บทที่ 7 เจ้าของไร่กับผู้จัดการไร่คนใหม่

ผ่านไปเพียงวันเดียว แก้วตากลายเป็นเจ้าของไร่ทรัพย์สักทองกว่าพันไร่มูลค่าหลายร้อยล้านบาท มีสามีชื่อนายนิรุจน์คนร่างยักษ์

กำลังยืนเงียบๆปล่อยใจปล่อยอารมณ์ไปกับสายลมและแสงแดด ระหว่างต้นยางสองต้นที่เธอเคยผูกเปลนอนเมื่อตอนเด็ก

“ปริ๊นๆ” เสียงแตรรถดังอยู่ใกล้ๆจนต้องหันไปมอง

“ขึ้นรถผมจะพาไปดูไร่”

แก้วตาเหลียวมองไปตามเสียงเรียกนั้น เธอเห็นผู้ชายท่าทางทรนงใบหน้าคมประจำที่คนขับ นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถกระบะตอนเดียวสภาพค่อนข้างเก่า

“ฉันไม่ไปกับนายหรอก”

ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่นิ่วหน้า เขาลงจากรถปิดประตูเสียงดังปังแบบไม่กลัวประตูจะหลุดเดินอาดๆมาที่เธอ

“อย่าเรื่องเยอะผมจะพาไปทัวร์ไร่”

เมื่อแก้วตาไม่ยอมไปด้วย เขาจึงแกล้งทำท่าจะอุ้มเธอก็รีบชิงวิ่งขึ้นรถไปเสียก่อน

“ไอ้ยักษ์บ้าเรื่องอะไร”

“ยังไงก็หนีไม่พ้นอยู่ดีจะหนีทำไมให้เหนื่อย ไปแต่แรกก็จบแล้ว”

แก้วตาได้ยินเพียงเสียงหึหึชอบใจไล่หลัง พยายามไม่สนใจคนที่ชอบใช้อำนาจข่มขู่ เมื่อเขาขึ้นรถเธอก็นั่งเอาตัวพิงไว้กับขอบประตูรถมองไปด้านหน้า

“มะรืนนี้ผมจะไปลาออกจากบริษัท คุณคอยผมอยู่ที่บ้านดีๆนะ”

ไปเถอะ สาธุ 99...

“จะไปไหนก็เรื่องของนายไม่เห็นต้องบอกเลย”

“ได้ไงเราเป็นสามีภรรยากันคุณลืมไปแล้วหรือไง ต่อไปนี้จะไปไหนทำอะไรก็ต้องบอกกันถึงจะถูก”

ฟังแล้วเธออยากบ้าของจริง...

มุมปากของนิรุจน์หยักขึ้นเหมือนรู้เท่าทันความคิดของแก้วตาทุกอย่าง

“คุณไม่ต้องคิดว่าจะหาเรื่องหย่ากับผมซะให้ยาก เพราะยังไงผมก็ไม่ยอมหย่าง่ายๆหรอก คุณรู้ไหมว่าไร่ไม้สักมีมูลค่าเท่าไหร่หย่าก็โง่แล้ว”

แก้วตาเคียดแค้นคนรู้ทัน “แต่ฉันไม่ได้รักนาย”

นิรุจน์เหยียบเบรคดังพรืดจนเธอเกือบเอาหน้าไปจูบที่คอนโซลรถ อ้าปากจะด่าแต่เขายื่นมือคว้าปลายคางมนเอาไว้ มองไปที่ริมฝีปากบางน่าจูบที่ช่างพูดแต่เรื่องไม่ดีพูดจาไม่เข้าหูเอาซะเลย

“อยู่ๆกันไปก็รักกันเองแหละโบราณท่านว่าไว้เคยได้ยินหรือเปล่า อีกหน่อยเราอาจจะมีลูกหัวปีท้ายปีก็ได้ใครจะไปรู้”

เชื่อโบราณจะบานบุรี

“ไม่มีทาง”

“เดี๋ยวก็รู้ อีกหน่อยจะเรียกพี่รุจน์คะพี่รุจน์ขา กอดแข้งกอดขาผมทุกเวลาเช้ากลางวันเย็น”

แหวะ!!!

ไม่รู้ไอ้ยักษ์ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน แก้วตาแอบเบะปากไม่ให้เขาเห็นแต่นิรุจน์เห็นเต็มสองลูกกะตา สำหรับเขาแล้วเธอมันก็แค่ลูกคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ

“อยู่ที่นี่ผมขอเตือนอย่างหนึ่งนะว่าอย่ามาทำเก่งกับผม”

แก้วตาสะบัดหน้าเอามือปัดมือร้ายที่จับปลายคางของตนเองออก

“ไอ้บ้า...”

นิรุจน์ไม่สนใจว่าเธอจะคิดยังไง สายตาคมมองไปข้างหน้าอย่างมีจุดหมายแบกความหวังมากมายเต็มสองไหล่

ขับรถดูไร่อย่างช้าๆ สายตามองไปที่ไร่อันอุดมสมบูรณ์ ของไร่ทรัพย์สักทองที่เขาคุ้นเคยตั้งแต่เด็กจนโตรู้ทุกซอกทุกมุมเป็นอย่างดี งานในไร่มีอะไรบ้างเขาทำมาหมดแล้วแทบทุกอย่าง

คิดถึงตรงนี้แล้วก็ปรายตามองไปที่คนข้างๆ

คงมีแต่เธอ... แม่หลานสาวคนโปรดสุดรักสุดหวง มือห่างตีนห่างเดือนปีไม่เคยลงจากเรือนนอกจากไปโรงเรียน

ก็เธอมันคุณหนูหลานสาวเจ้าของไร่...

ส่วนเขาก็แค่เด็กกำพร้า ที่แค่คุณแม่ดวงแก้วเมตตาให้อาหารให้การศึกษาเลี้ยงดูเขาในฐานะลูกอีกคนหนึ่ง

ถึงเวลาที่เขาต้องทดแทนบุญคุณแล้ว

นิรุจน์ขับรถผ่านคนงานที่ทำงานในไร่กันเป็นกลุ่มๆ มุ่งหน้าไปที่สำนักงานของไร่อันเป็นสถานที่ ที่คุณป้าดวงแก้วไว้ใช้ทำงาน

จู่ๆใบหน้าของคนขับก็เข้มขึ้น

“ผมจะพาคุณไปสำนักงานที่เราต้องมาทำงานด้วยกัน”

แก้วตาไม่พูดอะไรไร่นี้เธออยู่มาตั้งแต่เล็กจนโต เพียงแค่ไม่เคยได้เข้ามาถึงที่ทำงานของคุณป้าแค่นั้นเอง

“เชิญ...”

บ้านหลังเล็กทำจากไม้สักถูกใช้เป็นสำนักงานตั้งอยู่กลางไร่พอดิบพอดี เมื่อถึงที่หมายเขาจอดรถไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างสำนักงานและลงจากรถ

“ถึงแล้ว”

เขาพยักหน้าให้หญิงสาวรู้ว่าถึงแล้วให้ลงจากรถได้ เมื่อทั้งสองลงมาก็พบกับลุงหวัดผู้ดูแลเรือนของไร่ทรัพย์สักทอง ที่ได้รับมอบหมายให้ช่วยเป็นมือขวาคอยติดตามอยู่ไม่ห่าง

ลุงหวัดที่นอกจากจะเป็นคนดูแลความสงบเรียบร้อยในเรือนแล้ว เมียเขาคือป้าจ้อยเป็นแม่ครัวเก่าแก่ของที่นี่ แต่งงานกับลุงหวัดแล้วขอสมัครมาเป็นแม่บ้าน นับตั้งแต่นั้นมาทั้งสองก็กลายเป็นคนของไร่ทรัพย์สักทองไปโดยปริยาย

“อ้าวลุงหวัดมาทำอะไรครับ” นิรุจน์ถาม

“คุณดวงแก้วให้ตามมาครับเผื่อมีอะไรให้ช่วย”

นิรุจน์พยักหน้าจริงสิลุงหวัดเป็นคนเก่าคนแก่ของที่นี่ คอยติดตามคุณป้าดวงแก้วมานานคงจะรู้เรื่องของไร่นี้มากกว่าเขาเสียอีก

“งั้นลุงตามผมกับคุณแก้วมา”

เมื่อไปถึงสำนักงานกลับพบว่าบ้านได้ถูกเปิดใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต นิรุจน์มองไปที่ลุงหวัดเพื่อหาคำตอบแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบอะไร เขาจึงเดินขึ้นบ้านถือกระดาษติดมือมาหนึ่งใบเดินเข้าไปด้านใน

นายสนหัวหน้าคนงานนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเจ้าของไร่ จิบกาแฟยามบ่ายพร้อมกับดูโทรศัพท์มือถือท่องโลกโซเชียลอย่างสบายใจ เขาคงจะยังไม่รู้ชะตากรรมตัวเองนับจากนี้

เมื่อนิรุจน์ขึ้นบ้านพอเห็นเขานั่งที่เก้าอี้ของแม่ดวงแก้ว ถึงกับลมออกหูด้วยความโกรธคนชอบทำตัวเสมอนาย

“มันมีสิทธิ์อะไร?”

นิรุจน์ยืนอยู่ตรงหน้าหัวหน้าคนงาน ทำให้นายสนถึงกับหน้าถอดสีเมื่อถูกพบเข้าด้วยความบังเอิญ

“อ้อ...พี่สนนี่เอง นึกว่าใครมาเปิดสำนักงานของคุณแม่ดวงแก้ว”

นิรุจน์มองด้วยสายตาตำหนิคนที่นั่งทำทีไม่ทุกข์ไม่ร้อน

นายสนหัวหน้าคนงานในวัยสี่สิบปีเศษ ไม่แสดงความเคารพหรือยำเกรงต่อนิรุจน์สักเท่าไหร่ เพราะชายหนุ่มตรงหน้าก็แค่คนอาศัยที่เจ้าของไร่เก็บมาเลี้ยงที่เขาเห็นตั้งแต่เด็ก

หัวหน้าคนงานลุกจากเก้าอี้แบบเสียมิได้

“ก็มาอยู่ทุกวันลุงหวัดก็เห็น”

“ใช่ไหมครับลุง”

ลุงหวัดไม่ตอบได้แต่ยืนเงียบๆมองไปทางอื่น ขอให้เรื่องบนนี้เป็นธุระของคุณรุจน์ก็แล้วกัน

แก้วตาที่ตามมาด้วยยืนเคียงข้างกับนิรุจน์ ไม่ได้รับความเกรงใจจากหัวหน้าคนงานสักนิด เธอเห็นแค่แววตาเย้ยหยันและรอยยิ้มมุมปากที่ดูยังไงก็น่าเกลียดอยู่ดี

นิรุจน์ยื่นกระดาษสีขาวให้นายสนแล้วทำสีหน้ายียวน แสดงให้เห็นว่าเขาก็กวนบาทาพอตัว

“นี่ประกาศ พี่สนเอาไปแปะที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ด้วยล่ะ”

หัวหน้าคนงานหยิบเอาไปอ่าน เมื่ออ่านจบถึงกับต้องขมวดคิ้วเงยหน้ามองแก้วตาที่ยืนอยู่เคียงข้างนิรุจน์

“คุณแก้วตา...”

“ใช่ฉันเอง”

หญิงสาวที่มีใบหน้าสะสวยรูปร่างอ้อนแอ้นอย่างคนกรุง แบบนี้น่ะหรือจะมาเป็นเจ้าของไร่ ให้มาเป็นคู่นอนให้เขากอดซะยังจะดีเสียกว่า

นิรุจน์เกลียดสายตาแบบนี้ของเขา เอาตัวใหญ่ๆของเขาบังหญิงสาวเอาไว้

เมียข้าใครอย่าแตะ ถ้ามองมากเขาจะควักลูกกะตามันออกแล้วเหยียบให้แหลกคาเท้า

“เอาล่ะฉันจะสรุปให้ฟังสั้นๆนะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปคุณแก้วตาหลานสาวเพียงคนเดียวของคุณแม่ดวงแก้วจะมาเป็นเจ้าของไร่คนใหม่ ส่วนผมเป็นผู้จัดการไร่มีอำนาจสิทธิ์ขาดในการบริหารงานของไร่นี้ทุกประการ”

“ส่วนสำนักงานนี้ ต่อไปคนที่สามารถเข้ามาใช้งานได้มีเพียงผมกับคุณแก้วตาเท่านั้น”

“คนอื่นไม่มีสิทธิ์แม้แต่พี่สน”

วันแรกเขาก็เปิดศึก...

“ที่ทำงานของหัวหน้างานอยู่ด้านโน้นครับพี่สน” นิรุจน์ชี้มือไปที่ออฟฟิศตู้คอนเทนเนอร์ที่หัวหน้าคนงานต้องนั่งรวมกับเสมียนเท่านั้น

พูดจบเขายื่นกุญแจบ้านชุดใหม่ให้กับลุงหวัดไปจัดการ

“ลุงหวัดเอาไปเปลี่ยนครับ”

นายสนที่รู้ตัวแล้วว่าโดนไล่เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้สีหน้าย่ำแย่ ปรายตาไปที่หญิงสาวหน้าตาสะสวยท่าทางไม่มีพิษมีภัยอะไรถ้าได้มาเป็นพวกเขาจะสบาย

“สวัสดีครับคุณแก้วตา ผมพี่สนเป็นหัวหน้าคนงานครับ”

“สวัสดีค่ะ”

เมื่อหัวหน้าคนงานทำท่าจะจากไปพร้อมจดหมายในมือ นิรุจน์สำรวจไปที่ตู้เอกสารของที่นี่อย่างหัวเสียเพราะมันไม่เป็นระเบียบสักนิด แล้วไม่รู้ว่าเอกสารจะครบหรือเปล่า

สายตาคมมองที่เขาอย่างถือโทษ

“ผมขอแฟ้มเอกสารทั้งหมดของไร่เอามาให้ผมเดี๋ยวนี้ และก็พรุ่งนี้แปดโมงเช้าผมขอให้พี่สนแจ้งคนงาน ให้มารอต้อนรับเจ้าของไร่คนใหม่และรับนโยบายการทำงานพร้อมกัน”

“ครับ”

“อีกอย่างนะช่วยหาคนงานผู้หญิงมาหนึ่งคน ที่เคยทำความสะอาดเรือนนี้มาเก็บกวาดเอายาฆ่าเชื้อโรคมาด้วย”

“ครับ” นายสนรับคำแต่รู้สึกเคียดแค้นมากที่ถูกไล่ออกจากที่นี่

แก้วตาคงไม่ทันเห็นสายตาของหัวหน้าคนงานเก่าแก่ ที่สมบูรณ์พูนสุขมาหลายปีก่อนที่เขาจะปลีกตัวออกไป

แต่นิรุจน์เห็นทุกอย่าง...

เมื่อหัวหน้าคนงานไปแล้ว หญิงสาวเดินสำรวจทั่วบ้านพบว่าบ้านหลังเล็กๆหลังนี้ ยังมีห้องนอนเล็กเอาไว้สำหรับพักผ่อนพร้อมกับครัวแบบมินิอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหน้ามีโต๊ะทำงานหนึ่งตัวกับโซฟารับแขกอีกหนึ่งชุด

นิรุจน์มองเวลาแล้วจับข้อมือหญิงสาวให้ลงบ้านพร้อมกัน ก่อนไปเขายังสั่งการกับลุงหวัดว่า

“ลุงรอแม่บ้านเขามาทำความสะอาดก่อนนะ แล้วก็ถ้าพี่สนเอาแฟ้มมาให้ก็กองไว้บนโต๊ะก่อน ขากลับอย่าลืมเปลี่ยนกุญแจบ้านใหม่ด้วยนะครับ”

“คุณรุจน์จะรีบไปไหนครับ”

สายตาคมของนิรุจน์ปรายตาไปที่หญิงสาว ที่เอาแต่บิดข้อมือเพื่อให้หลุดจากพันธนาการของเขา ปากย่นไปถึงจมูก

“ผมกับคุณแก้วตาต้องไปเตรียมตัวเข้าหอ เดี๋ยวจะเสียฤกษ์”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป