ผู้ชายคนนั้นหอบหายใจ มือเริ่มสาวที่ท่อนเอ็นแล้วลุกเดินไปที่ตุ๊กตายางอีกครั้ง รอบนี้เขาจับตุ๊กตายางกางขาอ้ากว้างเป็นรูปตัวเอ็ม แหวกกลีบตรงหว่างขา คว้าเจลหล่อลื่นมาชโลมที่ท่อนเอ็น แล้วค่อย ๆ
พรึ่บ!
“ไข่เจียว” ให้ตาย ผ้าห่มที่คลุมหัวถูกดึงออก ฉันรีบพับหน้าจอลงอย่างไว ดีนะที่ฉันไม่ได้แก้ผ้าเหมือนเพื่อน และยังไม่ได้มีอารมณ์ร่วม
“มีอะไร” โอ๊ย ใจเต้นตุบ ๆ ไปหมดเลย ถ้ามีใครรู้ว่าฉันทำอะไรนี่แย่เลยนะ นี่เป็นความลับแบบลับสุดยอดของสุดยอด
“อาเป้งอยากคุยด้วย” เทวายื่นโทรศัพท์มาให้ฉัน
“ไม่ว่าง ดูซีรีส์อยู่ ไม่คุย ออกไปเลย” ฉันชักสีหน้าไม่พอใจ เทวา หรือหมูสับน้องชายคนเล็กคือจะรู้อยู่แล้วว่าถ้าฉันบอกว่าดูซีรีส์นั้นห้ามเข้ามากวน แล้วเข้ามาทำไม
“ก็อาอยากคุย”
“ไม่คุย แล้วเข้ามาได้ไง ล็อกประตูอย่างดีแล้วนะ”
“ไขกุญแจเข้ามา เห็นเงียบนึกว่าเป็นไร เรียกเป็นสิบนาทีไม่ตอบ ก็เป็นห่วงไง แล้วนี่ดูซีรีส์อะไรทำไมต้องคุมโปงนั่งหัวโด่บนที่นอน ไม่เปิดทีวีดูดี ๆ ไม่ปวดหลังเหรอ”
“แล้วยุ่งอะไรด้วย ออกไป ไม่อยากคุยกับใครทั้งนั้น”
“ทำอย่างกับแอบดูหนังโป๊” น้องชายฝาแฝดคนเล็กทำหน้าสงสัยใส่ฉัน
“ไข่ไม่ใช่เพรากับหมูนะ ไม่ใช่คนแบบนั้น” ใครกันจะดู บ้า ไม่มีหรอก ดูออนไลน์สด ๆ เลยต่างหาก แฮ่!
“ก็แหย่เล่นไปงั้นแหละ อย่างไข่เนี่ยนะจะดูหนังโป๊ ธรรมมะธรรมโมเป็นหลวงลุงไปแล้ว ให้มีแฟนสักคนก่อนเถอะ เอ้า นี่คุยซะ” เทวาโยนโทรศัพท์ใส่หน้าตักฉัน
“ก็บอกว่า...”
“ขอร้อง รับเงินเขามาแล้ว ต้องยื่นหมูยื่นแมว ถือว่าช่วยน้องชายหารายได้แล้วกัน” แค่นั้นเลยค่ะ พูดเข้าข้างตัวเองแล้วเดินออกจากห้องไปแล้ว ทิ้งโทรศัพท์ที่ยังมีการทำงานของการโทรเอาไว้ให้ฉัน หน้าจอคือเบอร์ของคุณอาตัวเลขกำลังเดินไปเรื่อย ๆ
เฮ้อ ฉันปรับอารมณ์ ปรับน้ำเสียงให้เป็นคนละคน พูดกับปลายสายเสียงแผ่วเบา “ค่ะ”
(น้องไข่คะ ฟังอาพูดก่อนนะ อย่าเพิ่งงอนกันเลย น้องไข่เป็นแบบนี้อาใจไม่ดีนะ)
จะให้ฟังเรื่องโกหกน่ะเหรอ ฉันไม่ใช่เด็กน้อยไร้เดียงสานะ เพื่อนที่สนิทกันต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าฉันร้ายเดียงสา ที่คุณอาเจอน่ะภาพลักษณ์ที่ฉันสร้างขึ้นมาทั้งนั้น “อะไรคะ คุณอาจะผิดคำพูดอะไรกับไข่อีก เห็นไข่เป็นเด็กเลยจะพูดหลอกอะไรก็ได้ใช่ไหม”
ที่คิดกับที่พูดออกมาต่างกันราวฟ้ากับเหว ใครว่าฉันเป็นนางฟ้ากัน ไม่จริง ไม่ใช่เลยจ้า
(คนดี คนดีฟังอานะ คือ...)
คืออาไปนอนกับผู้หญิงมาแล้วเก็บรอยไม่หมด หลักฐานก็เลยโผล่ อาจึงหาคำมาแก้ตัวไม่ได้ ก็เลยคือ คือ และคือ “คือกลับไปนึกคำพูดแล้วค่อยมาสร้างเรื่องให้ไข่เชื่อนะคะ”
พูดแล้วฉันก็กดวางสายทันที “ใจเย็นไข่เจียว ไร้เดียงสา ไร้เดียงสา เราต้องไร้เดียงสาเข้าไว้”
ปรับอารมณ์อยู่ครู่ใหญ่ จากนั้นก็ตั้งกระทู้ในเว็บไซต์แห่งหนึ่ง
{อายุ 18 ปี อยากได้อาข้างบ้านเป็นสามีควรทำไงดี เอาแบบให้รักเรา หลงเรา คิดถึงเรา เพ้อถึงเรา กินข้าวไม่ได้นอนไม่หลับกระสับกระส่าย จะเป็นบ้าตายถ้าไม่ได้เจอเรา เขาอายุ 41 ปีเพอร์เฟคไปซะทุกอย่าง เขาโสดมาตลอดเพื่อนัวกับผู้หญิงทุกคนได้อย่างสะดวก อยากมัดใจเขาแต่พ่อเราก็ไม่ชอบเขา เอาไงดี}
(พุ่งชนสิ 18 ปีเคี้ยวหนุบหนับใครจะไม่ชอบ)
(ทำของใส่เลย โอมจงรักกูหลงกูกินไม่ได้ถ้าไม่กินกูก่อน)
(หาคนรุ่นเดียวกันเถอะ มีความสุขกว่าเยอะ คนแก่กว่าไม่เข้าใจเรา แล้วยังชอบมองเราเป็นเด็กตลอดเวลา ชอบเอาอายุมาตัดสินเรา จากใจคนมีผัวแก่ อยากเปลี่ยนเป็นมีผัวเด็กขึ้นมาทันที คงเคี้ยวดังกรุบ ๆ)
(แอบแซ่บไปเลยจ้า อย่าให้พ่อรู้ ตื่นเต้นดี)
(มึงใช่ไหม อขจรภศววน) แอ็คหนึ่งเด้งขึ้น เพื่อนในกลุ่มฉันแน่ เล่นย่อชื่อมาขนาดนี้ สงสัยชมผู้ชายในกลุ่มลับเสร็จไปแล้ว ถึงได้โผล่มาที่เว็บไซต์นี้
ฉันไม่ใช่คนเรียบร้อย ฉันมันผ้ายับที่พ่อพยายามพับ ซึ่งถ้าพ่อกับครอบครัวต้องการฉันจะทำให้ ขณะเดียวกันฉันก็ใช้อีกชีวิตบนโลกโซเชียล โลกที่มีทั้งด้านดีด้านลบ ต้องระมัดระวังให้มากที่สุด
ฉันชอบอาเป้ง เขาเท่ ดูดี ใจดี อบอุ่น เข้าใจฉัน ซึ่งนั่นคือความรู้สึกในวัยเด็ก สาวน้อยโลกสวย แต่พอโตขึ้นฉันเริ่มสังเกต ตอนนี้เริ่มอ่านเขาออกเพราะเพื่อน ๆ ในกลุ่มชอบค้นหาอะไรที่เป็นโลกมืดมาแล้วดึงฉันเข้าไปดู ฉันไม่ชอบเที่ยวข้างนอก สังคมที่คนเบียดเสียดกันจนอึดอัด ฉันคิดว่าอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมก็ออกไปสู่สังคมได้เหมือนกัน สังคมมืดในโลกโซเชียล ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นเยอะเชียวล่ะ
