บทที่ 8 จูบของยักษ์
แก้วตาก้มกราบคุณป้าดวงแก้วพร้อมกันกับนิรุจน์ เมื่อเสร็จสิ้นพิธีปูที่นอน โดยได้รับเกียรติจากเพื่อนบ้านคู่สามีภรรยาข้าราชการครูเกษียณ ที่ถึงพร้อมด้วยเกียรติและความรักฉันท์สามีภรรยา ที่ควรนำมาเป็นแบบอย่าง
หลังจากเกษียณแล้วทั้งสองได้ผันตัวมาทำไร่สักอยู่ระแวกนี้ ปลูกสักเพื่อเป็นมรดกให้ลูกหลานในรุ่นหลัง
เมื่อผู้ใหญ่ทั้งหมดออกไปแล้ว แก้วตาในชุดเดรสสีหวานถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วมองไปที่นิรุจน์ เขาสบตาหญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นเมีย
“ขอเวลาผมบิวด์อารมณ์ห้านาที”
แก้วตารีบปฏิเสธเพราะรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร
“ฉันไม่ได้จะ”
“ไม่ได้จะอะไร แต่งงานมีผัวแล้วก็ต้องมีเรื่องอย่างว่าเป็นธรรมดา”
แล้วเขาผลุบหายเข้าไปในห้องน้ำ
แก้วตานิ่วหน้าคนบ้าชอบพูดอะไรไม่เข้าหู เธอยิ่งใจคอไม่ดีอยู่ด้วยกลัวเขาเสียจนขนลุกเกรียว
เมื่อทำอะไรไม่ได้เธอก็ได้แต่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง กระจกใสเห็นท้องฟ้าเริ่มมืดลงพระอาทิตย์ซ่อนตัวลงไปในหุบเขานกหลายตัวต่างบินกลับรัง พยายามทำใจว่าที่นี่คือบ้านของเธอไม่ใช่คอนโดในเมืองหลวง
วันนี้ที่เธอเข้าไร่ไปพร้อมกันกับเขา เธอยอมรับว่าคงต้องมองผู้ชายตัวใหญ่เสียใหม่ เพราะเขาไม่ใช่เด็กขี้ก้างที่เธอเคยกดขี่เมื่อตอนเด็กอีกแล้ว
เมื่อเขาออกมาจากห้องน้ำเธอก็เอาหมอนข้างมากันไว้
“คุณนอนฝั่งนี้ฉันจะนอนริมหน้าต่าง”
นิรุจน์ไม่ได้มองตามที่เธอบอกถามว่า
“ทำไมต้องแบ่งเขตด้วยก็นอนด้วยกันก็จบ”
“ฉันไม่ชิน”
“นอนๆกันไปก็ชินเองแหละ แล้วจะแต่งงานทำไมถ้าอยากนอนคนเดียว”
“งั้นฉันไปนอนกับคุณป้า”
นิรุจน์คว้าข้อมือคนดื้อเอาไว้ พอแก้วตาหันมามองแล้วนิ่วหน้าเพราะเธอเจ็บ
“ปล่อยฉันเจ็บ”
“เข้าหอคืนแรกก็จะหนีผัวไปแล้ว ออกไปสิคุณแม่ดวงแก้วจะได้ใช้ไม้เรียวตีก้นวิ่งกลับมาแทบไม่ทัน”
“โตมาขนาดนี้ไม่รู้เรื่องรู้ราวทำตัวเป็นเด็กไปได้”
หัวใจของแก้วตาสั่นไหวเธอสะบัดข้อมือจนหลุดแล้วมองเขาอย่างเอาเรื่อง
“ฉันยังไม่พร้อมขอเวลาหน่อย”
นิรุจน์จับหญิงสาวเข้ามาใกล้จนหน้าชิดกันแล้วพูดว่า
“ผู้หญิงมีประจำเดือนก็มีผัวได้แล้ว นี่คุณโตจนหมาเลียปากไม่ถึงก็แสดงว่ามีผัวได้”
“ไอ้บ้าไอ้บ้ายักษ์น่าเกลียด” แก้วตาด่าพร้อมกับกางเล็บข่วนเขาไปด้วย
ข่วนแล้วเธอก็ผลักคนที่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเขาแทบตกเตียง กำลังคิดหาวิธีเอาตัวรอดพอดีโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น
สายเรียกเข้าจากพสุ
แก้วตากำลังจะคว้าแต่ช้ากว่าคนแขนยาวที่หยิบได้ก่อนเธอ นิรุจน์หรี่ตามองที่หน้าจอว่าใครโทรเข้ามาเขาสบตาเธอก่อนจะกดรับ
พสุ : (มิเกลพี่พสุเองหายโกรธหรือยัง)
นิรุจน์: (เกลไหนโทรผิดแล้ว)
พสุ: (คุณเป็นใครมารับโทรศัพท์ของมิเกล มิเกลอยู่ไหน)
นิรุจน์: (ผมเป็นผัว ถ้าโทรมาอีกมึงเจอลูกปืนกูแน่)
แก้วตาได้ยินที่นิรุจน์พูดกับพสุถึงกับควันออกหู
พูดจบเขากดวางสายสบตากับหญิงสาวที่ข่วนเขาจนแสบหลังไปหมด นิรุจน์สาแก่ใจแล้วจึงวางโทรศัพท์ไว้บนหัวเตียงตามเดิม แล้วปรายตามองไปที่หญิงสาวที่เอาแต่เม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรง ค้อนเขาตาคว่ำตาหงาย
“อย่าได้คิดจะสวมเขาให้ผมเด็ดขาด ไม่งั้นผมเอาตาย”
เธอไม่ได้จะอยากคุยกับพี่พสุเสียหน่อย แค่จะกดตัดสายแล้วปิดโทรศัพท์ซะให้มันสิ้นเรื่องสิ้นราว ดีกว่าปล่อยให้เขามารับสายแล้วพูดบ้าบออะไร
เขาพูดแบบนี้เธอเสียหายหลายแสนกลับไปจะมองหน้าใครติด
เธออยากจะทุบเขาให้หลังหัก
“ไอ้ยักษ์บ้าไอ้คนไม่มีมารยาท โทรศัพท์ของฉันนะคนอื่นไม่มีสิทธิ์ มันเป็นของใช้ส่วนตัวนายควรรักษามารยาทบ้างนะ”
ขณะที่ปากก็ว่าเขามือเธอก็ทำหน้าที่ทุบเธอจะทุบให้หลังหักเลยคอยดู
นิรุจน์คว้าเอาท่อนแขนที่ทำร้ายเขาไว้ได้ มองแม่เสือสาวด้วยสายตาเย้ยหยันแล้วจับเธอกดไว้กับที่นอนโดยที่มีเขาคร่อมตัวอยู่ด้านบน จับทั้งสองมือไพล่ไว้เหนือศรีษะเธอจะได้ไม่มีมือมาทุบเขาได้อีก
“โกรธมากหรือไง ไอ้พสุมันเป็นใครถึงกล้าโทรมาหาเมียชาวบ้าน”
“ด่าเก่งพูดเก่ง ผมอยากรู้นักว่าคุณจะเก่งได้ซักกี่น้ำ”
แก้วตายังไม่ทันได้โต้ตอบนิรุจน์ก็ลงโทษเธอด้วยการใช้ริมฝีปากครอบครองปากอิ่ม แม้ว่าเธอจะเบี่ยงหน้าหนีก็ไม่รอดเขาไปได้ ปากหยักได้รูปขบเม้มให้เธอขนลุกไร้แรงต่อต้านและรุกล้ำเข้าไปภายใน เกี่ยวกระหวัดรัดหาความหวานปานน้ำค้างยามเช้า
จูบจาบจ้วงบดขยี้หยาบคายไร้ความปราณีแต่ดูดดื่ม เขาบดจูบจนริมฝีปากเธอสั่นระริก
นิรุจน์พอใจเมื่อรู้ว่าโพรงปากนี้ยังไม่เคยมีใครได้ลิ้มลองมาก่อนนอกจากเขา เขาจูบจนคนใต้ร่างอ่อนระทวยนอนนิ่งไร้แรงต่อต้าน เขาจึงปล่อยมือเธอที่กดไว้ให้เป็นอิสระแล้วสอดแขนของเขากอดแก้วตาไว้ในอ้อมกอด
ตอนแรกแค่อยากลงโทษคนถือดีอวดเก่งปากเก่ง แต่ความหวานที่ได้สัมผัสทำเอาใจเขาสั่นสองแขนจึงโอบรัดเธอไว้แน่นขึ้นอีก อารมณ์ที่เหมือนจะตายด้านและไม่คิดจะหาห่วงผูกคอ ตอนนี้มันพรึ่บพรั่บเด้งดีดเหมือนหนุ่มเลือดร้อนที่เจอเข้ากับดอกไม้งามหญิงสาวที่สวยสะพรั่งน่าดึงดูด
หัวใจเขาพองโตเธอหวานเสียจนเขาต้องจูบซ้ำหลายๆครั้ง ลูบไล้ร่างบางที่นุ่มนิ่มลื่นมือสัมผัสกับความอวบอิ่มของวัยสาว ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเธอคือของหวานที่น่าลิ้มลอง
เขาติดใจริมฝีปากหวานๆของเธอ...
นิรุจน์เฝ้าจูบจนเต็มอิ่มไม่นานก็ถอนริมฝีปากออกทั้งที่ยังเสียดายไม่หาย
แก้วตากัดริมฝีปากตัวเองไว้แน่นทั้งที่ใจเต้นโครมครามเพราะรสจูบ
เขามันคนป่าเถื่อน...
“ไอ้ยักษ์บ้า”
“ไอ้บ้ายักษ์”
พอเขาปล่อยเธอก็อวยพรทันทีนิรุจน์ชอบใจท่าทีอวดเก่งทั้งที่รู้ตัวดีว่ายังไงก็สู้เขาไม่ได้ สายตาคมมองเรือนร่างงดงามตรงหน้าอย่างชื่นชม
“แล้วจูบของไอ้ยักษ์มันดีไหมล่ะ รีบไปตั้งปฏิเสธสายไอ้พสุมันซะผมไม่อยากให้มันโทรมาอีก และอย่าให้รู้นะว่าแอบคุยกัน”
แก้วตายังไม่สิ้นฤทธิ์ท้าทาย “ทำไมฉันต้องทำตามนายด้วย”
นิรุจน์โมโหที่โดนท้าทาย “ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ลองดูผมไม่ใช่ควายนะ”
“เพราะคุณเป็นเมียผมจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ”
“ว่าคุณเป็นเมียผม”
พูดจบนิรุจน์ก็พลิกตัวกลับตามเดิมปล่อยเธอให้เป็นอิสระพร้อมกับเตะหมอนข้างลงพื้น ส่วนเขานอนกอดอกข้างๆ กันกับเธอหลับตาพริ้มข่มอารมณ์ที่เดือดปุดๆเพราะอารมณ์ใคร่อยู่ภายใน
“ก็แค่นิตินัยฉันไม่ยอมเป็นเมียนายหรอก”
“นี่นายยักษ์ฉันไม่ยอมเป็นเมียนายหรอกนะ ขาอ่อนฉันนายก็ไม่มีวันได้แอ้ม”
“ยังจะปากดี...”
นิรุจน์กัดฟันกรอดหันหน้ามาทางเธอ สายตาคมพร้อมจะกินเธอไปทั้งตัวถ้าเกิดว่าเธอยังไม่หยุดพูด
“นอน หรือคุณจะอยากให้ผมปล้ำคุณเป็นเมียใช่ไหม เราจะได้เป็นผัวเมียกันจริงๆเอางั้นไหม ติดใจจูบผมล่ะสิใช่ไหม”
จูบเถื่อนๆ...
แก้วตารีบกระเถิบตัวหนีเม้มริมฝีปากแน่น ผลักเขาออกไปให้ห่างอีกหน่อยแล้วหยิบรีโมทคอนโทรลเร่งแอร์
“นายถอยไปหน่อยฉันร้อน ไม่ชอบนอนเบียดใคร”
แก้วตาพยายามนอนให้มันหลับเธอก็ไม่หลับ หยิบโทรศัพท์ออกมาจะเล่นก็โดนคนใจร้ายดุว่า
“เมื่อไหร่จะนอนพลิกไปพลิกมาอยู่ได้”
“ฉันนอนไม่หลับขอดูโทรศัพท์หน่อยได้ไหม”
“ไม่ได้ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปทำงาน จำไม่ได้เหรอว่านัดคนงานไว้”
แก้วตาวางโทรศัพท์ลงตามเดิมอารมณ์เสีย
“อะไรก็ไม่ได้โน่นก็ไม่ได้นี่ก็ไม่ได้”
แก้วตายังพูดไม่จบนิรุจน์ก็เอื้อมมือปิดไฟหัวเตียงดึงหญิงสาวเข้ามาไว้ในอ้อมกอด ให้แผ่นหลังของเธอแนบกับอกของเขาดึงผ้าห่มมาห่มให้แล้วหลับตา
“นอนเถอะผมง่วงถ้าดื้อผมปล้ำ”
แก้วตาไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว เธอนอนในอ้อมกอดของยักษ์จากที่เกร็งๆก็โอนอ่อน ในที่สุดเธอก็หลับไปเช่นเดียวกัน
ก็แค่เนี้ย...
ที่บ้านพักหัวหน้าคนงาน นายสนกับลูกน้องคนสนิทกำลังตั้งวงกินเหล้า เจ้าของบ้านยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่ม
“ไอ้ทิวพรุ่งนี้มึงอย่าลืมไปบอกคนของมึงให้ระวังตัวด้วย ช่วงนี้ดูท่าแล้วไอ้ผู้จัดการไร่คนใหม่มันไฟแรงคงอยากจะหาผลงาน”
ไอ้ทิวลูกน้องคนสนิทของหัวหน้าสนที่ทำตัวเป็นมาเฟียไร่ เที่ยวไถเงินคนงานในไร่ไม่หยุดหย่อน
“ทำไมเราไม่สั่งสอนมันซักหน่อยล่ะลูกพี่ ก็แค่เด็กเก็บมาเลี้ยงแหละวะ”
“เหิมเกริมมันจะซักเท่าไหร่กันเชียว”
“แต่กูได้ข่าวมาว่าคุณดวงแก้วให้มันแต่งงานกับคุณแก้วตาหลานสาวคนสวย แสดงว่ามันต้องมั่นใจว่ามันแน่ถึงได้มาทวงสำนักงานหลังนั้นจากกูคืน”
“ลูกพี่ไม่ต้องกลัวไอ้ทิวคนนี้ รับรองว่าจะทำให้มันกลับไปทำงานโรงงานตามเดิมของมัน ไม่กล้าเข้ามาในไร่อีกแน่นอนครับลูกพี่”
นายสนดื่มเหล้าแก้วสุดท้ายจนหมดแล้วพูดว่า
“วันนี้พอแค่นี้แยกย้ายกันไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้มึงอย่าลืมไปต้อนรับเจ้าของไร่กับผู้จัดการไร่คนใหม่นะโว๊ย”
“ผมไปอยู่แล้วลูกพี่งานนี้ไม่พลาดแน่นอน”
