บทที่ 5 คนป่าเถื่อน คนฉวยโอกาส
สน.แห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร
ผ่านไปหนึ่งวัน ครอบครัวของกวินตายังไม่ละความพยายาม สืบอย่างหนักไล่ดูกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆที่คาดว่ารถน่าจะวิ่งผ่าน
สารวัตรเฟรมกับเพื่อน คร่ำเคร่งกับกล้องวงจรปิดมาหนึ่งวันเต็มๆไม่ได้หลับได้นอน ทุกคนต่างเหนื่อยล้ามากและแล้วสวรรค์ก็เข้าข้าง
"สารวัตรเฟรมน้องคุณไปชะอำ ทำไมถึงใช้เส้นทางรังสิตองครักษ์ครับ"
สารวัตรเฟรมวางแก้วกาแฟลง "ไหนหมวดพูดอีกทีซิ"
หมวดกำปั้นเปิดภาพที่กล้องวงจรปิดให้เขาดู
"นี่ไงครับรถของคุณวิษณุ มุ่งหน้าเส้นรังสิตองครักษ์ ถ้าไปชะอำต้องออกพระรามสองสมุทรสงครามไม่ใช่เหรอครับ"
สารวัตรเฟรมขมวดคิ้ว เรื่องนี้ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ วางมือที่ไหล่เพื่อน
"หมวดดูต่อไป"
"ครับ"
บ้านของกวินตา
เรื่องสอบสวนหาเบาะแส แม่ของกวินตายกเรื่องนี้ให้กับสารวัตรเฟรมลูกชาย ส่วนเธอก็เฝ้าสวดมนต์ไหว้พระขอพรต่างๆนานา
กวินธิดาตอบคำถามเพื่อนๆของกวินตาจนเหนื่อย ที่หญิงสาวไม่ไปทำงาน และไม่โทรไปรายงานกับผู้จัดการสาขา ซึ่งผิดวิสัยความรับผิดชอบของหญิงสาวโดยสิ้นเชิง
จึงอยากพักใจขับรถออกจากบ้าน มุ่งหน้าสู่วัดที่เลื่อมใสศรัทธา ถวายสังฆทานสะเดาะเคราะห์เผื่ออะไรๆจะดีขึ้น
"นมัสการค่ะหลวงพ่อ"
"โยมดาทำใจให้สบายๆ โยมโฟมจะกลับมาเองอย่างปลอดภัย"
กวินธิดาเบิกตาโพรง เธอยังไม่ถามซักคำพูดถึงก็ยังไม่ได้พูด ถึงแม้จะศรัทธามาตลอดว่าหลวงพ่อเห็นนิมิตรล่วงหน้าแม่นยำมากก็ตาม
"หลวงพ่อคะจริงหรือเจ้าคะ"
หลวงพ่อพยักหน้า หลับตาแล้วพูดว่า
"ตอนนี้โยมโฟมดวงตก ลำบากนิดหน่อยแต่ไม่มาก โยมดาไม่ต้องห่วง ลูกสาวยังมีชีวิตอยู่ปลอดภัยดี "
กวินธิดายิ้มออกมาอย่างโล่งอก แค่ลูกปลอดภัยนางก็เบาใจไปเปราะหนึ่ง แต่ยังมีเรื่องให้สงสัยอีก
"ยัยโฟมจะกลับตอนไหนคะ"
"หนึ่งปีโยมหนึ่งปี โยมโฟมจะกลับมาพร้อมกับเงินทองมากมาย อาตมาพูดไม่ได้ว่าอยู่ที่ไหน โยมดาใจเย็นไว้แล้วกัน ชะตาชีวิตถูกกำหนดไว้แล้ว"
กวินธิดาโล่งใจถวายสังฆทานเสร็จแล้ว รีบขอตัวกลับบ้าน เก็บงำความดีใจไม่ได้อีกต่อไป จะต้องเอาเรื่องนี้บอกกับสามีและลูกชาย
Golden & RiverSide Casino
ด้านกวินตายังคงมุ่งมั่นกับการสับไพ่ต่อไป เริ่มชำนาญมากขึ้น โดยที่มีเควินคอยฝึกสอนแบบใกล้ชิดแบบไม่ให้หยุดพัก
กวินตามองดูเวลาหลายครั้ง เลยเที่ยงมานานแล้วเขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะไป ส่วนเธอหิวข้าวจนแสบท้อง
โครกคราก โครกคราก กวินตาทิ้งไพ่กุมท้องที่ร้องครวญคราง
เควินได้ยินเสียงท้องร้องของหญิงสาวชัดเจน ถึงกับคราง ฮึในลำคอ
ที่จริงเขารู้แหละว่าหญิงสาวหิวข้าว เขาแค่อยากแกล้ง คนฟอร์มเยอะฟอร์มจัดเล่น
เบี่ยงตัวหนีไม่อยากให้เขาโดนตัวบ้างแหละ โดนมือก็ไม่ได้ หาว่าเขาฉวยโอกาสด่าเขาบ่อยๆว่าป่าเถื่อน
ดี...เขาจะป่าเถื่อนให้ดู
เควินมองขนตาที่กระพริบถี่ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น แสดงว่าโกรธเขาเอามากๆ
"ไงคุณ หิวข้าวใช่ไหม ท้องร้องอย่างกับฝนจะตก"
กวินตาดันตัวหย่อนขาลงจากเก้าอี้ หมุนตัวเผชิญกับเขา ความสูงของหญิงสาวที่ยืนกับเขาที่นั่งบนเก้าอี้ช่างพอดิบพอดีอะไรเช่นนี้
เขาพอใจแต่หญิงสาวสีหน้าบูดบึ้ง ความหิวที่สามารถทำลายล้างทุกสิ่ง
"หิวสิคุณถามได้ นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว คนอื่นเขาก็ออกกันไปจนหมด คุณจะมาบังคับให้ฉันฝึกอยู่ได้คนเดียว"
เควินได้โอกาส ในเมื่อห้องนี้เหลือกันอยู่แค่สองคน เขาจะทำอะไรก็ได้ สองแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสมชายชาตรี กักเธอไว้ไม่ยอมปล่อย
กวินตาอึกอักตีที่แขนเขาเบาๆ
"ฉันหิวข้าว ฉันจะไปกินข้าว"
เควินยกมือขึ้นหนึ่งข้างจับปอยผมที่ปรกลงมาเหน็บที่ใบหูให้ เห็นสายตาหลุกหลิกแบบระแวดระวัง เขานึกขำอยู่เหมือนกัน
"จะบ่ายโมงแล้ว ที่ห้องอาหารคงเหลือแต่ถาด"
กวินตาทำตาโตโกรธจนหน้าแดง
"แล้วคุณไม่หิวหรือไง"
เควินยิ้มทั้งใบหน้า "ผมเพิ่งกินมาตอนสิบโมงเช้า ตอนนี้ไม่หิว"
"อะไรนะ" กวินตาแผดเสียงก้อง กระเพาะเธอบิดเป็นเกลียว น้ำย่อยเรียกร้องหาอาหารใช้กำลังที่มีดันแขนเขาออก
"ปล่อยฉัน ฉันจะไปกินข้าว"
เควินไม่อยากแกล้งแล้ว ยอมลงจากเก้าอี้ดึงมือหญิงสาวปลิวไปตามแรง
"คุณจะทำอะไร"
"พาคุณไปกินข้าวไง เอาโทรศัพท์ด้วย อยากได้คืนไม่ใช่เหรอ"
กวินตาดีใจจะได้โทรศัพท์คืน "ไหน...โทรศัพท์อยู่ไหน"
"บนห้องผม อย่าดื้อ เดินดีๆเดี๋ยวไม่ได้โทรศัพท์คืนนะ"
ทันทีที่เปิดประตูห้องออกไป เสี่ยวตงและคนอื่นๆยืนรอที่หน้าห้อง ตามติดบอสของเขาทุกฝีก้าว
กวินตาที่โดนลากมากกว่าจับมือ ทักทายคนคุ้นเคย
"พี่เสี่ยว เดี๋ยวช่วยพาโฟมไปซื้อของหน่อยนะคะ"
เสี่ยวตงวูบวาบเขาเห็นสายตานั้นของบอส แต่ก็พยักหน้าให้หญิงสาว
"ได้ครับ"
เควินนิ่วหน้าขณะยืนรอลิฟต์
"คุณจะซื้ออะไร"
"ของใช้ส่วนตัวของผู้หญิง ฉันจะให้พี่เสี่ยวพาไป"
เสี่ยวตงวูบวาบอีกครั้ง ถ้าขืนเธอพูดว่าพี่เสี่ยวอีก เขาคงโดนปลดจากบอดี้การ์ด ไปเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแน่ๆ
ก็พอดีลิฟท์หยุดช่วยชีวิตเสี่ยวตงไว้ได้
เควินเขาอยากเหวี่ยงเสี่ยวตงออกไปเหลือเกินไม่รู้ทำไม ดันตัวหญิงสาวเข้าไปในลิฟต์เอาตัวบังบอดี้การ์ดที่ติดตามไว้
กวินตาถูกเบียดอยู่ในมุมสี่เหลี่ยม ความสูงน้อยกว่าคนอื่นแทบหายใจไม่ออก กระตุกเสื้อคนตัวสูง
"คุณ...ฉันหายใจไม่ออก"
"หืม"
เควินหมุนตัวกลับมา เขาลืมไปเสียสนิทว่าหญิงสาวสูงน้อยกว่าทุกคนแทบไม่มีอากาศหายใจ จึงกดลิฟต์ที่ชั้นสามดันบอดี้การ์ดออกไปสองคน
"หา..." กวินตามองสองคนที่โชคร้าย
"พี่เสี่ยว"
เสี่ยวตงวูบวาบอีก เขาอยากออกไปแทนสองคนนั้นจะได้ไหม
เควินหรี่ตาข่มขู่หญิงสาวถ้าขืนเรียกพี่เสี่ยวอีก เขาจะทำโทษเสี่ยวตง หมุนตัวกลับเมื่อใกล้ถึงที่หมาย กุมมือนุ่มนิ่มไว้ก้าวขาออกเมื่อลิฟต์เปิด
ออกจากลิฟต์เขากึ่งโอบกึ่งประคองหญิงสาว เธอดูเหมือนจะมีความหวังที่โทรศัพท์ ใบหน้านิ่งสนิทรีบเดินตามเขาเข้าห้อง
หญิงสาวลองมองไปที่บอดี้การ์ดของเขา รวมทั้งพี่เสี่ยว ทั้งหมดยืนอยู่ที่หน้าห้องเหมือนเดิม
ห้องเพ้นท์เฮ้าส์ของเควิน
กวินตากวาดสายตารอบห้อง ห้องที่เคยมาแล้วครั้งแรก ห้องที่เป็นทั้งที่ทำงานและห้องพักส่วนตัวของเขา หรูหรากว้างขวางเต็มไปด้วยรสนิยม
"กินข้าวก่อน"
"โทรศัพท์ขอโทรศัทพ์ก่อนได้ไหม" กวินตาอยากรู้ว่าใครโทรหาเธอบ้าง และจะมีใครรู้ไหมว่าเธออยู่ที่นี่ไม่ได้อยู่เมืองไทยแล้ว
"ก็ได้ รอซักครู่"
กวินตามองตามแผ่นหลังทรงอำนาจ ไม่นึกว่าเขาจะใจดีขนาดนี้ ท้องก็หิวโทรศัพท์ก็อยากได้คืน เห็นเขาเดินเข้าห้องนอนจึงหยุดอยู่ที่โซฟาจะดีกว่า
เควินคว้าโทรศัพท์ที่หัวเตียง ยิ้มพอใจเมื่อหญิงสาวไม่ตามเข้ามา
"หวงตัวไปถึงไหน"
แต่ของฟรีใดๆในโลกนี้ล้วนไม่มี ครั้งนี้เขาต้องได้สิ่งแลกเปลี่ยน
"อ่ะ นี่โทรศัพท์ของคุณ"
กวินตายิ้มหวานรีบคว้าโทรศัพท์จากมือเขา แต่ได้เพียงอากาศที่ว่างเปล่า
"จูบผมก่อนแล้วจะได้โทรศัพท์คืน"
กวินตาหน้าคว่ำ ให้ตายเถอะ! ทำไมเขาถึงคิดเอาเปรียบทุกเรื่อง พ่อค้าหน้าเลือดยังไงก็หน้าเลือดอยู่วันยันค่ำ เควินนั่งลงที่โซฟาใจเย็น วางมือตบเบาๆให้หญิงสาวนั่ง
"มาสิคุณ ทำอย่างกับไม่เคยไปได้"
หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น มองโทรศัพท์มือถือที่แสนคิดถึง ยืนทำใจอยู่สักพักแล้วถอนหายใจออกมา
"เอาวะแค่จูบให้หมามันเลียปากแพรบเดียว"
แน่ล่ะ! คนอยากเอาชนะอย่างเควิน ฉีดสเปรย์ระงับกลิ่นปากให้หอมกรุ่น แกะกระดุมออกให้เห็นแผ่นอกชวนวาบหวิว
เขากวักมือเรียกหญิงสาวสีหน้ายินดีปรีดา ผิดกับทุกครั้งที่บูดบึ้งไม่น่ามอง
"เร็วสิคุณจะได้กินข้าว หิวไม่ใช่เหรอ"
เควินทำสายตาอย่างผู้ชนะ ผู้กุมชะตาชีวิตของใครหลายๆคน หญิงสาวช่างอวดดีกับเขาเกินไป จึงต้องโดนแบบนี้
กวินตาค่อยๆก้าวเดินเข้าหา แข้งขาไร้เรี่ยวแรง คิดอยู่ว่าจะจูบยังไงต่างหาก เหงื่อใหลตามมือทั้งสองข้าง หัวใจเต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้น
จูบกับคนไม่ชอบหน้าแบบนี้
นัยน์ตาคู่คมจับจ้องไปที่ร่างบาง คนอยากเอาชนะยืนขึ้นรวบเอวบางให้ปะทะกับแผงอก บังคับให้เธอนั่งบนตักเขาบนโซฟานุ่มนิ่ม
กวินตาดันอกเขาเอาไว้ ยังทำใจไม่ได้สักที
"เดี๋ยว...เดี๋ยวก่อน"
ยังไม่ทันที่กวินตาจะพูดในสิ่งที่พูด ริมฝีปากหนากลิ่นสตอเบอรี่ที่เขาฉีดจนหอม ประกบแนบสนิทกับริมฝีปากบางของกวินตา
ให้ตายเถอะ! ทำไมเธอน่าจูบขนาดนี้ หวานไปหมดทั้งปาก เควินคิดในใจเลือดในกายวิ่งพล่าน ปวดตุบที่หว่างขา มือหนายังแตะที่แผ่นหลัง อีกมือประคองใบหน้าให้รับจูบจากเขา จูบที่แสนหวานไม่มีการจูบดิบเถื่อนอีกแล้ว
"อื้อ..." กวินตาครางประท้วง เมื่อเขารุกล้ำแทรกลิ้นเข้าไปในโพรงปาก
คนเชี่ยวชาญประกบปากควานหาความหวาน ไม่รับรู้ถึงการต่อต้านจากร่างบาง เขาจะทำให้หญิงสาวสยบแทบเท้าจนอยากจะมาเป็นเมียเขาให้ได้
เขาไม่ถือว่าเธอจะเคยจูบกับใครมาก่อน ต่อจากนี้เขาเท่านั้นที่ครอบครองริมฝีปากนี้
เควินถอนริมฝีปากออก "ต่อไปนี้ปากนี้เป็นของผมคนเดียว ห้ามใครหน้าไหนจูบซ้ำ"
กวินตาได้สติพยายามดีดตัวออกจากตักแน่นหนา แต่ไม่เป็นผลเพราะมือหนายังอยู่ที่เอว เม้มปากเข้าหากันแน่นโกรธคนชอบฉวยโอกาส
"ขอโทรศัพท์ของฉันคืน"
แต่เขายังมีข้อเรียกร้อง ตราบใดที่เขายังไม่ปล่อยหญิงสาวก็ไปไหนไม่ได้
"ต่อไปแทนตัวเองว่าโฟมกับผม"
คุณพี่ก็อยากแต่จูบอยู่นั่น
บอสหน้าโหดอยู่ในโหมดละมุน อาจต้องให้เวลาพี่เค้าซักหน่อยนะคะ
