บทที่ 6 พินัยกรรม
“ทนายศักดิ์มาซักทีนะคะ อิฉันรอตั้งนาน"
ห้องรับแขกดูแคบไปถนัดตา ทนายศักดิ์มากับข้าราชการในชุดสีกากีเห็นว่ามาจากอำเภอ เธอสำรวจดูทั้งสองแล้วน่าจะมีความคุ้นเคยกับคุณป้าเป็นอย่างดี
ทนายศักดิ์มองมาทางหญิงสาวแล้วสบตากับคุณป้าดวงแก้ว ดวงแก้วจึงรีบแนะนำอย่างเป็นทางการ
“หนูแก้วนี่ทนายศักดิ์ ทนายของป้าเองลูกและนี่คุณประกอบเจ้าพนักงานที่อำเภอ”
“สวัสดีค่ะ” แก้วตายกมือไหว้ทั้งสองพร้อมกัน เริ่มจากทนายศักดิ์ก่อนแล้วถึงเลื่อนปลายนิ้วไปที่คุณประกอบ
ทนายศักดิ์มองหลานสาวของคุณดวงแก้ว อดชื่นชมไม่ได้ว่าสวยงามตามที่ลูกความพูดไว้จริงๆ
“สวัสดีครับเจอตัวจริงซักทีนะครับ ได้ยินแต่คุณดวงแก้วพูดถึงบ่อยๆ”
“ค่ะ ทนายศักดิ์”
แก้วตาเห็นว่าแขกทั้งสองของคุณป้าดูเป็นการเป็นงาน เธออยากจะถามทนายกับปลัดอำเภอเหลือเกินว่ามาถึงบ้านคุณป้ามีธุระอะไรกันแน่
ทนายศักดิ์และคุณประกอบมีความสนิทสนมกับดวงแก้วเป็นอย่างดี รับไหว้จากหญิงสาวแล้วทนายศักดิ์ก็เข้าเรื่องทันที
ทนายศักดิ์เปิดกระเป๋าหนังสีดำหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมา แล้วหยิบกระดาษเอสี่ที่อยู่ด้านในซึ่งเขียนด้วยลายมือบรรจงสวยงาม
จากนั้นทนายความของคุณป้าก็ตีหน้าขรึมดูน่านับถือ เริ่มอ่านพินัยกรรมอย่างละเอียด
“ท่านที่เกี่ยวข้องทุกท่านครับ คุณดวงแก้วซึ่งเป็นเจ้าของพินัยกรรม คุณแก้วตาคุณนิรุจน์และคุณประกอบซึ่งให้เกียรติมาเป็นพยานในวันนี้”
แก้วตาบีบมือตนเองบนตักปรายตามองไปที่คุณป้าเห็นท่านนั่งยิ้มอยู่บนเก้าอี้ นี่คุณป้าเรียกเธอมาฟังพินัยกรรมทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างนั้นเหรอ
คุณป้าเอาจริงใช่ไหม...
เธอตั้งตัวตั้งใจไม่ติดไม่คิดว่าในจดหมายฉบับนั้น ที่บอกว่าคุณป้าจะยกมรดกให้เธอแล้วมันก็เกิดขึ้นจริงๆ
ดวงแก้วยื่นมือมาจับมือแก้วตา
“ป้าอยากทำก่อนตายน่ะลูกจะได้ไม่ยุ่ง”
เธอบีบมือนุ่มของคุณป้าที่กุมมือเธอไว้เบาๆ
“โธ่...คุณป้าคะไม่เห็นต้องรีบเลยค่ะ”
ทนายศักดิ์ก็แจกแจงทีละข้อ ถึงทรัพย์สมบัติทั้งหมดทั้งมวลของดวงแก้วซึ่งส่วนมากจะยกให้เธอทั้งหมด ทั้งเงินในบัญชีธนาคารที่ดินพันธบัตรหรือเครื่องทองเครื่องเพชรที่ฝากไว้กับธนาคาร
แก้วตาอยากจะร้องไห้นี่คุณป้าให้ทุกสิ่งกับเธอหมด คุณป้ารักเธอขนาดนี้เชียวหรือช่างไม่สมกับที่เธอเป็นคนไร้ความกตัญญูสักนิด
ตอนนี้เธอจุกและอยากร้องไห้ที่สุด มันเต็มตื้นจนพูดไม่ออกหูอื้อตาลายจนมาถึงประโยคที่ว่า
“แต่งตั้งให้นายนิรุจน์ดำรงตำแหน่งผู้จัดการไร่ มีหน้าที่บริหารและจัดการงานในไร่มีอำนาจและสิทธิ์ในไร่ เทียบเท่านางสาวแก้วตาทุกประการ”
“สุดท้ายเห็นควรให้นายนิรุจน์แต่งงานกับนางสาวแก้วตา ช่วยกันดูแลไร่ทรัพย์สักทองให้เจริญก้าวหน้าต่อไป”
“แต่งงาน”
“คุณป้าจะให้เธอแต่งกับนายยักษ์ขมูขี”
“บ้าไปแล้วใครจะยอม ไม่แต่งยังไงก็ไม่แต่ง”
แก้วตาทำท่าจะค้านยกมือขึ้นทนายศักดิ์ที่เหมือนจะจบแต่ไม่จบ
“สุดท้ายอีกข้อ ถ้าหากนางสาวแก้วตาไม่ยินยอมตกลงแต่งงานกับนายนิรุจน์ ทรัพย์สมบัติทุกอย่างจะตกเป็นของนายนิรุน์แต่เพียงผู้เดียว”
บ้าไปแล้ว...
ทนายศักดิ์พูดจบ คุณประกอบก็หยิบกระดาษแผ่นหนาออกมาวางบนโต๊ะสองใบพร้อมปากกา
“แต่งงานกับพี่เค้านะลูก รุจน์เขาเป็นคนดีป้าไม่เห็นใครแล้ว”
แก้วตาสบตากับนัยน์ตาของผู้เป็นป้า ท่านยิ้มให้อย่างอ่อนโยนพร้อมกับพยักหน้า เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าชีวิตเธอเพิ่งเสียศูนย์จากพี่พสุ ต่อมาเธอโดนพักงานกลายเป็นนางฟ้าปีกหัก
และเธอยังต้องแบกความหวังมากมายจากคุณป้าเพียงคนเดียวของเธออีก เธอจะทำยังไงดีคนไม่รักกันจะอยู่ด้วยกันได้ยังไงจะไม่แต่งก็ไม่ได้ เรื่องอะไรจะยกสมบัติทั้งหมดที่ควรจะเป็นของเธอให้ไอ้ยักษ์ ที่จ้องจะชุบมือเปิบด้วยล่ะ
ขณะที่หญิงสาวใช้เวลาตรึกตรอง จ้องกระดาษใบนั้นตาไม่กระพริบหน้าซีดปากสั่นไม่ยอมจับปากกา
นิรุจน์กลับยอมตกลงด้วยดี ไม่ใช่ว่าเขาอยากได้สมบัติของคุณแม่ดวงแก้วอยากครอบครองไร่แห่งนี้ แต่เขาทำเพื่อทดแทนบุญคุณที่คุณแม่ดวงแก้วให้ที่อยู่คุ้มกะลาหัวมาตั้งแต่เด็กจนโตต่างหาก
ที่เขามีวันนี้ได้เพราะคุณแม่ดวงแก้ว
เธอจะหาว่าเขามาเกาะ หรือหาผลประโยชน์จากคุณแม่ดวงแก้วเขาก็ไม่สน
ในที่สุดเขาก็เป็นฝ่ายหยิบปากกาด้ามนั้นก่อนหญิงสาว แล้วเซ็นชื่อลงไปจากนั้นยื่นให้เธอ
“ตาคุณ”
ตอนนี้สายตาทุกคู่มารวมอยู่ที่เธอเป็นจุดเดียว
เอาก็เอา...
แก้วตาสบตากับคุณป้าแล้วหยิบปากกาด้ามนั้นมาถือไว้ชั่งใจอยู่นาน เมื่อตัดสินใจได้แล้วจึงบังคับมือไม่ให้สั่น แล้วจรดปากกาเซ็นชื่อตามลงไปบนกระดาษที่เขียนว่าใบสำคัญการสมรส
ตอนนี้เธอไม่ใช่สาวโสดแล้ว เป็นผู้หญิงมีสามีที่ถูกต้องตามกฏหมายตัวเป็นๆนั่งอยู่ตรงนี้
นิรุจน์คือสามีของเธอ
แก้วตาเซ็นชื่อแล้วนึกในใจว่าเพื่อมรดก แต่งแล้วค่อยหาเรื่องหย่าก็ได้นี่แล้วเธอก็จะไม่ให้อะไรเขาสักอย่าง
เชอะ!!!
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ป้าดวงแก้วสวมกอดหลานสาวเพียงคนเดียวอย่างรักใคร่
“ป้าขอบใจนะหนูแก้วตารุจน์ที่ทำเพื่อป้า ต่อจากนี้ป้านอนตายตาหลับแล้ว”
ดวงแก้วน้ำตารื้นเพราะสมหวังในสิ่งที่ต้องการ
“ต่อจากนี้ป้าขอให้หลานทั้งสองมีความสุข ช่วยกันทำมาหากินดูแลไร่ของเราให้ร่ำรวยยิ่งๆขึ้นไปนะลูก”
ก็เป็นอันว่าเธอกับเขาเป็นสามีภรรยากันถูกต้องตามกฏหมายแล้ว
แก้วตากระพริบตาไล่ความมึนงง ยังคิดไม่ออกว่าเธอกับนายยักษ์จะใช้ชีวิตคู่สามีภรรยากันได้อย่างไร
ทนายศักดิ์ยิ้มกริ่มเมื่อทำหน้าที่สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
“เสร็จเรื่องแล้ว ผมจะไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยนะครับคุณดวงแก้ว”
“ขอบคุณมากค่ะทนายศักดิ์และคุณประกอบด้วยที่มาเป็นพยานให้ ถ้าอิฉันได้ฤกษ์จัดงานแต่งให้หนูแก้วกับตารุจน์เมื่อไหร่ เรียนเชิญมาเป็นแขกกิตติมศักดิ์ด้วยนะคะ”
“มาสิครับผมต้องมาแน่นอน วันนี้ผมขอลาก่อนนะครับ” คุณประกอบตบปากรับคำและขอลากลับเดี๋ยวนั้น
เมื่อแขกไปกันหมดแล้ว ดวงแก้วจึงสั่งให้แม่บ้านเตรียมย้ายเสื้อผ้าและของจำเป็นของนิรุจน์มาไว้ที่ห้องของแก้วตา
“ใจเอ้ยมาหาป้าหน่อย”
“ค่ะคุณท่าน”
“ไปจัดห้องให้หนูแก้วกับตารุจน์ที ฉันจะทำพิธีส่งตัวเข้าหอเย็นนี้”
“ค่ะคุณท่าน”
“จะเข้าหอเลยเหรอคุณป้าจะรีบไปไหน”
แก้วตาหน้าซีดทำอะไรไม่ถูก มองไปที่เขาก็เห็นสายตาวาวๆมองมาเธออยากกรี๊ดให้ดังลั่นบ้าน
“ไอ้หื่นไอ้ยักษ์หื่น” เธอก่นด่าเขาในใจแอบค้อนเขาลับหลังคุณป้า
ดวงแก้วหาววอด “ตารุจน์ไปส่งป้าเข้านอนทีได้เวลานอนกลางวันแล้ว”
“ครับ...”
แก้วตามองนายยักษ์พารถเข็นไปส่งคุณป้าไปที่ห้องนอน เธอจึงต้องเดินตามไปส่งแบบเสียไม่ได้ โชคดีที่ห้องของคุณป้าอยู่ถัดออกไปอีกห้อง ซึ่งแปลว่าถ้าเธอลงไม้ลงมือกับนายยักษ์หรือทะเลาะกัน ซึ่งมันตัองเกิดขึ้นแน่ๆคุณป้าคงไม่ได้ยินชัวร์
เมื่อไปถึงห้องพักนิรุจน์ค่อยๆ อุ้มดวงแก้วจากรถเข็นวางบนเตียงอย่างอ่อนโยน ภายในห้องโปร่งอากาศถ่ายเทดีมีห้องน้ำในตัวเหมือนกับห้องของเธอ ข้างกันมีที่นอนปิคนิควางไว้แสดงว่าต้องมีคนมานอนเป็นเพื่อนคุณป้าตลอดเวลาแน่ๆ
“ที่นอนใครคะคุณป้า”
“ใจเขามานอนกับป้าน่ะลูก ไม่ต้องห่วงอีกเดี๋ยวก็คงมาแล้วหลานไปพักผ่อนเถอะ”
“ค่ะคุณป้า”
นายยักษ์ออกจากห้องไปก่อนแล้ว แต่เธอยังโอ้เอ้อ้างว่าจะขออยู่เป็นเพื่อนคุณป้าจนกว่าพี่ใจจะมา
“แก้วจะรอพี่ใจมาค่ะ”
“ตามใจนะลูก”
เธอเห็นป้าของเธอนอนก่ายหมอนข้างนาโนเพื่อสุขภาพแล้วหลับตา ไม่นานท่านก็หลับไปจนได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วเบาเข้าออกเป็นจังหวะ จึงดึงผ้าห่มผืนบางคลุมให้ก้มกราบแทบเท้าตอนท่านหลับ
“แก้วรักคุณป้านะคะไม่ต้องห่วงนะคะ ต่อไปแก้วจะดูแลไร่ของคุณป้าเองค่ะ”
จากนั้นแก้วตาเห็นว่าบนโต๊ะหัวเตียงมีอัลบั้มรูปวางไว้เธอจึงหยิบเอามาเปิดดู เมื่อเปิดดูรูปภาพด้านในมีภาพของเธอกับคุณแม่ตั้งแต่ตอนเด็กจนโตโดยมีคุณป้าอยู่ข้างๆเกือบทุกภาพ
และแล้วเธอก็เห็นภาพของคุณพ่อคุณแม่และเธอตอนแบเบาะ และหลังจากนั้นภาพของคุณพ่อก็หายไป
เธอขอดึงภาพครอบครัวของเธอที่มีทั้งพ่อแม่ลูกออกมาจากอัลบั้มหนึ่งใบ น้ำตาเจ้ากรรมไม่รู้มาจากไหนไหลรินหยดลงบนภาพอย่างช่วยไม่ได้
“พ่ออยู่บนสวรรค์แล้วใช่ไหมคะ แม่ล่ะคะอยู่ที่ไหน”
