บทที่ 3 คนหายปริศนา

บ้านของกวินตา

กวินธิดาแม่ของกวินตาเห็นว่าเย็นแล้ว ป่านนี้กวินตากับวิษณุน่าจะเดินทางถึงชะอำกันแล้ว แต่ตอนนี้ก็เย็นจนเกือบจะค่ำ นางนั่งมองสมาร์ทโฟนอยู่เป็นนานก่อนตัดสินใจโทรหากวินตาก่อนด้วยความเป็นห่วง

ตื๊ด... สายหลุดทันที

"ทำไมโทรไม่ติดนะ"

"ลองอีกครั้งสงสัยไม่มีคลื่น"

ตื๊ด... สายหลุดอีกครั้ง

เงียบสนิทไม่มีเสียงจากระบบตอบรับอัตโนมัติ

เมื่อโทรหากวินตาสายหลุดหลายครั้งแบบนี้มันไม่ปกติ แม่ของกวินตาเริ่มกระสับกระส่ายนั่งไม่ติดเก้าอี้ เดินไปหาสามีที่ห้องรับแขก

"พี่ตุลพี่ตุลคะ ดาติดต่อยัยโฟมไม่ได้เลยค่ะ"

พลอากาศโทตุลธรละสายตาจากสารคดีขมวดคิ้ว

"รออีกหน่อยคุณดา ยัยโฟมคงไม่ว่างล่ะมั้ง"

แม่ของกวินตาไม่อยากยอมรับ รออีกหน่อยตามสามีว่า

"ค่ะ...อีกครึ่งชั่วโมงดาค่อยโทรใหม่"

ตุลธรเห็นว่าวันนี้วันเสาร์ ลูกชายคนโตคงไม่นอนห้องพักตำรวจและกลับบ้านในวันนี้เช่นเคย จึงถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าเย็นแล้ว

"ตาเฟรมล่ะคุณ อาทิตย์นี้กลับบ้านหรือเปล่า"

"เห็นว่าจะกลับดึกๆวันนี้เข้าเวรค่ะ"

กวินธิดายังร้อนรุ่มไม่หายตอนนี้อยากให้ลูกชายคนโตกลับบ้านเร็วๆ เหลือบมองนาฬิกาอีกครั้ง ในมือถือสมาร์ทโฟนไม่ยอมปล่อย

"เผื่อยัยโฟมโทรมา"

ห้องพักพนักงานหญิง

ห้อง 529 กวินตาเสียบกุญแจห้อง ก้าวขาเข้าห้องสัมผัสกับความเย็นของพื้นกระเบื้อง ได้กลิ่นน้ำยาถูห้องแตะจมูกแสดงว่าเพิ่งผ่านการทำความสะอาดมาหมาดๆ กวาดสายตาทั่วห้อง กลางห้องมีเตียงเหล็กขนาดเล็กสำหรับหนึ่งคนนอน มีตู้เสื้อผ้าที่ยังใหม่หนึ่งหลัง ทีวีติดฝาผนัง ตู้เย็นอีกหนึ่งตัวห้องน้ำและระเบียงอยู่ด้านนอก ไม่มีครัวแต่มีกล่องใส่จานชามช้อนตั้งไว้

ที่นี่ถือว่าโอเคในระดับหนึ่ง...

คนป่าเถื่อนอย่างเขายังมีข้อดีอยู่บ้าง กวินตาคิดในใจ

กวินตาเปิดประตูห้องด้านหลังออกเพื่อระบายอากาศ พบว่าตอนนี้ใกล้ค่ำแล้วจึงเปิดประตูไว้ ปิดเพียงประตูมุ้งลวดเพื่อให้แสงด้านนอกลอดผ่าน

หญิงสาวใจหายอีกครั้งคิดถึงบ้าน เวลานี้เธอควรได้กินอาหารอร่อยๆฝีมือแม่ นอนเหยียดยาวที่โซฟาคุยกับพ่อเรื่องสารคดีที่พ่อชอบนักชอบหนา วางกระเป๋าเดินทางใบเล็กที่ปลายเตียง มองเครื่องนอนที่ยังใหม่ลองเอามือลูบดู พบว่ามันสะอาดเอี่ยมเป็นที่น่าพอใจ จึงทิ้งตัวลงนอนน้ำตาใหลออกมาอัตโนมัติ

"แปดปี โฟมจะไม่ได้กลับบ้านแปดปีเลยนะแม่"

ฮึก ฮึก "เพราะไอ้บ้าณุแท้ๆ โฟมเกลียดมันแม่"

กวินตาสะอึกสะอื้นนึกย้อนถึงภาพความทรงจำเก่าๆ ตั้งแต่รู้จักกันวันแรกตอนรับน้อง แข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยด้วยกัน ปลูกป่าด้วยกันอะไรอีกเยอะแยะมากมาย จวบจนรับปริญญาพร้อมกันวาดฝันอนาคตไว้สวยหรู

วันหมั้นมันยังสัญญากับครอบครัวเธอหนักแน่นด้วยว่า

"ณุจะดูแลโฟมอย่างดีครับ"

แล้ววันนี้เธอเกือบตกเป็นเมียไอ้คนป่าเถื่อน ไอ้พ่อค้าหน้าเลือดอย่างเควินนั้นอีก หญิงสาววางมือบนหน้าอกด้านซ้ายเช็คความแข็งแรงของหัวใจ

"โฟม เธอลูกทหารอากาศแห่งกองทัพไทยนะ...อย่าลืม"

หญิงสาวพยายามเข้มแข็งแล้วแต่น้ำตายังใหลอยู่จนเจ็บตาไปหมด เธอจึงปล่อยไปแบบนั้นทำตัวเป็นเด็กขี้แย

อ่อนแอบ้างก็ได้ กอดตัวเองถ้าไม่มีใครกอด

"ฮึก ฮือ โฟมคิดถึงบ้านน่ะแม่"

ร่างแบบบางนอนหมดแรงร้องไห้อยู่แบบนั้น โดยไม่ทันได้สังเกตอีกฟากฝั่งตรงข้าม

ห้องเพ้นท์เฮ้าส์ของเควิน

เควินนั่งรับลมที่ระเบียงห้องด้านนอก หมุนแก้ววิสกี้เพื่อให้มันเข้ากันดีกระดกหมดแก้ว มือหนาถูคางสากใช้ความคิด ปรับเลนส์กล้องส่องทางไกลอีกครั้ง

"ดีแล้วสมน้ำหน้าเธอ กวินตา"

สายตาเยาะเย้ยของเขาเปี่ยมสุขเมื่อเห็นหญิงสาวร้องไห้หมดสภาพ นอนในห้องเล็กเท่ารูหนู ที่นอนก็ไม่นุ่มนิ่มเท่าห้องของเขา

"เป็นเมียเควินจะยากเย็นอะไรนักหนา"

เผลอๆจะติดใจเขาจนแทบไม่อยากกลับประเทศไทยเลยด้วยซ้ำ

คนสาแก่ใจยังไม่ลดกล้องลง นึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้มีเรื่องที่ควรทำ ส่งเสียงเรียกบอดี้การ์ดมือขวาดังลั่นทั้งที่อยู่ใกล้กันแค่เอื้อม

"เสี่ยวตง"

"ครับบอส" เสี่ยวตงรีบเดินมาหาสองมือแนบลำตัว

"พรุ่งนี้อย่าลืมไปติดกล้องวงจรปิดที่ห้อง529ด้วยนะ"

"ครับบอส"

เควินที่ดูจะมีความสุขยิ่งนัก เผลอเอามือลูบที่ริมฝีปากล่างแผลที่โดนกัดเลือดออกจนต้องร้องออกมา

"อุ๊ย! โคตรเจ็บเลยโว้ย เจ็บฉิบ"

ห้องพักพนักงานหญิง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูด้านนอกปลุกกวินตาให้ลุกขึ้นจากที่นอน

"ใครคะ"

"คุณเสี่ยวตงส่งมาค่ะ"

กวินตาหยัดตัวลุกขึ้นจากที่นอนจัดระเบียบตนเอง นึกถึงคำพูดของเขาที่ว่า

"เดี๋ยวจะมีคนไปหา"

"ซักครู่นะคะกำลังไปค่ะ"

กวินตาเปิดประตูห้องพบกับหญิงวัยกลางคนผิวขาวพูดไทยชัด ลักษณะเหมือนคนไทยทุกประการ ในมือมีกล่องข้าวและผลไม้ อีกมือถือเสื้อผ้าหนึ่งถุงใหญ่

"เชิญค่ะ"

หญิงสาวเชิญแขกผู้มาเยือนนั่งที่เก้าอี้พลาสติกด้านใน พอนั่งปุ๊บเธอรีบทำงานทันที

"คุณกวินตาใช่ไหมคะ"

"ใช่ค่ะ"

"พี่ชื่อพี่แก้วนะคะ เป็นหัวหน้าคนงานดูแลพนักงานใหม่ทุกคนที่นี่"

กวินตาพยายามรวบรวมสติกลับมาอีกครั้ง รับกล่องข้าวรับบัตรพนักงาน ฟังกฏระเบียบนานนับครึ่งชั่วโมงพี่แก้วจึงขอตัว

หญิงสาวส่งแขก กลิ่นหอมของข้าวในกล่องทำเอาท้องไส้ปั่นป่วน ตั้งแต่เที่ยงข้าวยังไม่ตกถึงท้องเลยสักเม็ด เปิดกล่องข้าวหยิบช้อนในกล่องพลาสติก เปิดตู้เย็นที่มีน้ำเปล่าแช่ไว้จนเต็ม

"ไอ้คนป่าเถื่อนก็ดูแลพนักงานดีเหมือนกัน"

จวบจนอิ่มข้าวแล้วไม่รู้ว่าเพราะหิวหรืออร่อยกันแน่ กวินตากินจนเกลี้ยง หยิบชุดพนักงานออกมาจากถุง พี่แก้วบอกว่าซักรีดมาแล้วเรียบร้อย เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าหยิบไม้แขวนเตรียมจัดเสื้อผ้าเข้าตู้ รื้อของในกระเป๋าเดินทางออกมา

โชคดีที่เธอเตรียมผ้าขนหนูและของใช้ส่วนตัวมาครบ แม้กระทั่งครีมอาบน้ำแปรงสีฟันและยาสีฟัน เธอเป็นโรคหนึ่งไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นไหม ที่ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวที่อื่นนอกจากของตนเอง

จัดเสื้อผ้าเสร็จแล้วหนีบผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำ โดยไม่รู้ว่าเธอตกเป็นเป้าสายตาของคนป่าเถื่อน ที่เธอแช่งชักหักกระดูกคอยเฝ้ามองทุกฝีก้าว

บ้านของกวินตา

ครบหนึ่งชั่วโมงแม่ของกวินตาลองโทรอีกครั้ง สายหลุดทันทีเหมือนเดิม

"พี่ตุลคะเหมือนเดิมค่ะ ติดต่อยัยโฟมไม่ได้ทำยังไงดีคะ"

กวินธิดาเสียงสั่นสบตากับสามี ตุลธรที่เห็นว่าชักไม่เข้าทีจึงลองติดต่อทางวิษณุดูบ้างมันต้องติดเครื่องใดเครื่องหนึ่งถึงจะถูก

ตื๊ด...สายหลุดทันทีเหมือนเดิม

ตุลธรปิดทีวีเขาไม่มีอารมณ์จะดูอะไรอีกนึกถึงลูกชายตนโต

"คุณดาเรียกเฟรมกลับบ้านเถอะ"

แม่ของกวินตาพยักหน้าขยับตัวอีกครั้ง

"อุ๊ย!.."

ตุลธรถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นภรรยาก้มเก็บบางสิ่งบนพื้นขึ้นมา

"เก็บอะไรคุณดา"

กวินธิดายื่นสร้อยพระที่ขาดออกเป็นสองเส้น เรือนพระหลุดออกจากสร้อยคอ

"สร้อยดาขาดค่ะพี่ตุล"

สองสามีภรรยาใจคอไม่ดี โทรตามสารวัตรเฟรมกลับบ้านเร่งด่วน


เอาใจช่วยครอบครัวนี้ด้วยนะคะ ว่าเขาจะมีวิธีการตามหากวินตาอย่างไร

ส่วนยัยโฟมคงไม่รู้ตัวว่าโดนซุ่มจากคนป่าเถื่อน คนที่เกลียดแสนเกลียด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป